ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ให้เข้าใจคอร์ดและโน้ตในคอร์ดมากกว่าจำรูปจับกีต้าร์

ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ในมุมซ้อมที่มีคีย์บอร์ด กีต้าร์ สมุดโน้ต และดินสอ

     ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony เป็นวิธีที่ช่วยให้มือกีต้าร์ มือเบส และคนแต่งเพลงมองเห็นโครงสร้างของคอร์ดได้ชัดขึ้น แทนที่จะจำเพียงว่าคอร์ด C, Am, F หรือ G ต้องวางนิ้วอย่างไร ผู้เล่นจะเริ่มเข้าใจว่าในคอร์ดมีโน้ตอะไร เสียงแต่ละตัวทำหน้าที่ใด และความรู้นี้นำไปใช้กับการเล่น การเรียบเรียงเพลง การแต่งทำนอง และการวิเคราะห์เพลงได้อย่างไร


ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony เพื่อมองเห็นโน้ตในคอร์ดชัดกว่าจำรูปจับกีต้าร์

     มือกีต้าร์จำนวนมากเริ่มจากการจำรูปจับคอร์ด เช่น C, G, D, Em, Am หรือ F ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเล่นเพลงจริง แต่ปัญหาคือหลายคนเล่นคอร์ดได้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าคอร์ดนั้นประกอบด้วยโน้ตอะไรบ้าง


     คีย์บอร์ดช่วยให้เรื่องนี้มองเห็นได้ง่ายขึ้น เพราะโน้ตเรียงจากซ้ายไปขวาอย่างเป็นระบบ ผู้เล่นจึงเห็นระยะห่างของเสียง หรือ Interval ได้ชัดเจน เช่น C ไป E คือ Major 3rd และ C ไป G คือ Perfect 5th เมื่อวางเสียงบนคีย์บอร์ด จะเห็นทันทีว่า C Major เกิดจากโน้ต C E G ไม่ใช่เพียงชื่อคอร์ดที่ต้องท่องจำ


     สำหรับมือกีต้าร์ การฝึกด้วยคีย์บอร์ดไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเครื่องดนตรีหลัก แต่เป็นการใช้คีย์บอร์ดเป็นแผนที่ เพื่อทำความเข้าใจคอร์ดกีต้าร์ให้ลึกขึ้น โดยเฉพาะเรื่องโน้ตในคอร์ด Chord Tone, Voicing และ Voice Leading


จากรูปจับกีต้าร์ไปสู่โน้ตในคอร์ด

     รูปจับกีต้าร์มีข้อดีคือช่วยให้เล่นเพลงได้เร็ว แต่บางครั้งรูปจับเดิมก็ทำให้ผู้เล่นไม่เห็นโครงสร้างเสียงที่อยู่ข้างใน เช่น คอร์ด C Major แบบเปิดสายบนกีต้าร์มีโน้ต C E G ซ้ำกันหลายตำแหน่ง บางสายเป็น Root บางสายเป็น 3rd และบางสายเป็น 5th


     ถ้าคุณเคยฝึกจากบทความคอร์ดกีต้าร์มาก่อน จุดนี้คือขั้นต่อไปของการมองคอร์ด จากเดิมที่จำรูปจับ ไปสู่การเข้าใจว่าเสียงแต่ละตัวในคอร์ดกำลังทำหน้าที่อะไร


     ถ้าต้องการทบทวนโครงสร้างพื้นฐานของคอร์ดก่อน แนะนำให้อ่าน บทความคอร์ดกีต้าร์ เพื่อเข้าใจว่าเสียงลำดับที่ 1, 3 และ 5 ทำงานร่วมกันอย่างไร


     ถ้าไม่รู้ว่าแต่ละสายกำลังเล่นโน้ตอะไร การย้ายคอร์ด การปรับ Voicing หรือการแต่งไลน์ทำนองให้เข้ากับคอร์ดจะทำได้ยากขึ้น เพราะยังไม่รู้ว่าเสียงไหนควรเด่น เสียงไหนควรค้าง และเสียงไหนควรขยับไปหาคอร์ดถัดไป


     ตัวอย่าง C Major:

