คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง แยก Maj7, m7, Dominant 7, m7♭5 และ dim7 อย่างไร

นักดนตรีฝึก Harmony บนคีย์บอร์ดเพื่อทำความเข้าใจ คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง โดยมีกีต้าร์และพื้นที่ฝึกดนตรีอยู่ด้านหลัง

     เมื่อเห็น Cmaj7, Cm7, C7, Cm7♭5 หรือ Cdim7 บน Lead Sheet หลายคนรู้ว่าเป็นคอร์ดที่พบได้บ่อยในดนตรีแจ๊ส แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวอักษร ตัวเลข และเครื่องหมายแต่ละแบบหมายถึงอะไร หากถามว่า คอร์ดแจ๊สมีอะไรบ้าง จริง ๆ แล้วคอร์ดในดนตรีแจ๊สไม่ได้มีเพียง 5 ชนิดนี้ แต่ Maj7, m7, Dominant 7, m7♭5 และ dim7 เป็น Chord Quality หรือประเภทของคอร์ดตามโครงสร้างเสียงที่ควรรู้เป็นพื้นฐาน เพราะทั้งหมดสามารถแยกได้จากโครงสร้างเดียวกันคือ Root – 3rd – 5th – 7th แล้วพิจารณาว่า 3rd, 5th และ 7th ของแต่ละคอร์ดแตกต่างกันอย่างไร

อ่าน Accidental ระหว่าง Sight Reading อย่างไร ให้จังหวะไม่สะดุด

มือกีต้าร์ฝึก อ่าน Accidental ระหว่าง Sight Reading จากแผ่นโน้ต พร้อมเมโทรนอมเพื่อรักษาจังหวะให้ต่อเนื่อง

     ปัญหาที่พบได้บ่อยระหว่าง Sight Reading คือ ผู้เล่นอ่านโน้ตตามจังหวะได้ดี แต่พอเจอ Sharp, Flat หรือ Natural กลางวลีดนตรีกลับต้องหยุดคิดว่าโน้ตนั้นควรเล่นเป็นเสียงอะไร ส่งผลให้จังหวะหลักขาดตอนและตามโน้ตตัวถัดไปไม่ทัน ทักษะสำคัญในบทนี้คือ อ่าน Accidental ระหว่าง Sight Reading ให้ต่อเนื่อง โดยไม่ใช่เพียงการจำความหมายของ #, b และ Natural แต่ต้องฝึกให้สายตามองเห็นเครื่องหมายล่วงหน้า สมองรับรู้การเปลี่ยนระดับเสียง และมือเตรียมเล่นโน้ตนั้นได้โดยไม่ทำให้จังหวะสะดุด

Diminished และ Augmented Chord ต่างกันอย่างไร ใช้ Tension และ Voice Leading ให้คอร์ดมีทิศทาง

นักดนตรีฝึก Diminished และ Augmented Chord บนคีย์บอร์ดเพื่อทำความเข้าใจ Tension และ Voice Leading

     Diminished และ Augmented Chord ต่างก็ทำให้ Harmony ฟังไม่มั่นคงเท่าคอร์ด Major หรือ Minor ทั่วไป แต่แรงตึงของคอร์ดทั้งสองชนิดเกิดขึ้นต่างกัน Diminished มักทำให้รู้สึกว่าเสียงภายในคอร์ดกำลังถูกดึงเข้าหาโน้ตเป้าหมายอย่างชัดเจน ส่วน Augmented มักทำให้รู้สึกว่าเสียงบางตัวกำลังขยับออกจากตำแหน่งเดิม และพร้อมจะเคลื่อนไปยังเสียงถัดไป

Compressor Pedal ฝึก Dynamics กีต้าร์: คุม Attack และ Sustain โดยไม่กลบน้ำหนักมือ

มือกีต้าร์กำลังซ้อมโดยใช้ Compressor Pedal ฝึก Dynamics กีต้าร์ เพื่อเปรียบเทียบน้ำหนักมือกับเสียงผ่านแอมป์

