วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จากภาพ Staff + TAB แบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จาก Staff ด้านบนและตัวเลขเฟรตด้านล่างที่วางสัมพันธ์กับโน้ตในแต่ละจังหวะ

     คนที่เพิ่งเริ่มเล่นกีต้าร์หลายคน เมื่อค้นหา วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ มักพบ TAB แบบตัวอักษรที่เรียงเป็นเส้นยาว ๆ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจพออ่านตามได้ แต่เมื่อเปิดหนังสือ แบบฝึก หรือเอกสารสอนกีต้าร์จริง กลับพบรูปแบบที่ต่างออกไป คือมีโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นอยู่ด้านบน และมี TAB 6 เส้นอยู่ด้านล่าง พร้อมหมายเลขห้อง ชื่อคอร์ด และสัญลักษณ์ต่าง ๆ จนไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูจากส่วนใดก่อน

เครื่องหมาย Dynamics ในโน้ตดนตรี อ่าน p–f, Crescendo และ Diminuendo บนบรรทัด 5 เส้นอย่างไร

เครื่องหมาย Dynamics ในโน้ตดนตรี ขณะผู้เล่นเปียโนอ่านสกอร์ที่มี p, mp, mf, f และ Hairpin ก่อนเล่น

     ผู้เล่นอาจอ่านระดับเสียง (Pitch) และจังหวะ (Rhythm) ได้ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อพบเครื่องหมาย Dynamics ในโน้ตดนตรี เช่น p, mp, mf, f, Crescendo หรือ Hairpin ก็อาจยังไม่แน่ใจว่าเครื่องหมายนั้นเริ่มมีผลตรงไหน ต้องรักษาระดับความดังเดิมไว้นานเพียงใด หรือควรเพิ่มหรือลดความดังไปจนถึงจุดใด หากตีความข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกต้อง การเล่นก็อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนโน้ตกำหนดไว้ใน Score

อ่านโน้ตสองแนวเสียงอย่างไร แยก Voice, Rest และจังหวะบนบรรทัด 5 เส้น

อ่านโน้ตสองแนวเสียง จากกระดาษโน้ตที่มีสองบรรทัด ก้านโน้ตต่างทิศ Rest ดินสอ และคีย์บอร์ดด้านหลัง

     คนที่อ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นแบบทำนองแนวเดียวได้แล้ว มักเริ่มสับสนเมื่อพบโน้ตมากกว่าหนึ่งแนวอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อก้านโน้ตหันคนละทาง มี Rest อยู่คนละตำแหน่ง หรือเสียงหนึ่งยังค้างอยู่ขณะที่อีกเสียงเริ่มเคลื่อนต่อ เมื่อต้อง อ่านโน้ตสองแนวเสียง จึงไม่ควรนำหัวโน้ตทุกตัวมาอ่านเรียงต่อกันเป็นทำนองเส้นเดียว แต่ต้องแยกก่อนว่าโน้ตตัวใดอยู่ใน Voice ไหน แต่ละ Voice มีจังหวะและความยาวเสียงอย่างไร แล้วจึงนำทั้งสองแนวกลับมาอ่านพร้อมกัน

อ่าน Triplet และ Tuplet บนบรรทัด 5 เส้นอย่างไร แบ่ง 3 ใน 2 และรักษา Pulse ให้ตรง

นักดนตรีกำลัง อ่าน Triplet และ Tuplet จากโน้ตบรรทัด 5 เส้น โดยมีเมโทรนอมและคีย์บอร์ดอยู่ด้านหน้า

     ผู้ที่อ่าน Eighth Note หรือ Sixteenth Note ได้แล้ว อาจสะดุดทันทีเมื่อเห็นเลข 3 กำกับอยู่เหนือกลุ่มโน้ต เพราะรูปแบบการแบ่งจังหวะแตกต่างจากที่คุ้นเคยการ อ่าน Triplet และ Tuplet ให้ถูกต้องจึงต้องพิจารณาทั้งตัวเลข กลุ่มโน้ต และ Pulse หลักไปพร้อมกัน เพื่อให้เข้าใจว่าแต่ละ Beat ถูกแบ่งออกเป็นกี่ส่วน โดยไม่เผลอเร่งหรือลด Tempo ตามจำนวนโน้ตที่เห็น

