โน้ตในคอร์ดไมเนอร์ โครงสร้าง 1-b3-5 และความต่างจากคอร์ดเมเจอร์

     โน้ตในคอร์ดไมเนอร์ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้มือกีต้าร์เข้าใจว่า ทำไมคอร์ด Am, Cm, Dm หรือ Em ถึงให้อารมณ์ต่างจากคอร์ดเมเจอร์ แม้จะใช้หลักการสร้างคอร์ดแบบ 1-3-5 คล้ายกันก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่โน้ตตัวที่ 3 ซึ่งเมื่อถูกลดลงครึ่งเสียง จะทำให้คาแรคเตอร์ของคอร์ดเปลี่ยนจากสว่างแบบเมเจอร์ ไปเป็นโทนหม่น ลึก หรือจริงจังมากขึ้น


     บทความนี้จะพาไล่จากพื้นฐานเดิมเรื่องคอร์ดเมเจอร์ ไปสู่โครงสร้างคอร์ดไมเนอร์แบบ 1-b3-5 พร้อมตัวอย่างบนกีต้าร์ ตารางโน้ตในคอร์ดไมเนอร์ และวิธีนำไปใช้กับการจับคอร์ด แกะเพลง แต่งเพลง และโซโล่ให้เข้าคอร์ดมากขึ้น

โน้ตในคอร์ดไมเนอร์คืออะไร

     คอร์ดไมเนอร์คือคอร์ดที่สร้างจากโน้ตหลัก 3 ตัวเหมือนคอร์ดเมเจอร์ ได้แก่ Root, 3rd และ 5th แต่ความแตกต่างสำคัญคือโน้ตตัวที่ 3 ของคอร์ดไมเนอร์จะถูกลดลงครึ่งเสียง จึงเรียกว่า b3 หรือ Flat 3rd


     ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องโครงสร้างคอร์ดเมเจอร์ แนะนำให้อ่านบทความ เจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์ ก่อน เพราะบทความนั้นอธิบายพื้นฐาน Root, 3rd และ 5th ของคอร์ดเมเจอร์ไว้แล้ว


สูตรคอร์ดไมเนอร์คือ 1-b3-5

     สูตรที่ควรจำให้ได้คือ คอร์ดไมเนอร์ = 1-b3-5 โดยตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงลำดับเสียงในสเกลของคอร์ดนั้น ส่วนเครื่องหมาย b หน้าเลข 3 หมายถึงลดโน้ตตัวที่ 3 ลงครึ่งเสียง หรือบนกีต้าร์ก็คือเลื่อนลงมา 1 เฟร็ต


ส่วนประกอบ หน้าที่ในคอร์ด ความหมาย
1 Root โน้ตหลักที่เป็นชื่อคอร์ด
b3 Minor 3rd โน้ตที่ทำให้คอร์ดมีคาแรคเตอร์ไมเนอร์
5 Perfect 5th โน้ตที่ช่วยให้คอร์ดมีความมั่นคง


ตัวอย่างจากคอร์ด C เป็น Cm

     ถ้าเริ่มจากคอร์ด C เมเจอร์ เราจะได้โน้ต C, E, G โดย C คือ Root, E คือ 3rd และ G คือ 5th


     เมื่อต้องการเปลี่ยนจาก C เป็น Cm ให้ลดโน้ตตัวที่ 3 คือ E ลงครึ่งเสียง กลายเป็น Eb ดังนั้นคอร์ด Cm จึงมีโน้ต C, Eb, G


คอร์ด สูตร โน้ตในคอร์ด คาแรคเตอร์
C 1-3-5 C, E, G สว่าง เปิด ชัด
Cm 1-b3-5 C, Eb, G หม่น ลึก จริงจัง


ตารางโน้ตในคอร์ดไมเนอร์พื้นฐาน

     ตารางนี้เป็นตัวอย่างคอร์ดไมเนอร์พื้นฐานที่มือกีต้าร์ควรรู้ เพราะจะช่วยให้เห็นภาพว่าแต่ละคอร์ดไม่ได้เป็นแค่รูปจับ แต่เกิดจากการรวมตัวของโน้ต 3 ตัวตามสูตร 1-b3-5


คอร์ดไมเนอร์ โน้ตในคอร์ด สูตร
Cm C, Eb, G 1-b3-5
Dm D, F, A 1-b3-5
Em E, G, B 1-b3-5
Fm F, Ab, C 1-b3-5
Gm G, Bb, D 1-b3-5
Am A, C, E 1-b3-5
Bm B, D, F# 1-b3-5