     C - E - G

     Root = C
     3rd = E
     5th = G


     เมื่อมองบนคีย์บอร์ด จะเข้าใจได้ทันทีว่าเสียง E เป็นตัวกำหนดลักษณะ Major ของคอร์ดนี้ ถ้าเปลี่ยน E เป็น Eb คอร์ดจะกลายเป็น C Minor ทันที

     C Minor:

     C - Eb - G


     นี่คือจุดที่คีย์บอร์ดช่วยให้เข้าใจ Harmony เป็นภาพชัดขึ้น ไม่ใช่เพียงการจำชื่อคอร์ดหรือจำรูปนิ้วบนคอกีต้าร์

คีย์บอร์ดและคอกีต้าร์สำหรับเทียบตำแหน่งโน้ตในคอร์ดและรูปจับกีต้าร์

ทำไม 3rd จึงสำคัญมากในการฟังคอร์ด

     ในการฟังหรือเล่นคอร์ด เสียง 3rd เป็นเสียงที่สำคัญมาก เพราะเป็นตัวบอกว่าคอร์ดนั้นให้ความรู้สึกแบบ Major หรือ Minor

     C Major = C E G
     C Minor = C Eb G


     สองคอร์ดนี้ต่างกันเพียงโน้ตเดียว แต่ความรู้สึกของเพลงเปลี่ยนทันที


     ถ้ามือกีต้าร์เข้าใจจุดนี้ การเลือกโน้ตตอนโซโล่หรือแต่งทำนองจะไม่ใช่แค่การไล่สเกลแบบกว้าง ๆ อีกต่อไป แต่จะเริ่มรู้ว่าโน้ตไหนควรเน้น โน้ตไหนทำให้คอร์ดฟังชัด และโน้ตไหนสร้างแรงดึงก่อนพากลับไปหาเสียงที่นิ่งกว่า


คีย์บอร์ดช่วยอธิบาย Interval ได้ชัดขึ้น

     Interval คือระยะห่างระหว่างโน้ตสองตัว และเป็นพื้นฐานสำคัญของ Harmony ทำนอง และคอร์ดทั้งหมด


     บนคีย์บอร์ด ผู้เล่นสามารถเห็นระยะห่างของเสียงได้เป็นขั้น ๆ เช่น

     C ไป D = 2nd
     C ไป E = 3rd
     C ไป F = 4th
     C ไป G = 5th
     C ไป A = 6th
     C ไป B = 7th


     เมื่อเข้าใจ Interval แล้ว การอ่านคอร์ดจะไม่ใช่แค่การเห็นชื่อคอร์ด แต่จะเริ่มเข้าใจว่าเสียงแต่ละตัวสัมพันธ์กันอย่างไร และเหตุใดเสียงบางตัวจึงทำให้คอร์ดฟังสว่าง เศร้า ตึง หรือผ่อนคลาย

     เช่น คอร์ด Cmaj7:

     C - E - G - B


     ถ้าดูจาก Root C จะเห็นว่า E คือ 3rd, G คือ 5th และ B คือ 7th เสียง B ทำให้คอร์ดมีความละมุน ลอย และซับซ้อนขึ้นกว่าคอร์ด C ธรรมดา


     สำหรับคนที่กำลังต่อยอดจากบทความเรื่องโน้ตในคอร์ด การฝึกบนคีย์บอร์ดจะช่วยให้เข้าใจว่า Chord Symbol ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์บนกระดาษ แต่เป็นชุดความสัมพันธ์ของเสียงที่สามารถนำไปเล่นบนกีต้าร์ เบส หรือคีย์บอร์ดได้หลายรูปแบบ


     ถ้ายังไม่มั่นใจว่า โน้ตในคอร์ด ช่วยเรื่องการเล่นและการโซโล่อย่างไร สามารถอ่านเพิ่มเติมก่อน แล้วค่อยกลับมาฝึกวางเสียงบนคีย์บอร์ด


ฝึกสร้างคอร์ดบนคีย์บอร์ดจากสูตรแทนการจำชื่อคอร์ด

     วิธีฝึกที่ดีคือเริ่มจากการสร้างคอร์ดด้วยสูตร ไม่ใช่จำทุกคอร์ดแยกกันเป็นชื่อ ๆ


สูตรคอร์ดพื้นฐานที่ควรฝึก

     Major Triad:

     Root - Major 3rd - Perfect 5th

     ตัวอย่าง:

     C - E - G


     Minor Triad:

