วิธีการอ่านโน้ตดนตรี เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้นักดนตรีเข้าใจเสียง จังหวะ และตำแหน่งของตัวโน้ตได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเล่นกีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด หรือเขียนไลน์ดนตรีในโปรแกรมทำเพลง บทความนี้จะพาอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้น ตั้งแต่กุญแจซอล กุญแจฟา ตำแหน่งเสียง ไปจนถึงค่าความยาวของตัวโน้ต เพื่อให้เอาไปฝึกเล่นจริงได้ง่ายขึ้น
วิธีการอ่านโน้ตดนตรี เริ่มจากอะไร
อย่างที่บอกว่าบทความนี้เราจะมาแบ่งปันเรื่องการอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นแบบเบื้องต้นคร่าวๆก่อน เอาแบบว่าไปอ่าน tab หรือโน้ตแล้วก็พอจะเล่นตามได้ ถามว่าการอ่านโน้ตเป็นสำคัญไหม บางคนเล่นดนตรีเก่งแต่อ่านโน้ตดนตรีไม่ได้ก็เยอะนะ ใช้หูทิพย์ล้วนๆ และก็ต้องมีจินตนาการพอสมควร แต่ถ้าอ่านโน้ตได้ก็จะได้ไปอีกขั้นก็โอป่ะ
ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องชื่อโน้ต โด เร มี ฟา ซอล ลา ที หรือการเทียบตัวโน้ตกับ C D E F G A B แนะนำให้อ่าน เรียนรู้เรื่องโน้ตดนตรี ก่อน เพราะจะช่วยให้เข้าใจพื้นฐานเสียงก่อนเริ่มอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้ง่ายขึ้น
อยากให้ดูตัวอย่างเพลงนี้ก่อน ชื่อเพลง ผ่านพ้น เป็นผลงานผมเอง (โฆษณาอีกแล้ว) ไม่ได้เอามาโอ้อวดอะไร แต่จะยกตัวอย่างว่า ถ้าอ่านโน้ตเป็นหรือเขียนโน้ตดนตรีได้ก็มีประโยชน์อยู่บ้าง เพลงนี้แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียงเอง แต่จะบอกว่า ดนตรีทั้งหมดที่คุณได้ยิน มันไม่ใช่เครื่องดนตรีจริง เป็นการเขียนโน้ตดนตรีเข้าไปในเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ทั้ง กีต้าร์ เบส หรือแม้กระทั่ง กลอง ก็เขียนโน้ตดนตรีลงไป ไม่ใช่การเล่นจริง แต่ถามว่าเล่นจริงได้ไหม ก็เล่นได้แหล่ะ แต่อุปกรณ์มันไม่อำนวยในการอัดเสียงให้มันดูดี ก็เลยต้องเขียนโน้ตลงไป ซึ่งก็ต้องใช้ความรู้ในการเข้าใจเรื่องโน้ตดนตรีด้วย ลองฟังดู
เครดิต : จอมยุทธ ไร้ค่าย
นี่คือประโยชน์ของการเข้าใจเรื่องการอ่านการเขียนโน้ตดนตรีได้ เรามาเรียนรู้กันเลยว่าวิธีอ่านหรือเขียนเป็นอย่างไรบ้าง
เริ่มแรกผู้อ่านต้องเข้าใจก่อนว่า ในการอ่านโน้ตดนตรีเราจะใช้เส้นบรรทัดเหมือนบรรทัดตัวหนังสือเพียง 5 เส้นหรือ 5 บรรทัดเป็นตัวหลัก ย้ำว่า เป็นตัวหลักนะครับ ตัวโน้ตอาจจะอยู่ต่ำกว่าบรรทัด 5 เส้นนี้ลงไปอีกสัก 3 -4 บรรทัดก็ได้ แต่เราจะใช้ 5 เส้นนี้ในการอ้างอิง ตัวโน้ต หรือ ดูเสียงสูงต่ำในแต่ละโน้ต เป็นหลัก แบบนี้