ทำไมโน้ตตัวที่ 3 ถึงสำคัญมาก

     ในคอร์ดสามเสียง โน้ตตัวที่ 3 เป็นตัวบอกคาแรคเตอร์หลักของคอร์ด ถ้าเป็น 3rd ปกติ คอร์ดจะเป็นเมเจอร์ แต่ถ้าเป็น b3 คอร์ดจะเป็นไมเนอร์ นี่คือเหตุผลที่คอร์ด C กับ Cm ใช้ Root และ 5th เหมือนกัน แต่ฟังแล้วให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน


     ถ้าต้องการเปลี่ยนความเข้าใจเรื่อง b3 ให้กลายเป็นทักษะการฟัง ควรฝึก แยก Major กับ Minor จากเสียง Third เพราะเสียงตัวที่ 3 คือจุดหลักที่ทำให้หูรับรู้ว่าคอร์ดฟังสว่างหรือหม่น


     สำหรับมือกีต้าร์ จุดนี้สำคัญมาก เพราะเวลาโซโล่หรือแต่งเมโลดี้บนคอร์ดไมเนอร์ ถ้าเลือกเน้นโน้ต b3 ได้ถูกจังหวะ เสียงจะเข้าคอร์ดมากขึ้น และทำให้วลีดนตรีมีอารมณ์ไมเนอร์ชัดกว่าแค่ไล่สเกลไปเรื่อย ๆ


เอาไปใช้กับกีต้าร์อย่างไร

     การรู้โน้ตในคอร์ดไมเนอร์ไม่ได้มีไว้ท่องจำอย่างเดียว แต่ช่วยให้เล่นกีต้าร์ได้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งการจับคอร์ด การหาเสียงบนคอกีต้าร์ การแกะเพลง และการโซโล่ให้ไม่หลุด Harmony


1. ใช้หาโน้ตบนคอกีต้าร์

     ถ้ารู้ว่า Am มีโน้ต A, C, E เวลาเห็นรูปจับคอร์ด Am เราจะเริ่มเข้าใจว่าแต่ละสายกำลังให้เสียงอะไร ไม่ใช่แค่จำว่านิ้วต้องวางตรงไหน ถ้ายังไม่แม่นเรื่องตำแหน่งเสียงบนคอกีต้าร์ สามารถย้อนอ่าน เรียนรู้เรื่องโน้ตดนตรี ชื่อโน้ต ตัวเลข และตำแหน่งบนคอกีต้าร์ เพื่อปูพื้นฐานก่อน


2. ใช้เลือกโน้ตโซโล่ให้เข้าคอร์ด

     เวลาเจอคอร์ด Dm ถ้าเราเน้นโน้ต D, F และ A ในจังหวะสำคัญ วลีโซโล่จะฟังเข้าคอร์ดมากขึ้น เพราะโน้ตเหล่านี้คือ Chord Tone ของคอร์ด Dm โดยเฉพาะโน้ต F ซึ่งเป็น b3 และเป็นตัวบอกคาแรคเตอร์ไมเนอร์ของคอร์ดนี้


3. ใช้แต่งเมโลดี้และเรียบเรียงเพลง

     ถ้าแต่งเพลงในท่อนที่ใช้คอร์ดไมเนอร์ การรู้ว่าโน้ตในคอร์ดคืออะไรจะช่วยให้เลือกเมโลดี้ได้มั่นใจขึ้น เช่น ถ้าคอร์ดเป็น Em การใช้โน้ต E, G หรือ B เป็นจุดพักของเมโลดี้ จะช่วยให้ท่อนนั้นฟังลงตัวและไม่ลอยออกจากคอร์ด


ความเกี่ยวข้องระหว่างคอร์ดไมเนอร์กับ Harmony

     คอร์ดไมเนอร์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เพลงเศร้าเสมอไป ในบางเพลงคอร์ดไมเนอร์อาจทำหน้าที่เป็นจุดพักชั่วคราว สร้างความลึก หรือเพิ่มแรงดึงก่อนกลับไปหาคอร์ดหลักได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของคีย์และคอร์ดรอบข้าง


