สิ่งที่ทำให้กีต้าร์โปร่งแต่ละตัวให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่น้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อดีดออกมา ความแน่นของคอร์ดเวลาตี และความสบายมือขณะเล่นต่อเนื่อง หากใครกำลังมองหากีต้าร์ที่ให้เสียงอบอุ่น ฟังนุ่ม และมีรายละเอียดของวัสดุที่น่าสนใจ กีต้าร์โปร่ง Natasha JC3 เป็นรุ่นที่ชวนให้หยิบมาพิจารณา เพราะใช้ไม้หน้า ไม้ข้าง และไม้หลังแบบ Solid Mahogany มาพร้อมบอดี้ทรงใหญ่ที่ช่วยให้เสียงเต็มขึ้น และมีองค์ประกอบหลายจุดที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงอย่างชัดเจน
กีต้าร์โปร่ง Natasha JC3 กับโครงสร้าง Jumbo ที่ให้เสียงเต็ม
บอดี้ทรง Jumbo เด่นเรื่องเสียงใหญ่ ฟังเต็ม และมีน้ำหนัก เวลาเล่นคอร์ดจะรู้สึกว่าเสียงออกมาหนาและกระจายได้ดี จึงเหมาะกับคนที่ชอบร้องเพลงไปพร้อมกับเล่นกีต้าร์ หรือคนที่ต้องการกีต้าร์ตัวเดียวที่ให้เสียงค่อนข้างครบโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากนัก
ข้อดีอีกอย่างของทรงนี้คือเสียงย่านต่ำมักมีมวลมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของเสียงฟังอุ่นและแน่นกว่าเมื่อเทียบกับกีต้าร์ทรงเล็กอย่าง Concert หรือ Parlor เวลาเล่นคอร์ดเปิดหรือเล่นจังหวะต่อเนื่อง เพลงจะฟังเต็มขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงมือมากเกินไป สำหรับมือใหม่ จุดนี้ช่วยให้ได้ยินรายละเอียดของคอร์ดชัดขึ้น และช่วยให้ฝึกจับจังหวะได้ง่ายขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม กีต้าร์ทรง Jumbo มีขนาดใหญ่กว่ากีต้าร์บางทรงพอสมควร คนที่เคยจับแต่กีต้าร์ตัวเล็กอาจต้องใช้เวลาปรับท่านั่งหรือท่ายืนเล็กน้อย แต่เมื่อคุ้นมือแล้ว หลายคนมักชอบ เพราะได้ทั้งพลังเสียงและความแน่นของคอร์ดที่ชัดเจนกว่า
กีต้าร์โปร่ง Natasha JC3 กับวัสดุไม้ Solid Mahogany
จุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้คือการใช้ Solid Mahogany ทั้งไม้หน้า ไม้ข้าง และไม้หลัง ซึ่งถือว่าเป็นสเปกที่จริงจังกว่ากีต้าร์ระดับเริ่มต้นทั่วไป เพราะไม้แท้ให้การสั่นสะเทือนของเสียงเป็นธรรมชาติมากกว่า และมักให้เนื้อเสียงที่อิ่มกว่าวัสดุแบบ Laminated Wood
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ไม้ Mahogany มักให้โทนเสียงอุ่น นุ่ม และฟังสบาย ปลายเสียงไม่แหลมจัดจนล้าหู แต่ก็ยังมีความชัดของรายละเอียดอยู่พอสมควร จึงเหมาะกับคนที่ต้องการกีต้าร์ที่ใช้ได้ทั้งตีคอร์ดและเล่นเพลงช้า เวลาเล่นเพลงร้องหรือเพลง Acoustic ทั่วไปจะให้บรรยากาศที่นุ่มและฟังเป็นธรรมชาติ
อีกเหตุผลที่นักดนตรีจำนวนมากชอบกีต้าร์ไม้แท้ คือเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ เสียงมักค่อย ๆ เปิดมากขึ้น หมายถึงเสียงฟังโล่งขึ้น เข้าที่ขึ้น และตอบสนองต่อน้ำหนักมือได้ดีขึ้นตามเวลา แม้จุดนี้ต้องอาศัยการเล่นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเริ่มต้นกับกีต้าร์ที่ใช้ไม้แท้ตั้งแต่แรก
ฟิงเกอร์บอร์ดและบริดจ์ HPL Ebony ช่วยอะไรบ้าง
