การอ่านโน้ตดนตรี ตัวเขบ็จ และเครื่องหมายหยุด สำหรับฝึกจังหวะ

     การอ่านโน้ตดนตรี ตัวเขบ็จ และเครื่องหมายหยุด เป็นขั้นต่อจากการอ่านบรรทัด 5 เส้นและค่าตัวโน้ตพื้นฐาน เพราะเมื่อเราเริ่มเข้าใจโน้ตตัวดำ โน้ตตัวขาว และโน้ตตัวกลมแล้ว สิ่งที่ทำให้การเล่นดนตรี “ตรงจังหวะและมีชีวิต” มากขึ้นคือการอ่านค่าจังหวะที่ละเอียดกว่าเดิม เช่น ตัวเขบ็จหนึ่งชั้น ตัวเขบ็จสองชั้น รวมถึงการเงียบเสียงด้วยเครื่องหมายหยุดอย่างถูกจังหวะ บทความนี้จะอธิบายแบบนำไปฝึกกับกีต้าร์ เมโทรนอม และการนับจังหวะจริงได้ทันที


การอ่านโน้ตดนตรี ตัวเขบ็จ และเครื่องหมายหยุด เริ่มจาก Time Signature

     ก่อนจะไปถึงตัวเขบ็จและเครื่องหมายหยุด ควรเข้าใจเรื่อง เครื่องหมายกำหนดจังหวะ หรือ Time Signature ก่อน เพราะตัวเลขที่อยู่หลังสัญลักษณ์กุญแจซอลจะบอกว่าในหนึ่งห้องเพลงควรนับจังหวะอย่างไร และใช้ตัวโน้ตชนิดไหนเป็นหน่วยหลักในการนับ


     ถ้ายังไม่แม่นเรื่องการอ่านตำแหน่งโน้ตบนบรรทัด 5 เส้น แนะนำให้อ่านบทความ วิธีการอ่านโน้ตดนตรี ก่อน เพราะบทความนั้นปูพื้นฐานเรื่องบรรทัด 5 เส้น กุญแจซอล กุญแจฟา และค่าตัวโน้ตพื้นฐานไว้แล้ว


     ถ้าอยากให้การฝึกอ่านโน้ตไม่หนักไปทางจังหวะอย่างเดียว ควรลอง แบ่งเวลาฝึก Pitch, Rhythm และ Instrument เพื่อให้การอ่านชื่อโน้ต การนับจังหวะ และการเล่นจริงพัฒนาไปพร้อมกัน


     เมื่อเข้าใจค่าจังหวะ ตัวเขบ็จ และเครื่องหมายหยุดแล้ว มือกีต้าร์ควรต่อยอดไปที่การ ฝึก Sight Reading ให้ตรงจังหวะ เพื่ออ่านโน้ต เล่นตำแหน่งบนคอ และรักษา Timing ไปพร้อมกัน

ตัวเลขบนและตัวเลขล่างใน Time Signature บอกอะไร

     เครื่องหมายที่เจอบ่อยที่สุดคือ 4/4 ซึ่งมักอ่านว่า “สี่สี่” ตัวเลขด้านบนบอกจำนวนจังหวะในหนึ่งห้อง ส่วนตัวเลขด้านล่างบอกว่าตัวโน้ตชนิดใดเป็นหน่วยหลักในการนับ ในกรณี 4/4 หมายความว่า หนึ่งห้องมี 4 จังหวะ และใช้โน้ตตัวดำเป็นหน่วยหลักของจังหวะ

เลขตัวล่าง หมายถึงตัวโน้ต การใช้งานโดยประมาณ
2 โน้ตตัวขาว ใช้ตัวขาวเป็นหน่วยหลัก
4 โน้ตตัวดำ พบบ่อยมาก เช่น 4/4, 3/4, 2/4
8 โน้ตตัวเขบ็จหนึ่งชั้น ใช้กับเพลงที่แบ่งจังหวะย่อยชัดขึ้น
16 โน้ตตัวเขบ็จสองชั้น ใช้กับการแบ่งจังหวะที่ละเอียดมากขึ้น