     ตัวอย่างเช่น ในคีย์ C เมเจอร์ คอร์ด Am เป็นคอร์ด vi ซึ่งมักให้ความรู้สึกนุ่ม ลึก หรือเปลี่ยนอารมณ์จาก C เมเจอร์โดยไม่หลุดคีย์ ส่วนคอร์ด Dm เป็นคอร์ด ii ที่มักใช้พาไปหา G หรือ G7 ก่อนกลับมาที่ C ได้อย่างลื่นไหล


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาเรียนคอร์ดไมเนอร์

จำแต่รูปจับคอร์ด แต่ไม่รู้เสียงข้างใน

     การจำรูปจับคอร์ดช่วยให้เล่นเพลงได้เร็ว แต่ถ้าไม่รู้ว่าในคอร์ดมีโน้ตอะไร จะต่อยอดไปสู่การแกะเพลง โซโล่ หรือเรียบเรียงได้ยากกว่าเดิม ควรค่อย ๆ ฝึกมองรูปจับคอร์ดร่วมกับชื่อโน้ตบนคอกีต้าร์


คิดว่าไมเนอร์แปลว่าเศร้าเสมอ

     คอร์ดไมเนอร์มักให้ความรู้สึกหม่นกว่าคอร์ดเมเจอร์ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเศร้าเสมอไป เพลงป๊อป ร็อก ฟังก์ และแจ๊สจำนวนมากใช้คอร์ดไมเนอร์เพื่อเพิ่มสีสัน ความลึก หรือความเท่ให้กับเพลงได้เหมือนกัน


ไม่ฟังเสียง b3 ให้ชัด

     ถ้าอยากเข้าใจคอร์ดไมเนอร์จริง ๆ ให้ลองเล่น C แล้วตามด้วย Cm ฟังความต่างระหว่าง E กับ Eb หลาย ๆ ครั้ง เพราะการได้ยินความต่างของ 3rd กับ b3 จะช่วยให้เข้าใจ Harmony ได้เร็วกว่าการอ่านทฤษฎีอย่างเดียว


แบบฝึกสำหรับจำโน้ตในคอร์ดไมเนอร์

     ลองฝึกทีละขั้นแบบนี้ จะช่วยให้จำโน้ตในคอร์ดไมเนอร์ได้เร็วขึ้น และนำไปใช้กับกีต้าร์จริงได้ง่ายกว่าเดิม

  • เลือกคอร์ดไมเนอร์ 1 คอร์ด เช่น Am
  • เขียนโน้ตในคอร์ดออกมา เช่น A, C, E
  • หาตำแหน่ง A, C, E บนสายกีต้าร์ 6 สาย
  • ลองดีดเฉพาะโน้ตเหล่านี้บน Backing Track คอร์ด Am
  • เปลี่ยนไปฝึกกับ Dm, Em และ Bm ทีละคอร์ด


     ถ้าอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้บ้างแล้ว การฝึกแบบนี้จะยิ่งเห็นภาพมากขึ้น เพราะจะเชื่อมระหว่างชื่อโน้ต ตำแหน่งบนคอกีต้าร์ และเสียงจริงที่ได้ยิน สามารถอ่านพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีการอ่านโน้ตดนตรี บนบรรทัด 5 เส้น


สรุปเรื่องโน้ตในคอร์ดไมเนอร์

     สรุปง่าย ๆ คือ โน้ตในคอร์ดไมเนอร์ ใช้สูตร 1-b3-5 โดย b3 คือโน้ตตัวที่ 3 ที่ลดลงครึ่งเสียง และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คอร์ดไมเนอร์มีคาแรคเตอร์ต่างจากคอร์ดเมเจอร์ ถ้าเข้าใจหลักนี้ มือกีต้าร์จะไม่ได้จำคอร์ดแค่จากรูปจับ แต่จะเริ่มเข้าใจว่าเสียงในคอร์ดทำงานอย่างไร


     เมื่อเข้าใจคอร์ดไมเนอร์แล้ว ขั้นต่อไปคือการนำความรู้นี้ไปใช้กับการแกะเพลง แต่งเมโลดี้ เลือกโน้ตโซโล่ และทำความเข้าใจ Harmony ในเพลงจริง เพราะคอร์ดแต่ละตัวไม่ได้เป็นแค่ชื่อคอร์ด แต่คือกลุ่มเสียงที่ส่งผลต่ออารมณ์และทิศทางของเพลงโดยตรง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น