เวลาจะเลือกเบสไฟฟ้าสักตัว หลายคนมักดูจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือชื่อยี่ห้อก่อน แต่ถ้าต้องการเครื่องดนตรีที่เล่นได้นาน ปรับเสียงได้กว้าง และเหมาะกับการฝึกอย่างจริงจัง รายละเอียดของเนื้อไม้ คอเบส ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนประกอบ ล้วนมีผลต่อการใช้งานจริงทั้งนั้น รุ่น MTD Kingston Z6 เบสไฟฟ้า จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะออกแบบมาเพื่อการเล่นจริง และมีรายละเอียดที่ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจความต่างของเสียงได้ชัดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง
ทำความรู้จักเบส 6 สายให้เข้าใจก่อนเลือก
สำหรับมือใหม่ เบส 6 สายอาจดูเป็นเครื่องดนตรีที่ซับซ้อนกว่าเบส 4 สายทั่วไป แต่ข้อดีสำคัญคือมีช่วงเสียงกว้างขึ้น ผู้เล่นจึงใช้ได้ทั้งเสียงต่ำที่ลึกขึ้น และเสียงสูงที่นำไปเล่นเมโลดีหรือโซโล่ได้สะดวกกว่าเดิม
เบสลักษณะนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากพัฒนาทักษะการเล่นในระยะยาว ไม่ว่าจะเล่นแนว Jazz, Fusion, Gospel, Pop หรือ Rock ที่ต้องการความยืดหยุ่นของเสียงมากขึ้น ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบออกแบบไลน์เบสด้วยตัวเอง หรืออยากเล่นท่อนประสานบนคอเบส การมีสายเพิ่มจะช่วยให้คิดและวางนิ้วได้กว้างขึ้น
อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือความยาว Scale 35 นิ้ว ซึ่งยาวกว่าเบสหลายรุ่นที่ใช้ Scale 34 นิ้ว ความยาวที่เพิ่มขึ้นช่วยให้สายต่ำตึงขึ้น เมื่อกดโน้ตแล้วเสียงจะคมและชัดกว่าเดิม อาการเสียงฟุ้งในย่านต่ำจะน้อยลง โดยเฉพาะเวลาต้องเล่นสายต่ำบ่อย ๆ จะยิ่งรู้สึกถึงความชัดของโน้ตได้เด่นขึ้น
พูดให้เข้าใจง่าย ถ้าเบส 4 สายเหมาะกับการเริ่มต้นแบบพื้นฐาน เบส 6 สายก็เหมือนการเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นไปได้ไกลขึ้น ทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบเสียงในแบบของตัวเอง
MTD Kingston Z6 เบสไฟฟ้า กับวัสดุระดับพรีเมียมที่ส่งผลต่อเสียง
เสน่ห์ของเบสรุ่นนี้ไม่ได้อยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เริ่มตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ ตัว Body ทำจากไม้ Mahogany ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องโทนเสียงอุ่น แน่น และมีน้ำหนักเสียงดี เมื่อฟังแล้วจะรู้สึกว่าเสียงย่านต่ำมีมวล ไม่บาง และมีความนิ่งพอสำหรับการเล่นทั้งในวงและในห้องอัด
ด้านหน้าของตัวเบสใช้ไม้ Maple Burl ซึ่งมีลายไม้เด่นชัด ดูสวยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ไม้ชนิดนี้ยังช่วยเพิ่มความคมและความชัดของย่านกลางกับย่านสูง ทำให้เสียงโดยรวมไม่ทึบเกินไป จึงได้บุคลิกเสียงที่ทั้งอุ่นและยังมีรายละเอียดให้ได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อไม้ทั้งสองชนิดทำงานร่วมกัน ผลที่ได้คือเสียงที่สมดุล ฟังแน่น แต่ไม่อุดอู้ เหมาะกับคนที่ต้องการเบสตัวเดียวแล้วนำไปใช้ได้หลายแนวเพลง โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องดนตรีตามสถานการณ์บ่อย ๆ
คอเบสแบบ Asymmetrical ช่วยให้จับสบายขึ้นอย่างไร
คำว่า Asymmetrical หมายถึงรูปทรงคอที่ไม่ได้หนาหรือโค้งเท่ากันทั้งสองด้าน แต่ปรับรูปทรงให้สอดคล้องกับการวางนิ้วของมือจริงมากขึ้น ผลคือเวลาจับคอเบสจะรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะตอนเล่นนาน ๆ มือจะเมื่อยน้อยลง