     สำหรับผู้เริ่มต้นให้จำ 4/4 ก่อนก็พอ เพราะเป็นจังหวะที่เจอได้บ่อยมากในเพลงป๊อป ร็อก บลูส์ ฟังก์ และเพลงสากลทั่วไป ให้ฝึกนับ 1, 2, 3, 4 จนรู้สึกว่าหนึ่งห้องเพลงมีพื้นที่เท่าไร แล้วค่อยเพิ่มตัวเขบ็จเข้าไปทีละระดับ


ตัวเขบ็จคืออะไร และต่างจากโน้ตตัวดำอย่างไร

     ตัวเขบ็จ คือค่าตัวโน้ตที่แบ่งย่อยจากโน้ตตัวดำลงไปอีก ทำให้ในหนึ่งจังหวะสามารถมีโน้ตมากกว่าหนึ่งตัวได้ ถ้าคิดแบบกีต้าร์ง่าย ๆ โน้ตตัวดำอาจเหมือนการดีดลง 1 ครั้งต่อ 1 จังหวะ แต่ตัวเขบ็จจะทำให้เราดีดถี่ขึ้น เช่น ดีดลงและดีดขึ้นในหนึ่งจังหวะเดียวกัน

โน้ตตัวเขบ็จหนึ่งชั้น

     โน้ตตัวเขบ็จหนึ่งชั้น หรือ Eighth Note มีความยาวเท่ากับครึ่งหนึ่งของโน้ตตัวดำ หมายความว่าใน 1 จังหวะของโน้ตตัวดำ เราสามารถแบ่งออกเป็นตัวเขบ็จหนึ่งชั้นได้ 2 ตัว ถ้านับแบบง่ายจะเป็น “1 และ 2 และ 3 และ 4 และ”


โน้ตตัวเขบ็จสองชั้น

     โน้ตตัวเขบ็จสองชั้น หรือ Sixteenth Note มีความยาวเท่ากับ 1/4 ของโน้ตตัวดำ หรือครึ่งหนึ่งของตัวเขบ็จหนึ่งชั้น หมายความว่าใน 1 จังหวะ เราสามารถแบ่งออกเป็นเสียงย่อยได้ 4 ตำแหน่ง ถ้านับแบบง่ายจะเป็น “1 ละ และ ละ 2 ละ และ ละ” ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ


     เมื่อเริ่มเข้าใจตัวเขบ็จหนึ่งชั้นและสองชั้นแล้ว ขั้นต่อไปควรฝึก อ่านโน้ตจังหวะซับซ้อน ให้ตรง Groove เพื่อแยกตำแหน่งเขบ็จ จุดประ และการผูกเสียงให้สัมพันธ์กับ Pulse ของเพลงจริง


ตารางสัดส่วนค่าตัวโน้ตที่ควรจำ

     การอ่านตัวเขบ็จจะง่ายขึ้นถ้าเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวโน้ตแต่ละชนิด ไม่ควรมองแยกเป็นสัญลักษณ์เดี่ยว ๆ แต่ให้มองเป็น “สัดส่วนของเวลา” ในหนึ่งห้องเพลง

ชนิดของโน้ต จำนวนจังหวะใน 4/4 วิธีจำง่าย ๆ
โน้ตตัวกลม 4 จังหวะ ดีดครั้งเดียวแล้วลากยาวทั้งห้อง
โน้ตตัวขาว 2 จังหวะ หนึ่งห้องมีได้ 2 ตัว
โน้ตตัวดำ 1 จังหวะ นับ 1, 2, 3, 4
ตัวเขบ็จหนึ่งชั้น ครึ่งจังหวะ นับ 1 และ 2 และ
ตัวเขบ็จสองชั้น หนึ่งในสี่จังหวะ นับ 1 ละ และ ละ