และตรงหัวบรรทัด 5 เส้นนี้ ที่อยู่ด้านซ้ายสุด จะมีสัญลักม้วนๆ คล้ายๆ ตัว S ที่เป็นตัวเขียนอยู่ เราเรียกว่า กุญแจซอล หรือ G เคลฟ หรือ G Clef เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเป็นคีย์โน้ตปกติหรือระดับกลางในเครื่องดนตรีธรรมดาที่เล่นๆกันนั่นแหล่ะ เอาแบบเข้าใจง่ายๆ ซึ่งสังเกตบนเส้นบรรทัด 5 เส้นตัวสัญลักษณ์ กุญแจซอล นี้ ตรงหัวมันจะอยู่บนบรรทัดของเสียงตัว ซอล พอดี จึงเรียกว่า กุญแจซอล แบบในรูป
ส่วนเสียงที่มีลักษณะเป็นเสียงต่ำเช่นเสียงเบส จะใช้สัญลักษณ์ กุญแจฟา หรือ F เคลฟ หรือ F Clef เป็นสัญลักษณ์เป็นหลัก ส่วนใหญ่ถ้ามีการไล่ระดับเสียงลงไปต่ำๆ ก็มักจะเจอเส้นบรรทัด 5 เส้น ที่อยู่ใต้เส้นบรรทัด กุญแจซอล ลงไป มีอีก 5 เส้น ก็คือ กุญแจฟา นี่แหล่ะครับ ตามรูปคือ กุญแจฟา
วิธีไล่ระดับเสียง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด เร มี ..... ต่างๆนั้นก็ให้ดูที่ กุญแจซอล เป็นหลักก่อนนะครับ และวิธีไล่เสียงดูดังนี้ (ไล่เสียงจากเส้นล่างขึ้นบน)
เส้นที่ 1 เป็นเสียง มี หรือ E
ช่องว่างระหว่างบรรทัด 1 กับ 2 นับจากล่างขึ้นบนก็คือเสียง ฟา หรือ F
เส้นที่ 2 ก็คือเสียง ซอล หรือ G
ช่องว่างระหว่างบรรทัด 2 กับ 3 นับจากล่างขึ้นบนก็คือเสียง ลา หรือ A
เส้นที่ 3 ก็คือเสียง ที หรือ B
ช่องว่างระหว่างบรรทัด 3 กับ 4 นับจากล่างขึ้นบนก็คือเสียง โด หรือ C (โด สูงขึ้นมาอีก 1 อ็อกเต็ป)
เส้นที่ 4 ก็คือเสียง เร หรือ D (เร สูงขึ้นมาอีก 1 อ็อกเต็ป)
ช่องว่างระหว่างบรรทัด 4 กับ 5 นับจากล่างขึ้นบนก็คือเสียง มี หรือ E (มี สูงขึ้นมาอีก 1 อ็อกเต็ป)
เส้นที่ 5 ก็คือเสียง ฟา หรือ F (ฟา สูงขึ้นมาอีก 1 อ็อกเต็ป)
ส่วนใต้บรรทัด 5 เส้นเราก็สามารถไล่โน้ตลงไปต่ำกว่าเสียง มี ได้อีก โดยจะใช้เส้นสั้นๆไม่ต้องเขียนเป็นเส้นยาวเหมือนบรรทัด 5 เส้นให้เกะกะ โดยมีวิธีดูหรือเขียนดังนี้
- ตัวโน้ตที่ชิดของเส้นที่ 1 เป็นเสียง เร หรือ D
- ตัวโน้ตที่ต่ำลงไปไม่ชิดขอบเส้นที่ 1 แต่มีเส้นสั้นๆทับตัวโน้ตนั้นก็คือเสียง โด หรือ C
- ตัวโน้ตที่ต่ำลงไปอีกและอยู่ใต้เส้นสั้นๆนั้นคือเสียง ที หรือ B
ให้ดูง่ายๆว่าเหมือนมีบรรทัดเพิ่มลงไปข้างล่างอีกแต่ไม่ต้องเขียนเส้นให้ยาวเหมือนบรรทัด 5 เส้น แต่เป็นเส้นแค่สั้นๆ ก็มีหลักการไล่เสียงเหมือนโน้ตที่ไล่บนบรรทัด 5 เส้นนั้นเอง ตามรูป