     Root - Minor 3rd - Perfect 5th

     ตัวอย่าง:

     A - C - E


     Diminished Triad:

     Root - Minor 3rd - Diminished 5th

     ตัวอย่าง:

     B - D - F


     Augmented Triad:

     Root - Major 3rd - Augmented 5th

     ตัวอย่าง:

     C - E - G#


     เมื่อฝึกแบบนี้ ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าคอร์ดไม่ได้เกิดจากการท่องจำชื่อเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวาง Interval ซ้อนกันอย่างมีระบบ


ฝึกย้ายคอร์ดเดียวกันไปหลายคีย์

     ลองสร้าง Major Triad จาก Root ต่าง ๆ เช่น

     C Major = C E G
     D Major = D F# A
     E Major = E G# B
     F Major = F A C
     G Major = G B D


     แบบฝึกนี้ช่วยให้เข้าใจคอร์ดกีต้าร์ลึกขึ้น เพราะเมื่อกลับไปเล่นกีต้าร์ ผู้เล่นจะเริ่มมองเห็นว่าแต่ละรูปจับมีโน้ตอะไรซ่อนอยู่บนคอกีต้าร์ ไม่ใช่เพียงการจำตำแหน่งนิ้วเท่านั้น


ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ผ่าน Voicing ให้เข้าใจการจัดเสียงคอร์ด

     Voicing คือวิธีจัดเรียงโน้ตในคอร์ด คอร์ดเดียวกันสามารถให้ความรู้สึกต่างกันได้มาก หากเรียงเสียงไม่เหมือนกัน


     ตัวอย่าง C Major แบบพื้นฐาน:

     C - E - G


     ถ้าเรียงใหม่เป็น

     E - G - C

     จะได้ First Inversion


     ถ้าเรียงเป็น

     G - C - E

     จะได้ Second Inversion


     ทั้งหมดนี้ยังเป็น C Major เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกที่ได้ไม่เหมือนกัน เพราะเสียงบนสุด เสียงล่างสุด และระยะห่างระหว่างโน้ตเปลี่ยนไป

ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ผ่านการจัด Voicing ของคอร์ดด้วยมือทั้งสองข้าง

ทำไม Voicing จึงสำคัญต่อการเรียบเรียงเพลง

     ในการเรียบเรียงเพลง ถ้ากีต้าร์ คีย์บอร์ด และเบสเล่นเสียงชนกันมากเกินไป เพลงจะฟังแน่นหรือรก แม้ทุกคนจะเล่นคอร์ดถูกก็ตาม


     คีย์บอร์ดช่วยให้เห็นช่วงเสียง หรือ Register ได้ชัดขึ้น เช่น เบสควรรับหน้าที่เสียงต่ำ กีต้าร์อาจเล่นคอร์ดช่วงกลาง ส่วนคีย์บอร์ดอาจเติมเสียงสูงหรือเสียง Pad ที่ไม่แย่งทำนองหลัก


     นี่คือเหตุผลที่การเข้าใจ Voicing สำคัญกว่าการรู้ชื่อคอร์ดจำนวนมาก เพราะคอร์ดที่ดีในเพลงจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อคอร์ดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการจัดเสียงให้แต่ละเครื่องดนตรีมีพื้นที่ของตัวเอง


ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ผ่าน Voice Leading ให้คอร์ดต่อกันลื่นขึ้น

     Voice Leading หรือการนำเสียง คือการทำให้โน้ตแต่ละตัวในคอร์ดเคลื่อนไปยังคอร์ดถัดไปอย่างมีทิศทาง โดยไม่กระโดดมากเกินไปหากไม่จำเป็น


     ถ้าต้องการเจาะลึกเรื่องการเปลี่ยนคอร์ดให้ลื่นขึ้นบนทั้งกีต้าร์และเปียโน สามารถอ่านบทความ Voice Leading สำหรับกีต้าร์และเปียโน ควบคู่กับแบบฝึกในหัวข้อนี้ได้


     ตัวอย่างทางเดินคอร์ด:

     C - Am - F - G


     ถ้าเล่นแบบ Root Position ทั้งหมดบนคีย์บอร์ด อาจได้เสียงแบบนี้

     C E G
     A C E
     F A C
     G B D


     เสียงจะกระโดดค่อนข้างมาก แต่ถ้าจัด Voicing ใหม่ให้เสียงอยู่ใกล้กันขึ้น อาจได้แบบนี้