     Compressor Pedal ฝึก Dynamics กีต้าร์ เป็นแนวทางฝึกที่ใช้อุปกรณ์เป็นเครื่องมือช่วยเปรียบเทียบเสียงระหว่างการซ้อม ไม่ใช่เปิดเอฟเฟคไว้เพื่อทำให้ทุกโน้ตมีความดังใกล้เคียงกันตลอดเวลา เพราะหากตั้ง Compression มากเกินไป โน้ตที่ดีดแรงจะถูกลดระดับลง และความแตกต่างระหว่างโน้ตที่ดีดเบากับโน้ตที่ดีดแรงจะลดลงตามไปด้วย มือกีต้าร์จึงอาจเข้าใจว่าตนเองควบคุมน้ำหนักมือได้ดีแล้ว ทั้งที่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำงานของ Compressor วิธีฝึกที่เหมาะสมกว่าคือเริ่มจากฟังเสียงที่เกิดจากมือของเราเอง จากนั้นเปิด Compressor เพื่อสังเกต Attack และ Sustain แล้วปิดเอฟเฟคอีกครั้ง เพื่อเช็คว่าความสม่ำเสมอที่ได้ยินเกิดจากการควบคุมมือจริง หรือเกิดจาก Compressor ช่วยลดความแตกต่างของระดับเสียง

Dynamics Map คืออะไร วางแผนพลัง Verse, Chorus และ Bridge ให้ Arrangement ไม่แบน

Dynamics Map กับมือกีต้าร์ มือเบส มือกลอง และมือคีย์บอร์ดกำลังวางระดับพลังร่วมกันในห้องซ้อม

     เพลงบางเพลงมีคอร์ดดี ทำนองชัด โครงสร้างครบ และนักดนตรีก็เล่นได้ถูกต้องทุกท่อน แต่เมื่อฟังตั้งแต่ต้นจนจบกลับรู้สึกว่าเพลง “แบน” เพราะ Verse, Chorus และ Bridge มีระดับพลังใกล้เคียงกันเกินไป การวาง Dynamics Map ช่วยให้เห็นว่าแต่ละช่วงของเพลงควรโปร่งขึ้น แน่นขึ้น กว้างขึ้น หรือผ่อนพลังลงตรงไหน เพื่อให้การเรียบเรียงเพลงมีพัฒนาการ และทำให้คนฟังรู้สึกว่าเพลงค่อย ๆ ดำเนินไปข้างหน้า แทนที่จะมีระดับพลังใกล้เคียงกันตั้งแต่ต้นจนจบ

Voice Exchange คืออะไร สลับเสียงบนกับเสียงล่างให้ Harmony เคลื่อนไหวอย่างไร

นักดนตรีฝึก Voice Exchange บนคีย์บอร์ด โดยแยกมือในช่วงเสียงต่ำและเสียงสูง พร้อมกีต้าร์โปร่งด้านหลัง

     Voice Exchange คือเทคนิคหนึ่งในเรื่องการนำเสียง (Voice Leading) ที่ช่วยให้เสียงประสานหรือ Harmony มีการเคลื่อนไหวภายในชัดเจนขึ้น หลักสำคัญคือมีเสียงอย่างน้อย 2 แนวเคลื่อนสัมพันธ์กันจนสลับตำแหน่งกัน เช่น เสียงล่างเริ่มจาก C แล้วขึ้นไป E ขณะที่เสียงบนเริ่มจาก E แล้วลงมา C แนวคิดนี้เหมาะกับผู้ที่เข้าใจคอร์ดและการนำเสียงอยู่แล้ว และต้องการพัฒนาจากการมองคอร์ดเป็นเพียงรูปจับ ไปสู่การฟังว่าโน้ตแต่ละแนวเคลื่อนไปทางใด เพื่อนำไปใช้กับการจัดเสียงคอร์ด (Voicing) การเล่นกีต้าร์ คีย์บอร์ด และการวิเคราะห์ Harmony ได้ละเอียดขึ้น

สอนแต่งเพลง บทที่ 29 เขียน Counter Melody ให้เสริมเสียงร้องหลักโดยไม่แย่ง Hook

นักแต่งเพลงกำลัง เขียน Counter Melody บนคีย์บอร์ดขณะฟังงานในห้องทำเพลง

     เพลงที่มีเสียงร้องหลักและ Hook ชัดเจนอยู่แล้ว อาจฟังรกขึ้นทันทีเมื่อเติมทำนองรองมากเกินไป หากต้องการ เขียน Counter Melody ให้ช่วยเสริมเพลง สิ่งแรกที่ควรทำจึงไม่ใช่การแต่งทำนองใหม่อีกหนึ่งแนวแล้วเล่นทับเสียงร้อง แต่ควรฟังก่อนว่าเมโลดี้หลักเว้นช่องตรงไหน คำใดสำคัญ และช่วงใดของ Hook ที่ควรโดดเด่นที่สุด จากนั้นจึงค่อยเติมทำนองรองในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อช่วยสานต่ออารมณ์ของเพลงโดยไม่แย่งความสนใจจากเสียงร้องหลัก