สอนแต่งเพลง บทที่ 29 เขียน Counter Melody ให้เสริมเสียงร้องหลักโดยไม่แย่ง Hook

นักแต่งเพลงกำลัง เขียน Counter Melody บนคีย์บอร์ดขณะฟังงานในห้องทำเพลง

     เพลงที่มีเสียงร้องหลักและ Hook ชัดเจนอยู่แล้ว อาจฟังรกขึ้นทันทีเมื่อเติมทำนองรองมากเกินไป หากต้องการ เขียน Counter Melody ให้ช่วยเสริมเพลง สิ่งแรกที่ควรทำจึงไม่ใช่การแต่งทำนองใหม่อีกหนึ่งแนวแล้วเล่นทับเสียงร้อง แต่ควรฟังก่อนว่าเมโลดี้หลักเว้นช่องตรงไหน คำใดสำคัญ และช่วงใดของ Hook ที่ควรโดดเด่นที่สุด จากนั้นจึงค่อยเติมทำนองรองในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อช่วยสานต่ออารมณ์ของเพลงโดยไม่แย่งความสนใจจากเสียงร้องหลัก

สอนแต่งเพลง บทที่ 28 เขียนท่อน Outro ให้เพลงจบสวยและทิ้งอารมณ์ไว้กับคนฟัง

นักแต่งเพลงกำลังวางแผน เขียนท่อน Outro ด้วยกีต้าร์ คีย์บอร์ด และสมุดเปล่าในสตูดิโอ

     เขียนท่อน Outro ให้เพลงจบสวย ไม่ใช่เพียงนำ Chorus มาร้องซ้ำ หรือเล่นคอร์ดวนไปจนเสียงค่อย ๆ เบาลง แต่คือการตัดสินใจว่าก่อนเพลงจบ คนฟังควรได้ยินคำสุดท้าย เห็นภาพสุดท้าย หรือจดจำเมโลดี้แบบใด บทนี้จะช่วยให้คุณออกแบบท่อนจบที่ไม่ห้วน ไม่ยืดเยื้อ และยังทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้หลังเสียงสุดท้ายหายไป

สอนแต่งเพลง บทที่ 27 Rewrite เนื้อเพลง ให้คมขึ้นโดยไม่เสียอารมณ์เพลง

นักแต่งเพลงกำลัง Rewrite เนื้อเพลง บนโต๊ะโฮมสตูดิโอ พร้อมกีต้าร์ คีย์บอร์ด หูฟัง และเครื่องบันทึกเสียง

     Rewrite เนื้อเพลง เป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากเขียนเนื้อร้องร่างแรกเสร็จ เพราะร่างแรกมักมีคำอธิบายมากเกินไป ประโยคยาว ร้องไม่ลื่น หรือบอกความรู้สึกตรงเกินจนคนฟังแทบไม่มีพื้นที่ตีความ บทนี้จะช่วยให้คุณขัดเกลาคำร้องในระดับคำและระดับบรรทัด ให้กระชับ เห็นภาพ ร้องเป็นธรรมชาติ และยังรักษา Theme หรือแก่นเรื่อง ความหมาย และอารมณ์เดิมของเพลงไว้ได้

สอนแต่งเพลง บทที่ 26 เขียนเพลงจากภาพ แบ่งหน้าที่ของ Verse กับ Chorus อย่างไรให้ชัด

นักแต่งเพลงกำลัง เขียนเพลงจากภาพ ไฟท้ายรถกลางฝนในสตูดิโอ พร้อมคีย์บอร์ด กีต้าร์ และสมุดโน้ต

     เขียนเพลงจากภาพ เริ่มได้จากภาพหนึ่งที่ปรากฏชัดอยู่ในความคิด แต่เมื่อเริ่มเขียนเนื้อเพลง หลายคนกลับได้เพียงถ้อยคำสวยงามที่ยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาต่อไปอย่างไร บทนี้จะใช้ภาพตั้งต้นเพียงภาพเดียว แล้วแบ่งหน้าที่ให้ชัดว่า Verse ควรพาคนฟังเข้าไปเห็นรายละเอียดของเหตุการณ์ ส่วน Chorus ควรสรุปว่าภาพนั้นมีความหมายและส่งผลต่อความรู้สึกของตัวละครอย่างไร

สอนแต่งเพลง บทที่ 25 เขียนเพลง Metal และ Nu Metal ให้ Riff, Rhythm และคำร้องมีพลังร่วมกัน

เขียนเพลง Metal ด้วยการซ้อมร่วมกันของมือกีต้าร์ มือเบส มือกลอง และนักร้องในห้องซ้อมสมัยใหม่

     เขียนเพลง Metal ให้หนักแน่นและทรงพลัง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่ม Gain หรือ Distortion เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ Riff จังหวะ ช่องว่าง และคำร้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน บทนี้จะช่วยให้คุณสร้าง Riff ที่จดจำง่าย ใช้ Syncopation เพิ่มแรงขับเคลื่อน สลับท่อนหนักกับท่อนโล่งอย่างมีเหตุผล และวางคำร้องให้สอดคล้องกับจังหวะของเพลงได้จริง

