ผู้เล่นอาจอ่านระดับเสียง (Pitch) และจังหวะ (Rhythm) ได้ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อพบเครื่องหมาย Dynamics ในโน้ตดนตรี เช่น p, mp, mf, f, Crescendo หรือ Hairpin ก็อาจยังไม่แน่ใจว่าเครื่องหมายนั้นเริ่มมีผลตรงไหน ต้องรักษาระดับความดังเดิมไว้นานเพียงใด หรือควรเพิ่มหรือลดความดังไปจนถึงจุดใด หากตีความข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกต้อง การเล่นก็อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนโน้ตกำหนดไว้ใน Score
แบ่งปัน ความรู้ทางด้านดนตรีสากล สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการเล่นดนตรีสากล แบบเบี้องต้น เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
อ่านโน้ตสองแนวเสียงอย่างไร แยก Voice, Rest และจังหวะบนบรรทัด 5 เส้น
คนที่อ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นแบบทำนองแนวเดียวได้แล้ว มักเริ่มสับสนเมื่อพบโน้ตมากกว่าหนึ่งแนวอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อก้านโน้ตหันคนละทาง มี Rest อยู่คนละตำแหน่ง หรือเสียงหนึ่งยังค้างอยู่ขณะที่อีกเสียงเริ่มเคลื่อนต่อ เมื่อต้อง อ่านโน้ตสองแนวเสียง จึงไม่ควรนำหัวโน้ตทุกตัวมาอ่านเรียงต่อกันเป็นทำนองเส้นเดียว แต่ต้องแยกก่อนว่าโน้ตตัวใดอยู่ใน Voice ไหน แต่ละ Voice มีจังหวะและความยาวเสียงอย่างไร แล้วจึงนำทั้งสองแนวกลับมาอ่านพร้อมกัน
อ่าน Triplet และ Tuplet บนบรรทัด 5 เส้นอย่างไร แบ่ง 3 ใน 2 และรักษา Pulse ให้ตรง
ผู้ที่อ่าน Eighth Note หรือ Sixteenth Note ได้แล้ว อาจสะดุดทันทีเมื่อเห็นเลข 3 กำกับอยู่เหนือกลุ่มโน้ต เพราะรูปแบบการแบ่งจังหวะแตกต่างจากที่คุ้นเคยการ อ่าน Triplet และ Tuplet ให้ถูกต้องจึงต้องพิจารณาทั้งตัวเลข กลุ่มโน้ต และ Pulse หลักไปพร้อมกัน เพื่อให้เข้าใจว่าแต่ละ Beat ถูกแบ่งออกเป็นกี่ส่วน โดยไม่เผลอเร่งหรือลด Tempo ตามจำนวนโน้ตที่เห็น
Tie Slur Staccato Accent อ่านอย่างไรบนบรรทัด 5 เส้น ให้ความยาวโน้ตและ Phrase ถูกต้อง
Tie Slur Staccato Accent เป็นเครื่องหมายที่ต้องอ่านควบคู่กับระดับเสียงและจังหวะ เพราะแม้จะเล่นโน้ตถูกทุกตัวและลงจังหวะได้ถูกต้อง เสียงที่ออกมาก็อาจยังไม่เป็น Phrase ตามที่บทเพลงกำหนด หากมองข้ามการเชื่อมเสียง ความสั้นยาวของเสียงจริง และน้ำหนักของโน้ตแต่ละตัว บทความนี้จะอธิบายหน้าที่ของเครื่องหมายทั้ง 4 ชนิด พร้อมวิธีนำไปใช้ในการเล่นจริง โดยไม่ย้อนกลับไปสอนพื้นฐานเรื่องบรรทัด 5 เส้นใหม่ทั้งหมด
อ่าน Accidental ระหว่าง Sight Reading อย่างไร ให้จังหวะไม่สะดุด
ปัญหาที่พบได้บ่อยระหว่าง Sight Reading คือ ผู้เล่นอ่านโน้ตตามจังหวะได้ดี แต่พอเจอ Sharp, Flat หรือ Natural กลางวลีดนตรีกลับต้องหยุดคิดว่าโน้ตนั้นควรเล่นเป็นเสียงอะไร ส่งผลให้จังหวะหลักขาดตอนและตามโน้ตตัวถัดไปไม่ทัน ทักษะสำคัญในบทนี้คือ อ่าน Accidental ระหว่าง Sight Reading ให้ต่อเนื่อง โดยไม่ใช่เพียงการจำความหมายของ #, b และ Natural แต่ต้องฝึกให้สายตามองเห็นเครื่องหมายล่วงหน้า สมองรับรู้การเปลี่ยนระดับเสียง และมือเตรียมเล่นโน้ตนั้นได้โดยไม่ทำให้จังหวะสะดุด
อ่านโน้ต Syncopation บนบรรทัด 5 เส้น ฝึกอย่างไรให้จังหวะไม่หลุดเมโทรนอม
การอ่านจังหวะขัด หรือ อ่านโน้ต Syncopation เป็นทักษะที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่ายาก หลังจากอ่านโน้ตพื้นฐานและโน้ตเขบ็ตได้แล้ว เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจำค่าตัวโน้ตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การรักษา Pulse หรือจังหวะภายในให้มั่นคง แม้เสียงที่เล่นจะไม่ได้ลงตรงจังหวะหลักของห้องเพลง บทความนี้จะพาคุณเข้าใจวิธีอ่านจังหวะขัดบนบรรทัด 5 เส้น วิธีนับจังหวะย่อย การตบจังหวะ และแบบฝึก 8 ห้องที่นำไปใช้กับเมโทรนอมได้จริง เพื่อให้เล่นดนตรีร่วมกับวงได้แม่นยำขึ้น
อ่านโน้ตได้แต่เล่นไม่เป็นเพลง แก้ยังไงให้จังหวะ Dynamics และ Phrasing ดีขึ้น
หลายคนเจอปัญหา อ่านโน้ตได้แต่เล่นไม่เป็นเพลง บอกชื่อโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้ อ่านค่าจังหวะพื้นฐานได้ และเล่นโน้ตได้ครบทุกตัว แต่เมื่อฟังเสียงที่ออกมากลับรู้สึกว่าแข็ง ทื่อ ไม่ลื่นไหล และยังไม่เหมือนการเล่นดนตรีจริง
ฝึกอ่านโน้ตวันละ 15 นาทีให้ได้ผลจริง แบ่งเวลาอย่างไรระหว่าง Pitch, Rhythm และ Instrument
หากเป้าหมายของคุณคือ ฝึกอ่านโน้ตวันละ 15 นาที ให้เกิดผลจริง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเปิดโน้ตแล้วอ่านไปเรื่อย ๆ แต่ต้องรู้ว่าควรแบ่งเวลาฝึกเรื่อง Pitch หรือระดับเสียง, Rhythm หรือจังหวะ และการเล่นบนเครื่องดนตรีอย่างไร เพราะการอ่านโน้ตที่นำไปใช้ได้จริงไม่ได้จบแค่การบอกชื่อโน้ตให้ถูกเท่านั้น แต่ต้องอ่านจังหวะได้แม่น เล่นได้ต่อเนื่อง และเปลี่ยนสิ่งที่เห็นบนบรรทัด 5 เส้นให้กลายเป็นเสียงดนตรีจริงได้ บทความนี้จะช่วยจัดระบบการฝึกแบบสั้น กระชับ และนำไปซ้อมได้ทุกวัน โดยไม่เสียเวลาไปกับการฝึกแบบไม่มีทิศทาง