ฟิงเกอร์บอร์ดและบริดจ์ของรุ่นนี้ใช้ HPL Ebony ซึ่งเป็นวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสเรียบ แน่น และดูแลง่าย จุดเด่นคือรับมือกับความชื้นและอุณหภูมิได้ดีพอสมควร จึงเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้มีห้องเก็บกีต้าร์โดยเฉพาะ
ในแง่ของการเล่น ผู้เล่นจะรู้สึกว่าผิวของฟิงเกอร์บอร์ดค่อนข้างลื่น นิ้วเลื่อนไปมาได้ง่ายพอสมควร ทำให้เปลี่ยนคอร์ดหรือเล่นโน้ตต่อเนื่องได้คล่องขึ้น จุดนี้สำคัญสำหรับมือใหม่ เพราะกีต้าร์ที่จับแล้วลื่นมือจะช่วยให้ฝึกได้นานขึ้น และลดความรู้สึกติดขัดระหว่างซ้อม
คอแบบประกบ 5 ชิ้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความนิ่ง
คอของรุ่นนี้ใช้ไม้ Mahogany และ Rosewood แบบประกบ 5 ชิ้น จุดเด่นของคอลักษณะนี้คือช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความนิ่งของโครงสร้าง เพราะการใช้ไม้หลายชิ้นประกบกันช่วยลดโอกาสที่คอจะบิดหรือโก่งง่ายเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น อาจยังไม่คุ้นว่าคอที่นิ่งสำคัญอย่างไร คำตอบคือมันเกี่ยวข้องกับความสบายมือโดยตรง หากคอกีต้าร์นิ่ง การตั้งสายและระยะสายก็มักคงที่กว่า เวลากดคอร์ดจะรู้สึกสม่ำเสมอ ไม่ต้องคอยปรับตัวกับเครื่องดนตรีที่อาการเปลี่ยนไปบ่อย
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อการเล่นจริง
หลายคนมักสนใจแค่ชนิดไม้หรือทรงบอดี้ แต่ความจริงแล้วชิ้นส่วนเล็ก ๆ ก็มีผลต่อการใช้งานมากเช่นกัน โดยรุ่นนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายจุด
- Nut และ Saddle แบบ Bone ช่วยให้การส่งผ่านแรงสั่นของสายทำได้ดีขึ้น เสียงจึงมีความชัดและยาวขึ้น
- ลูกบิด Natasha อัตราทด 1:18 ช่วยให้หมุนตั้งสายได้ละเอียดขึ้น เวลาจูนจึงควบคุมได้ง่าย และเข้าใกล้เสียงที่ต้องการได้มากขึ้น
- Nut Width ขนาด 43 มม. เป็นขนาดที่ค่อนข้างสมดุล จับคอร์ดได้ไม่อึดอัดเกินไป และยังมีพื้นที่พอสำหรับการเล่นแบบเกา
- Body Binding แบบ Rosewood ช่วยเพิ่มความเรียบร้อยให้ขอบบอดี้ และทำให้ภาพรวมของกีต้าร์ดูประณีตมากขึ้น
- Rosette แบบ White Seashell เพิ่มรายละเอียดรอบช่องเสียงให้ดูมีมิติ ทำให้หน้าตากีต้าร์เด่นขึ้นอย่างพอดี
- Bridge Pins แบบ HPL Ebony ช่วยให้ภาพรวมของชิ้นส่วนดูเข้ากัน และให้ความรู้สึกแข็งแรงเวลาถอดเปลี่ยนสาย
กีต้าร์โปร่ง Natasha JC3 เหมาะกับใคร
ถ้ามองจากสเปกและบุคลิกเสียง รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นหลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่เล่นมานานแล้วเท่านั้น มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นกับกีต้าร์ดี ๆ สักตัวก็ใช้งานได้ เพราะเสียงฟังง่าย จับแนวเพลงได้กว้าง และวัสดุก็ดูจริงจังกว่ารุ่นเริ่มต้นทั่วไป
คนที่น่าจะเหมาะกับรุ่นนี้เป็นพิเศษ เช่น
- คนที่ชอบเล่นร้องเพลงและอยากได้เสียงคอร์ดเต็ม
- คนที่ชอบโทนเสียงอุ่น และไม่ชอบเสียงแหลมจัด
- คนที่อยากขยับจากกีต้าร์เริ่มต้นไปสู่รุ่นที่วัสดุดีขึ้น
- คนที่เล่นทั้งตีคอร์ดและเล่นแบบเกา โดยไม่อยากแยกกีต้าร์หลายตัว
- คนที่ชอบกีต้าร์หน้าตาเรียบ แต่ยังมีรายละเอียดสวยพอให้ดูน่าสนใจ