สอนแต่งเพลง บทที่ 24 เขียนเพลง Rock ให้ Riff กับท่อนร้องไม่แข่งกัน

เขียนเพลง Rock ระหว่างการซ้อมวง โดยมือกีต้าร์เล่น Riff สอดรับกับนักร้อง พร้อมเบสและกลองสนับสนุน

     เขียนเพลง Rock ให้ Riff มีคาแรคเตอร์และช่วยขับเคลื่อนเพลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้กีต้าร์เล่นแน่นทุกจังหวะ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ Riff ฟังดีเมื่อเล่นเดี่ยว แต่เมื่อใส่เสียงร้องลงไป เพลงกลับแน่นเกินไป คำสำคัญฟังไม่ชัด และ Chorus ไม่พุ่งขึ้นอย่างที่ตั้งใจ บทนี้จึงอธิบายวิธีจัดพื้นที่ให้ Riff ทำนองร้อง เบส และมือกลองเสริมกัน เพื่อให้เพลงมีพลังไปในทิศทางเดียวกัน

สอนแต่งเพลง บทที่ 23 เขียนเพลง R&B ให้ Groove คอร์ด และเมโลดี้ลื่นไหล

นักแต่งเพลงกำลัง เขียนเพลง R&B ที่คีย์บอร์ดในโฮมสตูดิโอ พร้อมกีต้าร์และอุปกรณ์อัดเสียง

     เขียนเพลง R&B ให้ฟังลื่นไหล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกคอร์ดที่ซับซ้อนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวาง Groove คอร์ด เมโลดี้ และจังหวะของคำร้องให้สัมพันธ์กันตั้งแต่ต้น บทนี้จะช่วยให้คุณสร้างทางเดินคอร์ดที่มีสีสัน เลือก Chord Tone สำหรับวางเมโลดี้ กำหนดจุดพักอย่างเหมาะสม และทำให้ประโยคร้องเคลื่อนไปกับจังหวะโดยไม่เบียดกับดนตรีส่วนอื่น

สอนแต่งเพลง บทที่ 22 เขียนเพลง Indie ให้มี Theme ชัด ไม่เลื่อนลอย

นักแต่งเพลงจัดสมุด ภาพถ่าย และกีต้าร์เพื่อ เขียนเพลง Indie ให้มี Theme และทิศทางที่ชัดเจน

     เขียนเพลง Indie ให้มีเอกลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องบอกทุกความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ภาพในเนื้อเพลง คำร้องที่เปิดโอกาสให้คนฟังตีความ คอร์ดที่แตกต่างจากทางเดินคอร์ดทั่วไป และ Melody ที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทุกองค์ประกอบควรพาคนฟังกลับมาหา Theme หรือแก่นเรื่องเดียวกัน เพื่อให้เพลงมีทิศทาง มีจุดจำ และไม่ฟังดูเลื่อนลอย

สอนแต่งเพลง บทที่ 21 เขียนเพลง Folk ให้เนื้อร้องมีภาพและเล่าเป็นฉาก

นักแต่งเพลงกำลัง เขียนเพลง Folk ด้วยกีต้าร์โปร่ง สมุดบันทึก และเครื่องบันทึกเสียงบนโต๊ะไม้

     เขียนเพลง Folk ให้คนฟังจดจำได้ ไม่ได้อาศัยเพียงคอร์ดเรียบง่ายหรือเสียงกีต้าร์ Acoustic เท่านั้น เนื้อร้องยังต้องพาผู้ฟังไปเห็นสถานที่ ตัวละคร ช่วงเวลา และเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนความรู้สึกกว้าง ๆ ให้กลายเป็นภาพและฉากที่ชัดเจน เพื่อให้เพลงมี Theme หรือแก่นเรื่อง มีลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นจริง ๆ

สอนแต่งเพลง บทที่ 20 เขียนเพลง Acoustic ให้เรียบง่ายแต่ยังมีมิติ

นักดนตรีกำลัง เขียนเพลง Acoustic ด้วยกีต้าร์ สมุดเปล่า คาโป้ และเครื่องบันทึกเสียงในโฮมสตูดิโอ

     เขียนเพลง Acoustic ให้ฟังเรียบง่ายแต่ไม่แบน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้คอร์ดจำนวนมากหรือการเล่นกีต้าร์ที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือการเลือก Voicing รูปแบบการดีด เมโลดี้ เนื้อเพลง ช่องว่าง และน้ำหนักเสียงให้สอดคล้องกัน บทเรียนนี้จะเริ่มตั้งแต่การเลือกคีย์ที่ร้องได้สบาย ไปจนถึงการสร้างความแตกต่างระหว่าง Verse กับ Chorus แม้จะใช้ทางเดินคอร์ดชุดเดียวกันตลอดทั้งเพลง