Tie Slur Staccato Accent อ่านอย่างไรบนบรรทัด 5 เส้น ให้ความยาวโน้ตและ Phrase ถูกต้อง

นักดนตรีกำลังอ่าน Tie Slur Staccato Accent บนแผ่นโน้ต พร้อมเมโทรนอมและดินสอในห้องซ้อม

     Tie Slur Staccato Accent เป็นเครื่องหมายที่ต้องอ่านควบคู่กับระดับเสียงและจังหวะ เพราะแม้จะเล่นโน้ตถูกทุกตัวและลงจังหวะได้ถูกต้อง เสียงที่ออกมาก็อาจยังไม่เป็น Phrase ตามที่บทเพลงกำหนด หากมองข้ามการเชื่อมเสียง ความสั้นยาวของเสียงจริง และน้ำหนักของโน้ตแต่ละตัว บทความนี้จะอธิบายหน้าที่ของเครื่องหมายทั้ง 4 ชนิด พร้อมวิธีนำไปใช้ในการเล่นจริง โดยไม่ย้อนกลับไปสอนพื้นฐานเรื่องบรรทัด 5 เส้นใหม่ทั้งหมด

เทคนิค Muting เบส ใช้มือซ้ายและมือขวาปิดเสียงสายอย่างไร ให้ Bass Line ชัดและ Groove แน่น

มือเบสกำลังฝึก เทคนิค Muting เบส โดยใช้มือซ้ายและมือขวาควบคุมสายบนเครื่องดนตรีสี่สาย

     เล่นโน้ตถูก จังหวะไม่หลุด แต่ Bass Line ยังฟังเบลอ ไม่กระชับ หรือมีเสียงจากสายอื่นก้องตามมา ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือกโน้ต แต่อยู่ที่เสียงซึ่งไม่ควรดังและโน้ตตัวก่อนที่ยังหยุดไม่สนิท เทคนิค Muting เบส จึงไม่ได้มีไว้เพียงลดเสียงรบกวน แต่ช่วยควบคุมว่าแต่ละโน้ตควรเริ่มเมื่อใด หยุดเมื่อใด และในช่วงนั้นควรมีสายใดส่งเสียงอยู่ เมื่อมือซ้ายและมือขวาแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม Bass Line จะสะอาดขึ้น ช่วง Rest จะเงียบอย่างชัดเจน และความยาวของโน้ตจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Groove ที่ผู้เล่นควบคุมได้อย่างตั้งใจ

คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง แยก Maj7, m7, Dominant 7, m7♭5 และ dim7 อย่างไร

นักดนตรีฝึก Harmony บนคีย์บอร์ดเพื่อทำความเข้าใจ คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง โดยมีกีต้าร์และพื้นที่ฝึกดนตรีอยู่ด้านหลัง

     เมื่อเห็น Cmaj7, Cm7, C7, Cm7♭5 หรือ Cdim7 บน Lead Sheet หลายคนรู้ว่าเป็นคอร์ดที่พบได้บ่อยในดนตรีแจ๊ส แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวอักษร ตัวเลข และเครื่องหมายแต่ละแบบหมายถึงอะไร หากถามว่า คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง จริง ๆ แล้วคอร์ดในดนตรีแจ๊สไม่ได้มีเพียง 5 ชนิดนี้ แต่ Maj7, m7, Dominant 7, m7♭5 และ dim7 เป็น Chord Quality หรือประเภทของคอร์ดตามโครงสร้างเสียงที่ควรรู้เป็นพื้นฐาน เพราะทั้งหมดสามารถแยกได้จากโครงสร้างเดียวกันคือ Root – 3rd – 5th – 7th แล้วพิจารณาว่า 3rd, 5th และ 7th ของแต่ละคอร์ดแตกต่างกันอย่างไร