สำหรับผู้เล่นระดับกลาง รุ่นนี้ก็ยังน่าสนใจ เพราะให้รายละเอียดของวัสดุค่อนข้างครบในตัวเดียว จะใช้ซ้อมที่บ้าน ใช้อัดคลิป หรือหยิบไปเล่นกับเพื่อนในวงเล็ก ๆ ก็ยังตอบโจทย์ได้ดี
ดีไซน์และงานประกอบที่ทำให้กีต้าร์ดูมีบุคลิก
แม้เรื่องเสียงจะสำคัญที่สุด แต่หน้าตาของกีต้าร์ก็มีผลต่อความรู้สึกเวลาใช้งานไม่น้อย รุ่นนี้ให้ภาพรวมที่ดูอบอุ่นและเรียบร้อยตามบุคลิกของไม้ Mahogany ผิวเคลือบแบบ Gloss ช่วยให้ลายไม้เด่นขึ้น ดูเงางามพอดี ไม่ดิบเกินไปและไม่เงาจนหลุดโทน
รายละเอียดอย่าง Inlay บนฟิงเกอร์บอร์ดช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ตัวกีต้าร์ เวลามองใกล้ ๆ จะเห็นว่ามีลูกเล่นพอสมควร แต่ยังไม่มากจนดูรก จึงเหมาะกับคนที่ชอบกีต้าร์ที่ดูสุภาพ ใช้งานได้หลายโอกาส และถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี
งานขอบ งานรอยต่อ และการเลือกใช้สีของชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังช่วยให้กีต้าร์ตัวนี้ดูลงตัวมากขึ้น พูดง่าย ๆ คือเป็นกีต้าร์ที่ดูแล้วรู้สึกว่าคนออกแบบคิดภาพรวมมาอย่างดี ไม่ได้ใส่รายละเอียดแบบกระจัดกระจาย
ทำไมกีต้าร์ไม้แท้จึงให้ประสบการณ์ต่างจากกีต้าร์ทั่วไป
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจเครื่องดนตรี คำว่าไม้แท้อาจฟังดูไกลตัว แต่ความจริงแล้วมันส่งผลต่อการเล่นค่อนข้างชัด กีต้าร์ไม้แท้มักตอบสนองต่อน้ำหนักมือได้ดี เวลาเล่นเบาเสียงจะออกนุ่ม เวลาเล่นแรงเสียงก็จะเปิดและมีพลังมากขึ้น ผู้เล่นจึงควบคุมอารมณ์ของเพลงได้ง่ายกว่า
อีกจุดหนึ่งคือเสียงที่ได้มักฟังเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง และมีมิติพอสมควร สิ่งนี้สำคัญมากกับเพลง Acoustic เพราะผู้ฟังมักรับรู้ความต่างของโทนเสียงที่อบอุ่นและนุ่มนวลได้ง่าย แม้จะไม่ได้เป็นนักดนตรีก็ตาม
แน่นอนว่ากีต้าร์ไม้แท้ต้องการการดูแลมากกว่านิดหน่อย แต่สำหรับคนที่จริงจังกับการเล่น นี่มักเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือบุคลิกเสียงและความรู้สึกในการเล่นที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับผู้เล่นจริง ๆ
วิธีดูสเปกกีต้าร์โปร่งให้ตรงกับการใช้งานจริง
เวลามองสเปกกีต้าร์ ไม่จำเป็นต้องจำศัพท์ทุกคำให้ได้หมด แต่ควรดูให้ออกว่าสเปกนั้นส่งผลต่อการเล่นอย่างไร เพราะจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมาก
- ถ้าเห็นคำว่า Jumbo ให้เข้าใจก่อนว่าเสียงมักใหญ่และแน่น เหมาะกับคนที่ชอบตีคอร์ดหรือเล่นเพลงร้อง
- ถ้าเห็นคำว่า Solid Mahogany หลายจุด ให้มองว่าโทนเสียงมีแนวโน้มจะอุ่น นุ่ม และมีความหนา
- ถ้าเห็น Nut Width 43 มม. ให้คิดถึงความพอดีของการจับคอร์ดและการเล่นแบบเกา ไม่แคบเกินไปและไม่กว้างเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่
- ถ้าเห็นลูกบิด 1:18 ให้มองเรื่องความสะดวกตอนตั้งสาย เพราะจูนได้ละเอียดขึ้น
- ถ้าเห็นวัสดุอย่าง Bone ที่ Nut และ Saddle ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่ามักช่วยให้เสียงคมขึ้นและยาวขึ้น
