เอฟเฟค Delay ฝึก Timing ให้โซโล่ไม่รกและควบคุม Phrase ได้ชัดขึ้น

มือกีต้าร์ใช้ เอฟเฟค Delay ฝึก Timing ขณะโซโล่ในห้องซ้อม โดยมีเมโทรนอม แป้นควบคุม และตู้แอมป์อยู่ด้านหน้า

     การใช้ เอฟเฟค Delay ฝึก Timing ไม่ได้ช่วยเพียงทำให้เสียงกีต้าร์กว้างและมีมิติมากขึ้น แต่ยังช่วยให้มือกีต้าร์ได้ยินจังหวะ ความยาวของโน้ต และช่องว่างระหว่าง Phrase หรือประโยคดนตรีของตนเองได้ชัดเจนกว่าเดิม หากเล่นตรงจังหวะ เสียงที่ดีดกับเสียงซ้ำจะเรียงตัวเข้ากับ Groove อย่างเป็นระเบียบ แต่ถ้าเล่นคลาดจังหวะ เล่นโน้ตถี่เกินไป หรือไม่เว้น Space เสียง Delay จะทำให้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นเด่นชัดขึ้น จึงนำมาใช้ตรวจสอบ Timing และฝึกให้โซโล่ฟังเป็นประโยค ไม่รก และไม่มีเสียงซ้อนกันมากเกินไปได้

สอนแต่งเพลง บทที่ 22 เขียนเพลง Indie ให้มี Theme ชัด ไม่เลื่อนลอย

นักแต่งเพลงจัดสมุด ภาพถ่าย และกีต้าร์เพื่อ เขียนเพลง Indie ให้มี Theme และทิศทางที่ชัดเจน

     เขียนเพลง Indie ให้มีเอกลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องบอกทุกความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ภาพในเนื้อเพลง คำร้องที่เปิดโอกาสให้คนฟังตีความ คอร์ดที่แตกต่างจากทางเดินคอร์ดทั่วไป และ Melody ที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทุกองค์ประกอบควรพาคนฟังกลับมาหา Theme หรือแก่นเรื่องเดียวกัน เพื่อให้เพลงมีทิศทาง มีจุดจำ และไม่ฟังดูเลื่อนลอย

Call and Response โซโล่ ฝึกประโยคถามตอบให้ Phrase ฟังเป็นดนตรี

มือกีต้าร์สวมหูฟังฝึก Call and Response โซโล่ ในโฮมสตูดิโอพร้อมแอมป์และหน้าจออัดเสียง

     Call and Response โซโล่ คือแนวคิดในการจัด Phrase หรือวลีดนตรีให้เชื่อมโยงกันเหมือนประโยคถามและประโยคตอบ วิธีนี้ช่วยให้การโซโล่ไม่กลายเป็นเพียงการเล่นโน้ตต่อเนื่องอย่างไร้ทิศทาง แต่ฟังคล้ายการสนทนา มีทั้งวลีที่ตั้งคำถาม ช่วงเว้นว่างให้ผู้ฟังติดตาม และวลีตอบที่ช่วยคลี่คลายเสียงให้สมบูรณ์

สอนแต่งเพลง บทที่ 21 เขียนเพลง Folk ให้เนื้อร้องมีภาพและเล่าเป็นฉาก

นักแต่งเพลงกำลัง เขียนเพลง Folk ด้วยกีต้าร์โปร่ง สมุดบันทึก และเครื่องบันทึกเสียงบนโต๊ะไม้

     เขียนเพลง Folk ให้คนฟังจดจำได้ ไม่ได้อาศัยเพียงคอร์ดเรียบง่ายหรือเสียงกีต้าร์ Acoustic เท่านั้น เนื้อร้องยังต้องพาผู้ฟังไปเห็นสถานที่ ตัวละคร ช่วงเวลา และเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนความรู้สึกกว้าง ๆ ให้กลายเป็นภาพและฉากที่ชัดเจน เพื่อให้เพลงมี Theme หรือแก่นเรื่อง มีลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นจริง ๆ

สอนแต่งเพลง บทที่ 20 เขียนเพลง Acoustic ให้เรียบง่ายแต่ยังมีมิติ

นักดนตรีกำลัง เขียนเพลง Acoustic ด้วยกีต้าร์ สมุดเปล่า คาโป้ และเครื่องบันทึกเสียงในโฮมสตูดิโอ

     เขียนเพลง Acoustic ให้ฟังเรียบง่ายแต่ไม่แบน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้คอร์ดจำนวนมากหรือการเล่นกีต้าร์ที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือการเลือก Voicing รูปแบบการดีด เมโลดี้ เนื้อเพลง ช่องว่าง และน้ำหนักเสียงให้สอดคล้องกัน บทเรียนนี้จะเริ่มตั้งแต่การเลือกคีย์ที่ร้องได้สบาย ไปจนถึงการสร้างความแตกต่างระหว่าง Verse กับ Chorus แม้จะใช้ทางเดินคอร์ดชุดเดียวกันตลอดทั้งเพลง

วิเคราะห์ Phrase เมโลดี้ ดู Motif จุดพัก และทิศทางของท่อนเพลง

วิเคราะห์ Phrase เมโลดี้ จากเพลงจริงด้วยหูฟัง คีย์บอร์ด และหน้าจอแสดงคลื่นเสียงในสตูดิโอ

     วิเคราะห์ Phrase เมโลดี้ ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดทำนองบางท่อนจึงฟังต่อเนื่อง จดจำง่าย และดำเนินอารมณ์ของเพลงไปข้างหน้าได้ แม้จะใช้โน้ตเพียงไม่กี่ตัว บทความนี้จะอธิบายวิธีพิจารณา Motif จุดเริ่ม จุดพัก จังหวะสำคัญ และความสัมพันธ์แบบถามตอบ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์เพลง แต่งเมโลดี้ และวางโซโล่ให้แต่ละประโยคมีทิศทางชัดเจนยิ่งขึ้น

สอนแต่งเพลง บทที่ 19 เขียนเพลง Pop Rock ให้ Rhythm และ Hook มีแรงขับ

มือกีต้าร์กำลัง เขียนเพลง Pop Rock พร้อมสมุดไอเดีย เมโทรนอม แอมป์ และชุดกลองในห้องทำเพลง

     เขียนเพลง Pop Rock ให้มีแรงขับ ไม่ได้หมายถึงการเพิ่ม Gain จนเสียงกีต้าร์แตกหนัก หรือทำให้เครื่องดนตรีทุกชิ้นเล่นดังตลอดทั้งเพลง แต่คือการออกแบบ Rhythm กีต้าร์ การเดินคอร์ด และ Hook ให้ทำงานสอดคล้องกัน เมื่อ Verse เก็บพลังไว้พอเหมาะ Pre-Chorus ค่อย ๆ เพิ่มแรงส่ง และ Chorus ปล่อยจังหวะให้เต็มขึ้น พร้อมยกทำนองไปอยู่ในช่วงเสียงที่เด่นกว่าเดิม เพลงจะฟังมีพลังโดยยังคงความติดหูแบบ Pop เอาไว้ได้