วิธีนับโน้ตตัวดำ ตัวเขบ็จหนึ่งชั้น และตัวเขบ็จสองชั้น

     วิธีฝึกที่ดีที่สุดคือใช้เมโทรนอม แล้วเริ่มจากความเร็วช้า ๆ ก่อน เช่น 60 BPM จากนั้นดีดกีต้าร์สายใดสายหนึ่ง หรือเคาะโต๊ะก็ได้ จุดสำคัญคือเสียงต้องออกตรงกับตำแหน่งที่เรานับ ไม่ใช่รีบเล่นให้เร็วตั้งแต่แรก


นับโน้ตตัวดำ

     โน้ตตัวดำให้นับตรงกับตัวเลขหลัก 1, 2, 3, 4 ถ้าฝึกกับกีต้าร์ ให้ดีดลงทุกครั้งที่นับเลข

1    2    3    4
ลง  ลง  ลง  ลง

นับโน้ตตัวเขบ็จหนึ่งชั้น

     ตัวเขบ็จหนึ่งชั้นให้เพิ่มคำว่า “และ” ระหว่างตัวเลข เช่น 1 และ 2 และ 3 และ 4 และ ถ้าเล่นกีต้าร์ให้ดีดลงที่ตัวเลข และดีดขึ้นที่คำว่า “และ” วิธีนี้ช่วยให้มือขวาเริ่มเข้าใจจังหวะตกและจังหวะยกชัดขึ้น


1  และ  2  และ  3  และ  4  และ
ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น

นับโน้ตตัวเขบ็จสองชั้น

     ตัวเขบ็จสองชั้นจะละเอียดกว่าเดิม เพราะในหนึ่งจังหวะมีการแบ่งย่อย 4 ตำแหน่ง วิธีนับแบบไทยที่เข้าใจง่ายคือ “1 ละ และ ละ 2 ละ และ ละ” โดยพยายามเว้นระยะทุกคำให้เท่ากัน ถ้าเว้นไม่เท่ากัน จังหวะจะเริ่มแกว่งทันที

1  ละ  และ  ละ  2  ละ  และ  ละ
ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น  ลง  ขึ้น

     จะนับเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เช่น one and two and หรือ one e and a two e and a แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแบ่งสัดส่วนให้เท่ากันทุกช่อง ไม่เร่ง ไม่หน่วง และยังรู้สึกถึงจังหวะหลัก 1, 2, 3, 4 อยู่เสมอ


เครื่องหมายหยุดคืออะไร และต้องนับอย่างไร

     ในดนตรี การเงียบก็สำคัญพอ ๆ กับการเล่นเสียง ถ้าเล่นโน้ตต่อกันตลอดโดยไม่มีช่องว่าง เพลงอาจฟังแน่นเกินไปและไม่มีลมหายใจ เครื่องหมายหยุดจึงทำหน้าที่บอกว่า “ตรงนี้ต้องเงียบ” แต่ยังต้องนับจังหวะต่อไปในใจเหมือนเดิม

หยุดเสียง แต่ห้ามหยุดนับ

     หลักการง่ายที่สุดคือ ถ้าเจอเครื่องหมายหยุดที่มีค่าเท่ากับโน้ตตัวดำ ก็ให้เงียบ 1 จังหวะ ถ้าเจอเครื่องหมายหยุดเท่ากับโน้ตตัวขาว ก็เงียบ 2 จังหวะ และถ้าเป็นเครื่องหมายหยุดตัวกลม ก็เงียบยาวทั้งห้องในจังหวะ 4/4 แต่ระหว่างที่เงียบต้องนับอยู่ในใจตลอด ไม่อย่างนั้นจะกลับเข้าเพลงผิดจุด