- ถ้าเห็นคอแบบประกบหลายชิ้น ให้มองเรื่องความแข็งแรงและความนิ่งในระยะยาวเป็นหลัก
เมื่อดูสเปกแบบนี้ควบคู่กับการลองจับจริง ผู้เล่นจะเข้าใจมากขึ้นว่ากีต้าร์แต่ละตัวต่างกันตรงไหน และเลือกได้ตรงกับแนวทางการเล่นของตัวเองมากขึ้น
แนวเพลงและสไตล์การเล่นของ กีต้าร์โปร่ง Natasha JC3
ถ้าดูจากทรงบอดี้และชนิดไม้ รุ่นนี้ค่อนข้างเหมาะกับแนวเพลงที่ต้องการเสียงอบอุ่น ฟังสบาย และมีน้ำหนักของคอร์ด เช่น เพลงป๊อป Acoustic เพลงโฟล์ก เพลงบัลลาด หรือเพลงร้องทั่วไป
ในทางปฏิบัติ รุ่นนี้ใช้งานได้หลายแบบ เช่น
- ตีคอร์ดร้องเพลงที่บ้าน เพราะเสียงออกง่ายและมีมวลพอสมควร
- เล่นเพลงช้าแบบเกา เพราะโทนเสียงย่านกลางค่อนข้างชัด ฟังทำนองได้ง่าย
- ซ้อมคนเดียวโดยไม่เสียบแอมป์ เพราะบอดี้ทรงใหญ่ช่วยให้ได้ยินเสียงเต็ม
- เล่นกับเพื่อนในวงเล็ก ๆ เพราะเสียงไม่บางจนหายไปจากวง
- ใช้อัดคลิปหรือทำคอนเทนต์ดนตรี เพราะโทนเสียงฟังสบายและเข้ากับเสียงร้องได้ง่าย
ข้อดีของกีต้าร์ที่เล่นได้หลายแนวคือผู้เล่นไม่ต้องรีบเปลี่ยนตัวเมื่อเริ่มพัฒนาฝีมือ ทำให้มีเวลาคุ้นเคยกับเครื่องดนตรีได้นาน และใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น
การดูแลกีต้าร์ไม้แท้ให้ใช้งานได้นาน
กีต้าร์ไม้แท้ดูแลไม่ยาก แต่ควรดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สภาพไม้และเสียงอยู่ในสภาพที่ดี การดูแลพื้นฐานที่ควรทำมีดังนี้
- หลีกเลี่ยงการวางกีต้าร์ไว้ในที่ร้อนจัดหรือโดนแดดตรง เพราะความร้อนมีผลต่อสภาพไม้และกาว
- ไม่ควรปล่อยให้กีต้าร์อยู่ในห้องที่แห้งมากเกินไปเป็นเวลานาน โดยเฉพาะห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศทั้งวัน
- หลังเล่นเสร็จควรเช็ดสายและผิวกีต้าร์ด้วยผ้านุ่ม เพื่อเอาคราบเหงื่อและคราบมันออก
- เปลี่ยนสายเมื่อเสียงเริ่มทึบหรือจับแล้วฝืด เพราะสายใหม่ช่วยให้ได้ยินบุคลิกของกีต้าร์ชัดกว่า
- หากรู้สึกว่ากดสายยากขึ้นหรือสายสูงผิดปกติ ควรนำไปให้ช่างตรวจเช็คเรื่องคอและการเซ็ตอัป
- เวลาเดินทางควรใช้กระเป๋าที่มีวัสดุกันกระแทกพอสมควร เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันรอย
การดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยให้กีต้าร์อยู่กับเราได้นานขึ้น แต่ยังช่วยให้เสียงคงที่และน่าเล่นอยู่เสมอด้วย
สรุปภาพรวมของกีต้าร์รุ่นนี้
ถ้ามองโดยรวม รุ่นนี้เป็นกีต้าร์ที่เด่นทั้งเรื่องวัสดุ โทนเสียง และความพร้อมในการใช้งานจริง จุดแข็งของมันอยู่ที่การใช้ Solid Mahogany ทั้งตัว บอดี้ทรง Jumbo ที่ให้เสียงแน่น และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อการเล่นจริงอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลูกบิด Nut และ Saddle แบบ Bone หรือคอแบบประกบ 5 ชิ้น
สำหรับคนที่อยากได้กีต้าร์เสียงอุ่น เล่นได้หลายแนว และมีงานประกอบดูดีในตัวเดียว รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะให้ความรู้สึกที่เหนือกว่ากีต้าร์เริ่มต้นทั่วไป แต่ก็ยังเข้าถึงได้ไม่ยากสำหรับคนที่อยากขยับไปใช้เครื่องดนตรีที่จริงจังขึ้นอีกระดับ
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น