รูปตัวโน้ตบรรทัด 5 เส้น
การอ่านโน้ตบรรทัด 5 เส้น เริ่มจากเส้น ช่อง และตำแหน่งเสียง
เมื่อเริ่มอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้น สิ่งที่ควรจำให้ได้ก่อนคือ ตัวโน้ตไม่ได้เรียงอยู่เฉพาะบนเส้นเท่านั้น แต่จะสลับกันระหว่าง “เส้น” และ “ช่อง” จากล่างขึ้นบนเสมอ ถ้าเข้าใจหลักนี้แล้ว การอ่านโน้ตจะไม่ใช่การท่องจำทีละตัวแบบแยกกัน แต่จะเริ่มเห็นเป็นลำดับเสียงที่ต่อเนื่องกัน
เมื่อเริ่มอ่านตำแหน่งโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้คล่องขึ้นแล้ว ขั้นต่อไปควรฝึก Sight Reading สำหรับมือกีต้าร์ เพื่อเชื่อมชื่อโน้ตเข้ากับตำแหน่งจริงบนคอกีต้าร์ให้เร็วขึ้น
สำหรับกุญแจซอล ซึ่งเป็นกุญแจที่มือกีต้าร์ มือคีย์บอร์ด และนักดนตรีทั่วไปเจอบ่อย ตำแหน่งโน้ตพื้นฐานบนบรรทัด 5 เส้นสามารถมองแบบง่ายได้ดังนี้
| ตำแหน่งบนบรรทัด 5 เส้น | ชื่อโน้ตไทย | ชื่อโน้ตสากล |
|---|---|---|
| เส้นที่ 1 | มี | E |
| ช่องที่ 1 | ฟา | F |
| เส้นที่ 2 | ซอล | G |
| ช่องที่ 2 | ลา | A |
| เส้นที่ 3 | ที | B |
| ช่องที่ 3 | โด | C |
| เส้นที่ 4 | เร | D |
| ช่องที่ 4 | มี | E |
| เส้นที่ 5 | ฟา | F |
วิธีดูตารางนี้ให้เข้าใจง่ายคือให้เริ่มจากเส้นล่างสุดก่อน แล้วไล่ขึ้นทีละตำแหน่ง เส้น ช่อง เส้น ช่อง ไปเรื่อย ๆ เช่น E, F, G, A, B, C, D, E, F ถ้าฝึกไล่แบบนี้บ่อย ๆ จะเริ่มอ่านโน้ตได้เร็วขึ้น เพราะสมองจะมองตำแหน่งเป็นขั้นบันไดของเสียง ไม่ใช่จำเป็นตัว ๆ
เมื่ออ่านตำแหน่งโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้คล่องขึ้นแล้ว สามารถต่อยอดไปสู่การ อ่าน Lead Sheet จากโน้ตบนบรรทัด 5 เส้น เพื่อฝึกมอง Melody, Chord Symbol และ Form ของเพลงจริงไปพร้อมกัน
เมื่ออ่านชื่อโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้คล่องขึ้นแล้ว ขั้นต่อไปควรฝึก อ่านโน้ตบรรทัด 5 เส้นกับคอร์ดกีต้าร์ เพื่อมองให้ได้ว่าโน้ตที่อ่านเป็น Root, 3rd, 5th หรือเป็นเสียงนอกคอร์ด
อ่านบรรทัด 5 เส้นอย่างไรให้เชื่อมกับคอกีต้าร์
หลังจากเข้าใจว่าโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นเรียงสลับกันระหว่างเส้นและช่องแล้ว ขั้นต่อไปคือการเชื่อมตำแหน่งเสียงเหล่านั้นเข้ากับคอกีต้าร์ เพราะการอ่านโน้ตให้ได้ชื่อเสียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ถ้ามือยังหาตำแหน่งบนคอกีต้าร์ไม่เจอ การเล่นจริงก็จะยังช้าอยู่