คอของรุ่นนี้ใช้ไม้ Maple ซึ่งให้ความแข็งแรงและตอบสนองต่อการเล่นได้ดี ภายในยังเสริมคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคง และลดโอกาสที่คอจะบิดงอจากการใช้งานหรือจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป คนที่อยู่ในพื้นที่ร้อนชื้นจึงวางใจได้มากขึ้นในเรื่องความนิ่งของคอ
สำหรับผู้เล่นมือใหม่ จุดนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ในความเป็นจริงมีผลต่อความสบายโดยตรง ถ้าคอจับง่าย มือซ้ายไม่เกร็งเกินไป การฝึกซ้อมก็จะต่อเนื่องและสนุกขึ้นมาก
ระบบ Buzz Feiten Tuning ช่วยเรื่องอะไร
หลายคนเคยเจอปัญหาตั้งสายตรงแล้ว แต่พอเล่นคอร์ดหรือไล่โน้ตขึ้นไปบนคอ กลับรู้สึกว่าเสียงเพี้ยนเล็กน้อย ระบบ Buzz Feiten Tuning System ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดปัญหานี้ โดยช่วยให้การตั้งสายและตำแหน่งเสียงบนคอมีความแม่นยำมากขึ้น
ประโยชน์ของระบบนี้จะเห็นชัดเวลาต้องเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีอื่น เช่น กีต้าร์ คีย์บอร์ด หรือเวลาบันทึกเสียง เพราะเสียงที่ได้จะฟังเข้ากันง่ายขึ้น โน้ตไม่ลอยหรือเพี้ยนจนรบกวนการฟัง เหมาะกับผู้เล่นที่ให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรงของเสียง
MTD Kingston Z6 เบสไฟฟ้า เหมาะกับใคร และใช้งานในสถานการณ์แบบไหน
ถ้ามองในแง่การใช้งาน รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการเบสตัวเดียวแล้วใช้งานได้ครอบคลุม ทั้งเล่นสด ซ้อมกับวง ทำคลิป หรืออัดเสียงที่บ้าน ด้วยระบบ Pickup แบบ Soapbar สองตัว เสียงที่ได้จึงหนา ชัด และมีรายละเอียดมากพอให้ปรับต่อได้หลากหลาย
Preamp 3 แบนด์ก็เป็นอีกจุดที่ช่วยให้รุ่นนี้ใช้งานง่ายขึ้น ผู้เล่นสามารถปรับเสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลมได้จากตัวเบสโดยตรง จึงสะดวกมากเวลาต้องเล่นในสถานที่ที่แอมป์หรือห้องมีลักษณะเสียงไม่เหมือนกัน ถ้าห้องฟังดูทึบก็เพิ่มความชัดได้ทันที แต่ถ้าต้องการเน้นความหนา ก็เติมย่านต่ำได้เช่นกัน
ผู้เล่นที่เหมาะกับรุ่นนี้มักมีลักษณะดังนี้
- คนที่ต้องการเบส 6 สายเพื่อขยายช่วงเสียงในการเล่น
- คนที่ชอบปรับโทนเสียงด้วยตัวเอง และอยากได้ Preamp ที่ตอบสนองไว
- คนที่เล่นหลายแนวเพลง และไม่อยากถูกจำกัดด้วยเสียงแบบเดียว
- คนที่ต้องการงานประกอบดี คอจับสบาย และชิ้นส่วนประกอบที่ไว้ใจได้
- คนที่อยากขยับจากเบสระดับเริ่มต้นไปสู่เครื่องดนตรีที่จริงจังขึ้น
จุดเด่นอีกข้อคือ Bridge แบบ Quick Release ของ MTD ที่ช่วยให้เปลี่ยนสายและดูแลเครื่องได้สะดวกขึ้น ระยะห่างสาย 18 มม. ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่เล่นสบาย ไม่แคบเกินไปสำหรับคนที่ใช้เทคนิคตบสาย หรือคนที่ต้องการพื้นที่นิ้วชัด ๆ เวลาดีดแต่ละสาย
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ MTD Kingston Z6 เบสไฟฟ้า ที่ช่วยให้ปรับเสียงได้ตรงใจ
Pickup แบบ Soapbar ของรุ่นนี้ให้พื้นเสียงที่เต็มและค่อนข้างนิ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ชอบปรับเสียงต่อจาก Preamp หรือแอมป์เบสภายนอก เมื่อต้นทางของเสียงดี การปรับแต่งเสียงภายหลังก็ทำได้ง่ายขึ้น
สวิตช์เลือกโหมด Series ยังช่วยเพิ่มทางเลือกของบุคลิกเสียง ทำให้ผู้เล่นสลับอารมณ์ของเสียงได้สะดวกขึ้นในตัวเดียว ไม่ว่าจะต้องการเสียงที่หนาและแน่นสำหรับเล่นกรูฟ หรือเสียงที่ชัดขึ้นเพื่อดันไลน์เบสให้เด่นในวง ก็ทำได้คล่องตัวกว่าเบสที่ปรับเสียงได้จำกัด