     C E G
     C E A
     C F A
     B D G


     แนวคิดนี้สอดคล้องกับ หลัก Voice Leading ที่เน้นให้เสียงแต่ละแนวเคลื่อนที่อย่างประหยัดและต่อเนื่อง เพื่อให้การเปลี่ยนคอร์ดฟังลื่นขึ้น


     จะเห็นว่าบางเสียงขยับน้อยมาก บางเสียงค้างเป็น Common Tone และบางเสียงค่อย ๆ เคลื่อนไปยังโน้ตใหม่ ทำให้ทางเดินคอร์ดฟังลื่นขึ้น

มือกดคอร์ดบนคีย์บอร์ดเพื่อฝึก Voice Leading โดยมีกีต้าร์และเบสอยู่ด้านหลัง

Common Tone ช่วยให้เพลงฟังต่อเนื่อง

     Common Tone คือโน้ตร่วมระหว่างคอร์ดสองคอร์ด เช่น C Major มี C E G และ A Minor มี A C E ดังนั้น C และ E คือเสียงร่วมของสองคอร์ดนี้


     เมื่อใช้คีย์บอร์ดเช็ค Common Tone จะเห็นทันทีว่าไม่จำเป็นต้องขยับทุกเสียงในคอร์ดพร้อมกัน บางเสียงสามารถค้างไว้เพื่อสร้างความต่อเนื่องได้


     แนวคิดนี้นำไปใช้กับกีต้าร์ได้ดีมาก โดยเฉพาะการเลือกคอร์ดกีต้าร์แบบ Inversion หรือการจับคอร์ดที่มีโน้ตอยู่ใกล้กัน เพื่อให้ทางเดินคอร์ดฟังนุ่มและต่อเนื่องกว่าเดิม


ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony สำหรับมือกีต้าร์ด้วยแบบฝึกจริง

     แบบฝึกนี้เหมาะกับคนที่เล่นกีต้าร์เป็นหลัก แต่อยากเข้าใจคอร์ดมากขึ้นโดยไม่ติดอยู่กับรูปจับเดิม


แบบฝึกที่ 1 แยกโน้ตในคอร์ดที่เล่นบ่อย

     เลือกคอร์ดกีต้าร์ที่ใช้บ่อย 5 คอร์ด เช่น

     C
     G
     Am
     F
     Dm


     จากนั้นใช้คีย์บอร์ดหาโน้ตในแต่ละคอร์ด

     C = C E G
     G = G B D
     Am = A C E
     F = F A C
     Dm = D F A


     เมื่อรู้โน้ตในคอร์ดแล้ว ให้กลับไปดูบนกีต้าร์ว่าแต่ละสายกำลังเล่นโน้ตอะไร จุดนี้จะช่วยเปลี่ยนการจำรูปจับให้กลายเป็นความเข้าใจจริง


แบบฝึกที่ 2 เล่น Arpeggio จากคอร์ด

     เลือกคอร์ดหนึ่งคอร์ด แล้วเล่นโน้ตแยกทีละตัวบนคีย์บอร์ด

     ตัวอย่าง C Major:

     C - E - G - E


     จากนั้นลองร้องตาม หรือเล่นบนกีต้าร์ตามเสียงเดียวกัน แบบฝึกนี้ช่วยให้หูจำ Chord Tone ได้ดีขึ้น และช่วยให้โซโล่ไม่หลุดจากคอร์ดง่าย


แบบฝึกที่ 3 เปลี่ยน Major เป็น Minor ด้วยโน้ตเดียว

     เลือกคอร์ด Major แล้วลด 3rd ลงครึ่งเสียง


     C Major:

     C - E - G

     C Minor:

     C - Eb - G


     G Major:

     G - B - D

     G Minor:

     G - Bb - D


     ฝึกฟังความต่างของอารมณ์ แล้วลองนำไปแต่งทำนองสั้น ๆ บนคอร์ดทั้งสองแบบ จะเห็นว่าโน้ตเพียงตัวเดียวสามารถเปลี่ยนลักษณะของเพลงได้มาก


