วิเคราะห์ Chord Progression จากหน้าที่คอร์ด ให้เข้าใจเพลงจริง

วิเคราะห์ Chord Progression โดยนักดนตรีฝึกคอร์ดบนคีย์บอร์ด พร้อมกีต้าร์ หูฟัง และสมุดโน้ตในสตูดิโอ

     วิเคราะห์ Chord Progression ให้เข้าใจเพลงจริง ไม่ควรดูเพียงว่าคอร์ดเรียงกันเป็น C - G - Am - F หรือ Am - F - C - G เท่านั้น แต่ควรถามต่อว่าคอร์ดแต่ละตัวกำลังทำหน้าที่อะไร คอร์ดใดทำให้เพลงรู้สึกนิ่งและพักได้ คอร์ดใดพา Harmony ออกจากจุดเดิม และคอร์ดใดสร้างแรงดึงให้เพลงอยากกลับไปยังศูนย์เสียงหลัก การมองทางเดินคอร์ดผ่านหน้าที่ Tonic, Subdominant และ Dominant จะช่วยให้คุณแกะเพลง เล่นร่วมวง วาง Bass Note และคาดเดาทิศทางของคอร์ดถัดไปได้แม่นยำกว่าการจำสูตรคอร์ดเพียงอย่างเดียว

สอนแต่งเพลง บทที่ 27 Rewrite เนื้อเพลง ให้คมขึ้นโดยไม่เสียอารมณ์เพลง

นักแต่งเพลงกำลัง Rewrite เนื้อเพลง บนโต๊ะโฮมสตูดิโอ พร้อมกีต้าร์ คีย์บอร์ด หูฟัง และเครื่องบันทึกเสียง

     Rewrite เนื้อเพลง เป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากเขียนเนื้อร้องร่างแรกเสร็จ เพราะร่างแรกมักมีคำอธิบายมากเกินไป ประโยคยาว ร้องไม่ลื่น หรือบอกความรู้สึกตรงเกินจนคนฟังแทบไม่มีพื้นที่ตีความ บทนี้จะช่วยให้คุณขัดเกลาคำร้องในระดับคำและระดับบรรทัด ให้กระชับ เห็นภาพ ร้องเป็นธรรมชาติ และยังรักษา Theme หรือแก่นเรื่อง ความหมาย และอารมณ์เดิมของเพลงไว้ได้

Arrangement Register จัด Verse, Chorus และ Bridge ให้พลังต่างกัน

Arrangement Register ในห้องซ้อมวงที่มีนักร้อง กีต้าร์ เบส กลอง และคีย์บอร์ดแบ่งหน้าที่กันชัดเจน

     Arrangement Register คือการจัดช่วงเสียงของเครื่องดนตรีและเสียงร้องให้เหมาะกับระดับพลังของแต่ละท่อนเพลง แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อแยกกีต้าร์ เบส และคีย์บอร์ดไม่ให้เสียงทับกัน แต่ยังช่วยกำหนดว่า Verse ควรโปร่งเพียงใด Pre-Chorus ควรสร้างแรงส่งอย่างไร Chorus ควรฟังกว้างขึ้นแค่ไหน และ Bridge ควรเปลี่ยนบรรยากาศไปในทิศทางใด โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเครื่องดนตรีทุกชิ้นพร้อมกัน

สอนแต่งเพลง บทที่ 26 เขียนเพลงจากภาพ แบ่งหน้าที่ของ Verse กับ Chorus อย่างไรให้ชัด

นักแต่งเพลงกำลัง เขียนเพลงจากภาพ ไฟท้ายรถกลางฝนในสตูดิโอ พร้อมคีย์บอร์ด กีต้าร์ และสมุดโน้ต

     เขียนเพลงจากภาพ เริ่มได้จากภาพหนึ่งที่ปรากฏชัดอยู่ในความคิด แต่เมื่อเริ่มเขียนเนื้อเพลง หลายคนกลับได้เพียงถ้อยคำสวยงามที่ยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาต่อไปอย่างไร บทนี้จะใช้ภาพตั้งต้นเพียงภาพเดียว แล้วแบ่งหน้าที่ให้ชัดว่า Verse ควรพาคนฟังเข้าไปเห็นรายละเอียดของเหตุการณ์ ส่วน Chorus ควรสรุปว่าภาพนั้นมีความหมายและส่งผลต่อความรู้สึกของตัวละครอย่างไร

ฝึก Voice Leading ด้วย Sustain Pedal บนคีย์บอร์ด ให้คอร์ดต่อกันเนียนโดยไม่เลอะ

นักดนตรีใช้ Sustain Pedal ฝึก Voice Leading ขณะเล่นคอร์ดบนคีย์บอร์ดและควบคุมแป้นเหยียบด้วยเท้า

     การฝึก Voice Leading ด้วย Sustain Pedal ช่วยให้ผู้เล่นคีย์บอร์ดฟังได้ชัดขึ้นว่าโน้ตแต่ละตัวเคลื่อนจากคอร์ดหนึ่งไปยังอีกคอร์ดหนึ่งอย่างไร อย่างไรก็ตาม เสียงคอร์ดที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลไม่ได้เกิดจากการเหยียบ Pedal ค้างไว้ตลอด หากกดคอร์ดใหม่ในขณะที่เสียงของคอร์ดเก่ายังค้างอยู่มากเกินไป โน้ตจากทั้งสองคอร์ดจะทับกันจนเสียงขุ่น และทำให้ลักษณะของคอร์ดใหม่ไม่ชัดเจน

สอนแต่งเพลง บทที่ 25 เขียนเพลง Metal และ Nu Metal ให้ Riff, Rhythm และคำร้องมีพลังร่วมกัน

เขียนเพลง Metal ด้วยการซ้อมร่วมกันของมือกีต้าร์ มือเบส มือกลอง และนักร้องในห้องซ้อมสมัยใหม่

     เขียนเพลง Metal ให้หนักแน่นและทรงพลัง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่ม Gain หรือ Distortion เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ Riff จังหวะ ช่องว่าง และคำร้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน บทนี้จะช่วยให้คุณสร้าง Riff ที่จดจำง่าย ใช้ Syncopation เพิ่มแรงขับเคลื่อน สลับท่อนหนักกับท่อนโล่งอย่างมีเหตุผล และวางคำร้องให้สอดคล้องกับจังหวะของเพลงได้จริง

สอนแต่งเพลง บทที่ 24 เขียนเพลง Rock ให้ Riff กับท่อนร้องไม่แข่งกัน

เขียนเพลง Rock ระหว่างการซ้อมวง โดยมือกีต้าร์เล่น Riff สอดรับกับนักร้อง พร้อมเบสและกลองสนับสนุน

     เขียนเพลง Rock ให้ Riff มีคาแรคเตอร์และช่วยขับเคลื่อนเพลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้กีต้าร์เล่นแน่นทุกจังหวะ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ Riff ฟังดีเมื่อเล่นเดี่ยว แต่เมื่อใส่เสียงร้องลงไป เพลงกลับแน่นเกินไป คำสำคัญฟังไม่ชัด และ Chorus ไม่พุ่งขึ้นอย่างที่ตั้งใจ บทนี้จึงอธิบายวิธีจัดพื้นที่ให้ Riff ทำนองร้อง เบส และมือกลองเสริมกัน เพื่อให้เพลงมีพลังไปในทิศทางเดียวกัน