สำหรับมือใหม่ อธิบายแบบง่ายที่สุดก็คือ เบสรุ่นนี้ไม่ได้บังคับให้คุณใช้เสียงแบบเดียวตลอดเวลา แต่เปิดโอกาสให้ลองค้นหาว่าเสียงแบบไหนเหมาะกับนิ้วมือและแนวเพลงของตัวเองมากที่สุด
ความต่างของเฟรตบอร์ด Maple และ Ebony ที่ควรรู้
เฟรตบอร์ดเป็นส่วนที่นิ้วสัมผัสโดยตรงตลอดเวลา จึงมีผลทั้งต่อความรู้สึกเวลาเล่นและบุคลิกของเสียง ถ้าเป็น Maple มักให้ความรู้สึกสว่าง โปร่ง และตอบสนองไว เสียงต้นโน้ตจะเด่น ฟังชัด และเหมาะกับคนที่ชอบให้รายละเอียดของแต่ละโน้ตออกมาชัดเจน
ถ้าเป็น Ebony ความรู้สึกจะกระชับและแน่นขึ้น เสียงมักคมและนิ่งกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่อยากได้เสียงที่มีขอบชัด และต้องการความมั่นคงของโทนเวลาเล่นเร็วหรือเล่นไลน์ที่ซับซ้อน
ดังนั้น การเลือกเฟรตบอร์ดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสีไม้หรือความสวย แต่เกี่ยวข้องกับสัมผัสและเสียงด้วย ถ้ามีโอกาสลองทั้งสองแบบ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคุณชอบบุคลิกแบบไหน
จุดที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเบส 6 สาย
ก่อนตัดสินใจซื้อเบส 6 สาย มีเรื่องที่ควรดูให้รอบด้าน ไม่ใช่ดูแค่หน้าตาและจำนวนปุ่ม เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อการเล่นจริงมาก
- Scale 35 นิ้วช่วยให้สายต่ำคมขึ้น เหมาะกับคนที่ใช้เสียงต่ำบ่อย
- ระยะห่างสาย 18 มม. ทำให้มือมีพื้นที่พอสำหรับการดีดและตบสาย
- จำนวน 24 เฟรตช่วยเปิดพื้นที่ให้เล่นโน้ตสูงหรือเมโลดีได้กว้างกว่าเดิม
- น้ำหนักประมาณ 4.08 กิโลกรัมอยู่ในระดับที่ใช้งานจริงได้ หากใช้สายสะพายที่ดีจะช่วยลดความเมื่อยได้มาก
- คอที่ออกแบบดีมีผลต่อการฝึกซ้อมระยะยาว เพราะช่วยให้จับได้สบายขึ้น และลดอาการล้ามือขณะเล่น
ถ้ามองภาพรวม จะเห็นว่ารุ่นนี้ไม่ได้เด่นแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่พยายามทำทุกส่วนให้สมดุล ทั้งเรื่องเสียง ความสบาย และความยืดหยุ่นในการใช้งาน
MTD Kingston Z6 เบสไฟฟ้า ใช้งานจริงบนเวทีและในห้องอัด
เมื่อต้องเล่นบนเวที ผู้เล่นมักต้องการเสียงที่ออกชัด ปรับง่าย และไม่สร้างปัญหาระหว่างแสดง รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้ง Pickup ที่ให้เสียงแน่น และ Preamp ที่ช่วยแก้สถานการณ์หน้างานได้รวดเร็ว
ส่วนในห้องอัด จุดสำคัญคือความเที่ยงตรงของโน้ตและรายละเอียดของเสียง ซึ่งระบบ Buzz Feiten Tuning System กับโครงสร้างคอที่มั่นคงมีส่วนช่วยอย่างมาก เสียงที่ได้จะนิ่ง ฟังเป็นระเบียบ และเก็บน้ำหนักมือได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความชัดของแต่ละตัวโน้ต
เครดิต : Jolokia Studio
ถ้าต้องสลับบทบาทจากการเล่นกรูฟหนา ๆ ไปเป็นท่อนที่ต้องโชว์รายละเอียดของนิ้ว เบสรุ่นนี้ก็ยังรับมือได้ เพราะช่วงเสียงกว้างและระบบควบคุมค่อนข้างยืดหยุ่น จึงตอบสนองต่อการเล่นได้หลากหลายกว่าที่ภาพลักษณ์ภายนอกบอกไว้
ท้ายที่สุด การเลือกเบสไฟฟ้าที่ดีไม่ควรดูแค่ชื่อรุ่นหรือความสวยงาม แต่ควรพิจารณาด้วยว่าเวลาเล่นแล้วจับถนัดมือหรือไม่ เสียงเหมาะกับแนวเพลงที่เราเล่นหรือเปล่า และรายละเอียดต่าง ๆ ช่วยให้เล่นได้สบายขึ้นจริงหรือไม่ หากคุณกำลังมองหาเบส 6 สายที่มีงานไม้ดี ปรับเสียงได้กว้าง และให้ความรู้สึกมั่นคงขณะใช้งาน รุ่นนี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาก
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น