แบบฝึกที่ 4 เชื่อมคีย์บอร์ดกับคอกีต้าร์

     เลือกคอร์ดหนึ่งชุด เช่น

     C - Am - F - G


     เริ่มจากวางคอร์ดบนคีย์บอร์ดก่อน แล้วเช็คว่าแต่ละคอร์ดมีโน้ตอะไรบ้าง

     C = C E G
     Am = A C E
     F = F A C
     G = G B D


     จากนั้นกลับไปหาตำแหน่งโน้ตเหล่านี้บนคอกีต้าร์ โดยเฉพาะเสียง 3rd และ 7th ถ้ามีคอร์ดประเภท 7th เข้ามา เพราะสองเสียงนี้มักเป็นตัวกำหนดลักษณะของคอร์ดและแรงดึงของ Harmony ได้ชัดมาก


     ถ้าต้องการเชื่อมเสียงบนคีย์บอร์ดกลับไปยังคอกีต้าร์ให้แม่นขึ้น บทความ โน้ตสายกีต้าร์ จะช่วยให้เห็นตำแหน่งเสียงจริงบนแต่ละสายได้ชัดกว่าเดิม


     วิธีนี้ช่วยให้มือกีต้าร์ไม่ได้จำเพียงรูปจับ แต่เริ่มรู้ว่าเสียงไหนควรเด่น เสียงไหนควรค้าง และเสียงไหนควรขยับไปหาคอร์ดถัดไป


นำความเข้าใจ Harmony ไปใช้แต่งเพลงและเรียบเรียงเพลง

     เมื่อเข้าใจคอร์ดผ่านคีย์บอร์ดแล้ว การแต่งเพลงจะไม่ใช่แค่ลองคอร์ดไปเรื่อย ๆ แต่จะเริ่มตัดสินใจได้ว่าต้องการอารมณ์แบบไหน


     ถ้าต้องการให้เพลงฟังมั่นคง อาจใช้ Triad ชัด ๆ เช่น

     C - G - Am - F


     ถ้าต้องการให้เพลงฟังนุ่มขึ้น อาจเติม 7th หรือ 9th อย่างพอดี เช่น

     Cmaj7 - G - Am7 - Fadd9


     ถ้าต้องการให้ Pre-Chorus มีแรงส่งขึ้น อาจใช้ Voice Leading ให้โน้ตบนสุดค่อย ๆ ไต่ขึ้น เช่น

     E - F - G - A


     การคิดแบบนี้ช่วยให้การเรียบเรียงเพลงมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคอร์ดเพราะรู้สึกว่ายังไม่สวย แต่รู้ว่ากำลังปรับเสียงใด เพื่อพาอารมณ์เพลงไปในทิศทางที่ต้องการ


ใช้คีย์บอร์ดเช็คทำนองกับคอร์ด

     ถ้าแต่งทำนองแล้วรู้สึกว่าไม่เข้ากับคอร์ด ให้ลองวางคอร์ดบนคีย์บอร์ด แล้วเช็คว่าโน้ตสำคัญของทำนองตกอยู่บน Chord Tone หรือไม่


     เช่น คอร์ด C Major มี C E G ถ้าทำนองจบที่ E เสียงจะฟังเข้าคอร์ดและนิ่ง แต่ถ้าจบที่ D เสียงจะให้ความรู้สึกค้าง เพราะ D เป็น 9th ที่ต้องการบริบทหรือการคลี่คลายที่เหมาะสม


     นี่ไม่ได้แปลว่าโน้ตนอกคอร์ดใช้ไม่ได้ แต่ต้องรู้ว่าโน้ตนั้นสร้างแรงดึงแบบไหน และควรพาไปหาโน้ตเป้าหมายอย่างไร


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อฝึก Harmony ด้วยคีย์บอร์ด

     ข้อผิดพลาดแรกคือเล่นคอร์ดบนคีย์บอร์ดแบบท่องจำเหมือนเดิม แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าแต่ละเสียงทำหน้าที่อะไร หากฝึกแบบนี้ คีย์บอร์ดก็จะกลายเป็นเพียงเครื่องดนตรีอีกชิ้นหนึ่ง และอาจไม่ได้ช่วยให้เข้าใจ Harmony ลึกขึ้นเท่าที่ควร