วิธีฝึกที่ได้ผลคือเลือกโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นทีละตัว เช่น E, F, G, A หรือ B แล้วลองหาตำแหน่งเสียงเดียวกันบนสายกีต้าร์หลายตำแหน่ง เช่น โน้ต E อาจอยู่ได้ทั้งสายเปล่าสายที่ 1, สายเปล่าสายที่ 6 หรืออยู่บนเฟร็ตอื่นในสายต่าง ๆ การฝึกแบบนี้จะช่วยให้การอ่านบรรทัด 5 เส้นไม่แยกออกจากการเล่นกีต้าร์จริง
ถ้าต้องการแผนที่คอกีต้าร์ที่ชัดขึ้น สามารถอ่านต่อเรื่อง เชื่อมโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นกับโน้ตสายกีต้าร์ เพื่อฝึกมองชื่อโน้ตเดียวกันบนหลายสายและหลายเฟร็ต
ถ้าฝึกต่อเนื่อง ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าโน้ตที่อ่านจากบรรทัด 5 เส้นสามารถกลายเป็นตำแหน่งนิ้วบนคอกีต้าร์ได้หลายจุด และเมื่อนำไปเชื่อมกับคอร์ด เช่น C, Am, G หรือ F ก็จะเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าโน้ตตัวไหนเป็น Root, 3rd, 5th หรือเสียงที่ทำให้คอร์ดมีคาแรคเตอร์ต่างกัน
วิธีจำโน้ตบนเส้นและช่องให้เร็วขึ้น
การจำโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นไม่ควรเริ่มจากการท่องทั้งหมดพร้อมกัน เพราะจะทำให้สับสนง่ายกว่าเดิม วิธีที่ดีกว่าคือแยกจำเป็น 2 กลุ่ม คือ “โน้ตบนเส้น” และ “โน้ตในช่อง” แล้วค่อยนำกลับมารวมกันตอนฝึกอ่านจริง
จำโน้ตบนเส้นก่อน
โน้ตบนเส้นของกุญแจซอล เรียงจากล่างขึ้นบนคือ E, G, B, D, F หรือ มี ซอล ที เร ฟา ให้ลองฝึกมองเฉพาะตัวโน้ตที่อยู่บนเส้นก่อน โดยยังไม่ต้องสนใจโน้ตในช่อง วิธีนี้ช่วยให้จำตำแหน่งหลักของบรรทัด 5 เส้นได้เร็วขึ้น
จำโน้ตในช่องต่อมา
โน้ตในช่องของกุญแจซอล เรียงจากล่างขึ้นบนคือ F, A, C, E หรือ ฟา ลา โด มี กลุ่มนี้จำง่ายกว่ามาก เพราะเรียงเป็นคำว่า FACE ในภาษาอังกฤษ เมื่อจำโน้ตในช่องได้แล้ว การอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นจะเริ่มเร็วขึ้นทันที
ฝึกอ่านจากเพลงสั้น ๆ แทนการท่องอย่างเดียว
หลังจากจำโน้ตบนเส้นและช่องได้แล้ว ให้ลองเลือกท่อนเมโลดี้สั้น ๆ มาอ่านวันละไม่กี่ห้อง แล้วพูดชื่อโน้ตออกเสียง เช่น C, D, E หรือ โด เร มี จากนั้นค่อยลองเล่นบนกีต้าร์หรือคีย์บอร์ด วิธีนี้ดีกว่าการท่องตารางอย่างเดียว เพราะช่วยเชื่อมระหว่าง “ตาเห็นโน้ต” “ปากเรียกชื่อโน้ต” และ “มือเล่นเสียงจริง” เข้าด้วยกัน