ตัวอย่างการฝึกเครื่องหมายหยุดกับกีต้าร์

     ลองตั้งเมโทรนอมช้า ๆ แล้วฝึกแบบนี้: ดีดที่จังหวะ 1, เงียบที่จังหวะ 2, ดีดที่จังหวะ 3, เงียบที่จังหวะ 4 วิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกว่าความเงียบก็มีความยาวและตำแหน่งของมัน ไม่ใช่แค่การหยุดเล่นเฉย ๆ

1    2    3    4
ดีด  หยุด  ดีด  หยุด

อ่านตัวเขบ็จและเครื่องหมายหยุดได้แล้ว ควรฝึกอะไรต่อ

     หลังจากเข้าใจตัวเขบ็จและเครื่องหมายหยุดแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำไปใช้กับเพลงจริง อย่าฝึกเฉพาะการนับบนกระดาษ เพราะดนตรีต้องเชื่อมระหว่างตา มือ หู และความรู้สึกของจังหวะเข้าด้วยกัน


ฝึกกับเมโทรนอมให้จังหวะนิ่ง

     เริ่มจากความเร็วช้า เช่น 60 BPM แล้วนับตัวดำ ตัวเขบ็จหนึ่งชั้น และตัวเขบ็จสองชั้นโดยไม่ให้จังหวะเร่งขึ้นเอง ถ้าเล่นกีต้าร์ ให้ดีดเสียงเดียวก่อน เมื่อจังหวะนิ่งแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นคอร์ดหรือแพตเทิร์น Strumming ที่ซับซ้อนขึ้น


ฝึกเชื่อมกับ Rhythm และการเล่นเป็นประโยค

     การอ่านจังหวะไม่ได้ช่วยแค่ให้อ่านโน้ตถูก แต่ยังช่วยให้ประโยคดนตรีฟังมีชีวิตขึ้นด้วย โดยเฉพาะเวลาเล่นกีต้าร์หรือโซโล่ ถ้าต้องการต่อยอดเรื่องนี้ แนะนำให้อ่านบทความ ฝึกโซโล่ด้วย Rhythm ก่อนเลือกโน้ต ทำอย่างไรให้วลีฟังมีชีวิตมากขึ้น เพราะจะช่วยให้เห็นว่าจังหวะมีผลต่ออารมณ์ของวลีดนตรีมากแค่ไหน


ฝึกโยงกลับไปที่ชื่อโน้ตและตำแหน่งเสียง

     ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องชื่อโน้ต ตัวเลขของโน้ต หรือการเทียบ C D E F G A B กับโด เร มี ฟา ซอล ลา ที สามารถย้อนอ่านบทความ เรียนรู้เรื่องโน้ตดนตรี เพื่อให้เห็นภาพรวมของชื่อเสียง ก่อนนำมารวมกับจังหวะและการอ่านตัวเขบ็จในบทความนี้


สรุปการอ่านตัวเขบ็จและเครื่องหมายหยุด

     การอ่านโน้ตดนตรีให้ดีไม่ใช่แค่รู้ว่าโน้ตตัวไหนคือเสียงอะไร แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าโน้ตนั้นยาวแค่ไหน เริ่มตรงจังหวะไหน และมีช่วงเงียบตรงไหนบ้าง ตัวเขบ็จช่วยให้เราอ่านจังหวะที่ละเอียดขึ้น ส่วนเครื่องหมายหยุดช่วยให้เพลงมีช่องว่าง มีลมหายใจ และมีน้ำหนักมากขึ้น


     ถ้าฝึกกับเมโทรนอมอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากตัวดำ ไปตัวเขบ็จหนึ่งชั้น แล้วค่อยไปตัวเขบ็จสองชั้น การนับจังหวะจะค่อย ๆ แม่นขึ้น และเมื่อเอาไปใช้กับกีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด หรือการเขียนโน้ตในโปรแกรมทำเพลง ก็จะเข้าใจจังหวะของเพลงจริงได้ดีขึ้นครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น