     ข้อผิดพลาดที่สองคือฝึกคอร์ดมากเกินไปในครั้งเดียว ควรเริ่มจากคอร์ดที่ใช้จริงในเพลงก่อน เช่น I, IV, V, vi แล้วค่อยต่อยอดไปคอร์ด 7th, Secondary Dominant หรือคอร์ดยืม


     ข้อผิดพลาดที่สามคือสนใจแต่ชื่อโน้ตและสูตรคอร์ด แต่ไม่ได้ฟังเสียงจริง การฝึก Harmony ที่ดีต้องฟังไปด้วยเสมอว่า Major ให้ความรู้สึกอย่างไร Minor เปลี่ยนอารมณ์อย่างไร และ 7th ทำให้คอร์ดมีแรงดึงแบบไหน


วิธีเช็คว่าฝึกถูกทางหรือไม่

     ลองถามตัวเองหลังฝึกว่า

  • บอกโน้ตในคอร์ดได้หรือยัง
  • แยกได้ไหมว่าเสียงไหนคือ 3rd และ 7th
  • จัด Voicing ให้คอร์ดอยู่ใกล้กันขึ้นได้ไหม
  • เล่นทางเดินคอร์ดเดิมให้ฟังลื่นขึ้นได้ไหม
  • นำ Chord Tone ไปใช้แต่งทำนองหรือโซโล่ได้ไหม


     ถ้าตอบได้มากขึ้น แปลว่าคุณไม่ได้แค่จำคอร์ด แต่กำลังเข้าใจโครงสร้างเสียงจริง


ฝึกคีย์บอร์ดควบคู่กับกีต้าร์อย่างไรให้ได้ผล

     วิธีที่ดีที่สุดคือไม่แยกคีย์บอร์ดกับกีต้าร์ออกจากกัน ให้ใช้คีย์บอร์ดเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ แล้วใช้กีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีสำหรับเล่นจริง


     เริ่มจากเลือกเพลงหนึ่งเพลง ดูทางเดินคอร์ด แล้ววางคอร์ดเหล่านั้นบนคีย์บอร์ด จากนั้นเช็คว่าแต่ละคอร์ดมีโน้ตอะไร มีเสียงร่วมตรงไหน และเสียงไหนขยับไปหาคอร์ดถัดไป


     หลังจากนั้นให้กลับไปเล่นบนกีต้าร์ แล้วลองเปลี่ยนจากการจับคอร์ดแบบเดิมเป็น Voicing ที่เสียงอยู่ใกล้กันขึ้น หรือเลือกเล่นเฉพาะบางสายเพื่อให้เสียงไม่รกเกินไป


     สำหรับคนที่ฝึกอ่านโน้ตดนตรี หรือเริ่มเชื่อมความรู้จากบรรทัด 5 เส้นกับคอกีต้าร์ การใช้คีย์บอร์ดเป็นแผนที่กลางจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต ชื่อคอร์ด และเสียงที่ได้ยินชัดขึ้นมาก

ใช้คีย์บอร์ดฝึก Harmony ร่วมกับกีต้าร์ เบส และอุปกรณ์อัดเสียงในมุมซ้อมดนตรี

เข้าใจ Harmony มากขึ้น เล่นดนตรีก็มีเหตุผลมากขึ้น

     การฝึก Harmony ด้วยคีย์บอร์ดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนต้องเล่นเปียโนเก่ง แต่เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างของคอร์ด โน้ตในคอร์ด Interval, Voicing และ Voice Leading ชัดขึ้น


     เมื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้ มือกีต้าร์จะไม่ติดอยู่กับรูปจับอย่างเดียว มือเบสจะเลือกโน้ตได้มีทิศทางมากขึ้น คนแต่งเพลงจะวางทางเดินคอร์ดได้มีเหตุผลมากขึ้น และคนเรียบเรียงเพลงจะจัดพื้นที่เสียงของแต่ละเครื่องดนตรีได้ดีขึ้น


     ถ้าฝึกอย่างต่อเนื่อง คีย์บอร์ดจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเชื่อมทฤษฎีดนตรีกับการเล่นจริง ทำให้คอร์ดไม่ใช่แค่ชื่อหรือรูปจับ แต่เป็นเสียงที่คุณเข้าใจ ฟังออก และนำไปใช้สร้างดนตรีได้อย่างมีลักษณะเฉพาะมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น