ถ้าต้องการจัดการฝึกแบบสั้นแต่ต่อเนื่องมากขึ้น สามารถต่อยอดด้วยบทความ ฝึกอ่านโน้ตวันละ 15 นาที เพื่อแบ่งเวลาระหว่างการอ่าน Pitch, การนับ Rhythm และการเล่นบนเครื่องดนตรีให้เป็นระบบ
แล้วตัวโน้ตแต่ละตัวก็จะมีวิธีเขียนไม่เหมือนกัน โดยดูจากความสั้นหรือยาวของเสียง โดยให้เราอ้างอิงจังหว่ะด้วยการนับ 1,2,3,4 แค่นี้เป็นหลัก หรือเท่ากับ 1 ห้อง โดยจะแบ่งตัวโน้ตเป็น ตัวดำ ตัวขาว และตัวกลม หรือถ้าอินเตอร์กันหน่อยก็จะเรียกว่า quarter note, half note และ whole note โดย โน้ตตัวดำ หรือ quarter note นี้จะถูกแบ่งย่อยออกมาเป็น 4 ตัว หรือ 4 จังหว่ะ ใน 1 ห้อง (1 จังหว่ะ คือ เลขแต่ละตัวในการนับ 1,2,3,4 ซึ่งเลขแต่ละตัวนั่นแหล่ะคือจังหว่ะ เลข 1 ตัว คือ 1 จังหว่ะ)โน้ตตัวขาว หรือ half note นี้จะถูกแบ่งย่อยออกมาเป็น 2 ตัว หรือ 2 จังหว่ะ ใน 1ห้อง ส่วน โน้ตตัวกลม หรือ whole note คือ 1 จังหว่ะเต็มห้อง (แปลว่า โน้ตตัวกลม ในการดีดกีต้าร์ 1 ครั้งแล้วค้างจังหว่ะรากยาวพร้อมกับนับไปด้วย 1,2,3,4 ครบ 1 ห้องก็จะเท่ากับความยาวเสียงตัวกลม)
อาจจะงงนิดหน่อยสำหรับคนใหม่นะครับ ให้ดูเวลานับ 1,2,3,4 ใน 1 ห้องเป็นหลักนะครับ แล้วก็ลองดีดกีต้าร์เอาแค่เส้นเดียวจะใช้ตัวโน้ตอะไรก็ได้ ให้ดีดโดยดีดลงอย่างเดียว ตามคำที่มีคำว่าา ดีด นะครับแล้วตบเท้าซ้ายกับพื้นตามจังหว่ะที่ดีดลงไปด้วย จะเข้าใจมากขึ้น
โน้ตตัวดำ
1 2 3 4 ครบ 1 ห้อง
ดีด ดีด ดีด ดีด
โน้ตตัวขาว (ช่องว่างที่เว้นไว้ปล่อยเสียงลากยาวไปเลยครับ)
1 2 3 4 ครบ 1 ห้อง
ดีด ดีด
โน้ตตัวกลม (ช่องว่างที่เว้นไว้ปล่อยเสียงลากยาวไปเลยครับ)
1 2 3 4 ครบ 1 ห้อง
ดีด
หรือดูรูปนี้ประกออบความเข้าใจไปด้วยนะครับ
หลังจากเข้าใจบรรทัด 5 เส้นและค่าความยาวของตัวโน้ตแล้ว ขั้นต่อไปคือการอ่านตัวเขบ็จและเครื่องหมายหยุด ซึ่งจะช่วยให้การนับจังหวะละเอียดขึ้น สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ การอ่านโน้ตดนตรี ตัวเขบ็จ และเครื่องหมายหยุด
ถ้าอ่านโน้ตได้แล้วควรฝึกอะไรต่อ
เมื่อเริ่มอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นได้แล้ว ขั้นต่อไปไม่ควรหยุดอยู่แค่การเรียกชื่อโน้ตให้ถูก แต่ควรฝึกให้เข้าใจว่าโน้ตเหล่านั้นทำงานอย่างไรในเพลงจริง เพราะดนตรีไม่ได้มีแค่ระดับเสียง แต่ยังมีคอร์ด เมโลดี้ Harmony และ Rhythm ที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา
ถ้าต้องการเห็นลำดับการฝึกทั้งหมดให้ชัดขึ้น ตั้งแต่การอ่านโน้ตไปสู่ Harmony, Improvisation และ Arrangement สามารถอ่านต่อเรื่อง Roadmap ฝึกดนตรีขั้นสูง เพื่อวางแผนต่อยอดจากพื้นฐานให้เป็นระบบมากขึ้น
ฝึกเชื่อมโน้ตเข้ากับคอร์ด
สิ่งแรกที่ควรฝึกต่อคือการดูว่าโน้ตที่อ่านได้อยู่ในคอร์ดอะไร เช่น ถ้าเจอโน้ต C, E และ G โน้ตเหล่านี้สามารถรวมกันเป็นคอร์ด C ได้ การเข้าใจจุดนี้จะทำให้การอ่านโน้ตไม่ใช่แค่การอ่านชื่อเสียง แต่เริ่มต่อยอดไปสู่การเข้าใจโครงสร้างคอร์ด การแกะเพลง และการแต่งเพลงได้ดีขึ้น สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ เจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์
ฝึกมองเมโลดี้เป็นทิศทาง ไม่ใช่โน้ตแยกตัว
เมื่ออ่านโน้ตได้แล้ว ให้ลองสังเกตว่าเมโลดี้กำลังเคลื่อนขึ้น ลง ค้าง หรือกระโดดไปยังเสียงใหม่ เพราะทิศทางของเมโลดี้มีผลต่ออารมณ์เพลงโดยตรง ถ้าอยากต่อยอดเรื่องนี้ สามารถอ่านบทความ Melodic Contour คืออะไร ออกแบบทิศทางเมโลดี้ให้ร้องจำง่ายและโซโล่มีความหมาย
ฝึกฟัง Harmony จากคอร์ดที่รองรับเมโลดี้
โน้ตตัวเดียวกันอาจให้อารมณ์ต่างกันเมื่ออยู่บนคอร์ดคนละตัว ดังนั้นหลังจากอ่านโน้ตได้ ควรฝึกดูว่าเมโลดี้กำลังวางอยู่บน Harmony แบบไหน คอร์ดทำหน้าที่เป็นจุดพัก สร้างแรงดึง หรือพาเพลงไปข้างหน้า ถ้าต้องการเข้าใจเรื่องนี้ต่อ สามารถอ่านบทความ Functional Harmony ในเพลงป๊อปสมัยใหม่ มองอย่างไรไม่ให้หลงอยู่แค่ชื่อคอร์ด
ฝึก Rhythm ให้โน้ตมีชีวิต
การอ่านโน้ตให้ถูกเสียงยังไม่พอ ถ้าวางจังหวะไม่ดี เมโลดี้ก็อาจฟังแข็งหรือไม่มีชีวิต ให้ลองฝึกอ่านโน้ตพร้อมนับจังหวะ ตบเท้า หรือใช้เมโทรนอมกำกับ แล้วค่อยสังเกตว่าโน้ตแต่ละตัวเริ่มตรงจังหวะ ก่อนจังหวะ หรือหลังจังหวะอย่างไร ถ้าอยากฝึกให้ประโยคดนตรีมีชีวิตขึ้น สามารถอ่านต่อที่บทความ ฝึกโซโล่ด้วย Rhythm ก่อนเลือกโน้ต ทำอย่างไรให้วลีฟังมีชีวิตมากขึ้น
เป็นไงบ้างครับ พอจะอ่านตัวโน้ตออกกันบ้างหรือยังครับ เวลาเราดีดเอาเท้าตบกับพื้นตามจังหว่ะการนับ 1,2,3,4 อาจจะใช้ เมโทรนอม มากำกับจังหว่ะการนับไปด้วยก็ดีครับ จะทำให้แม่นเรื่องจังหว่ะมากขึ้น วันนี้ก็เอาแค่พอสังเขปแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวครั้งต่อไปค่อยมาเจาะลึกเรื่องการอ่านโน้ตกันต่อครับ ค่อยๆฝึกไปทีละนิดครับ ให้นึกว่า เส้นทางที่เราเดินอยู่ นักดนตรีเก่งๆเขาก็เคยผ่านมาก่อนครับ ไม่ได้แตกต่างกันเลย สวัสดีครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น