ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว? Earworm เกิดขึ้นได้อย่างไรทั้งที่ไม่ได้เปิดเพลงฟัง


     ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว ทั้งที่เราไม่ได้เปิดเพลงฟังและไม่ได้ตั้งใจนึกถึงเพลงนั้นเลย? หลายคนคงเคยได้ยินเพลงจากวิดีโอหรือร้านอาหารเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทำนองเดิมกลับวนซ้ำอยู่ในหัว ทั้งที่ไม่มีใครเปิดเพลงอยู่ใกล้ ๆ บางครั้งทำนองนั้นยังวนเวียนอยู่ในความคิดเกือบทั้งวัน จนเราเผลอฮัมเพลงออกมาโดยไม่รู้ตัว


     ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Earworm หมายถึงการที่ท่อนเพลงผุดขึ้นมาในความคิดและวนซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความทรงจำเกี่ยวกับดนตรี ความคุ้นเคย และสิ่งรอบตัวที่กระตุ้นให้เรานึกถึงเพลงนั้น ที่น่าสนใจคือเพลงที่วนอยู่ในหัวไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงโปรด บางครั้งอาจเป็นเพลงที่เราไม่ได้ชอบด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่เรามักนึกถึงเพียงท่อนสั้น ๆ ไม่ใช่เพลงทั้งเพลง


ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว ทั้งที่ไม่ได้เปิดเพลงฟัง

     ลองนึกถึงเวลาที่คุณกำลังอาบน้ำ เดินทางไปทำงาน หรือทำความสะอาดบ้าน จู่ ๆ ท่อนเพลงหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว คุณอาจจำเสียงร้องหรือทำนองได้อย่างชัดเจน จนเผลอฮัมเพลงนั้นในใจโดยไม่รู้ตัว


     เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะสมองของเราสามารถนึกถึงเสียงเพลงที่เคยได้ยิน แม้ในขณะนั้นจะไม่มีเสียงเพลงดังอยู่จริงก็ตาม


     เมื่อเราฟังเพลง สมองไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับรู้เสียงเท่านั้น แต่ยังจดจำลักษณะต่าง ๆ ของเพลงไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทำนอง จังหวะ เสียงร้อง หรือท่อนที่ได้ยินบ่อย ๆ ความทรงจำเหล่านี้อาจทำให้เรานึกถึงเพลงเดิมขึ้นมาได้ในภายหลัง


     อย่างไรก็ตาม การนึกถึงเพลงตามปกติไม่ได้หมายความว่าจะเกิด Earworm เสมอไป เพราะลักษณะสำคัญของปรากฏการณ์นี้คือ ท่อนเพลงผุดขึ้นมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจวนซ้ำอยู่หลายรอบ


     สิ่งที่ทำให้เพลงกลับมาอยู่ในความคิดมีได้หลายอย่าง เช่น การเพิ่งได้ยินเพลงนั้นมาไม่นาน การฟังเพลงเดิมบ่อย ๆ หรือการพบเจอบางสิ่งที่ทำให้นึกถึงเนื้อร้องและทำนองที่เคยฟัง


Earworm คืออะไร และต่างจากการตั้งใจนึกถึงเพลงอย่างไร

     Earworm เป็นคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์เพลงติดอยู่ในหัว โดยเฉพาะเมื่อท่อนเพลงสั้น ๆ วนซ้ำอยู่ในความคิด ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะนึกถึงเพลงนั้น


     ในงานวิจัยด้านจิตวิทยาดนตรีมีคำว่า Involuntary Musical Imagery (INMI) ซึ่งหมายถึงการนึกถึงเสียงเพลงขึ้นมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ


     แม้สองคำนี้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่เราสามารถทำความเข้าใจความแตกต่างได้จากตัวอย่างต่อไปนี้


1. การตั้งใจนึกถึงเพลง (Voluntary Musical Imagery)

     เป็นการนึกถึงทำนองหรือเสียงเพลง เพราะเราต้องการจดจำหรือทบทวนเพลงนั้นด้วยตัวเอง


     ตัวอย่างเช่น คุณพยายามนึกถึงท่อน Chorus หรือท่อนร้องหลักของเพลงที่ชอบ เพื่อร้องให้เพื่อนฟัง หรือผู้เล่นดนตรีกำลังทบทวนทำนองในใจก่อนเริ่มบรรเลง


     กรณีนี้เราเป็นฝ่ายตั้งใจนึกถึงเพลงตั้งแต่แรก จึงแตกต่างจาก Earworm ซึ่งเป็นการที่ท่อนเพลงผุดขึ้นมาเอง


2. การนึกถึงเพลงโดยไม่ได้ตั้งใจ (Involuntary Musical Imagery)

     เป็นการที่เพลงผุดขึ้นมาในความคิดเอง เช่น ระหว่างเดินเล่น อยู่ ๆ คุณก็นึกถึงเพลงเก่าที่ไม่ได้ฟังมานาน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดถึงเพลงนี้เลย


     การนึกถึงเพลงในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วหายไป โดยไม่จำเป็นต้องมีทำนองวนซ้ำหลายรอบ


3. การมีท่อนเพลงวนซ้ำอยู่ในหัว (Earworm)

     เป็นกรณีที่ท่อนเพลงผุดขึ้นมาเองแล้ววนซ้ำอยู่ในความคิด บางครั้งอาจวนต่อเนื่องอยู่พักหนึ่ง หรือหยุดไปแล้วกลับมาอีกหลายครั้งระหว่างวัน


     งานวิจัยบางชิ้นใช้คำว่า Earworm และ INMI ในความหมายใกล้เคียงกัน แต่เมื่อแยกความหมายให้ชัดเจน Earworm มักเน้นลักษณะที่ท่อนเพลงวนซ้ำอยู่ในหัว


     โดยทั่วไป Earworm เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีเพลงวนอยู่ในหัวจะมีความผิดปกติทางจิตเวช


ทำไมสมองจึงนึกถึงเพลงได้ แม้ไม่มีเสียงเพลงอยู่จริง

     ลองหลับตาแล้วนึกถึงเสียงร้องของนักร้องที่คุณคุ้นเคย หรือเสียงกลองในเพลงที่เคยฟังบ่อย ๆ


     แม้ตอนนี้จะไม่มีใครเปิดเพลงหรือเล่นเครื่องดนตรี คุณก็น่าจะพอนึกออกว่าเสียงเหล่านั้นเป็นอย่างไร บางคนอาจนึกถึงทำนองได้ชัดเจนจนรู้สึกคล้ายกับกำลังฟังเพลงอยู่ในใจ


     ความสามารถนี้เรียกว่า Auditory Imagery หรือการนึกถึงเสียงในใจ ทำให้เราสามารถนึกถึงเสียงที่เคยได้ยิน โดยไม่จำเป็นต้องมีเสียงจริงดังขึ้นในขณะนั้น

แม้ไม่ได้เล่นเปียโน เราก็สามารถนึกถึงทำนองที่เคยได้ยินได้จากความทรงจำ


     เวลาฟังเพลงตามปกติ หูจะรับเสียงจากภายนอกแล้วส่งข้อมูลไปให้สมองประมวลผล แต่เมื่อเรานึกถึงเพลง สมองจะอาศัยความทรงจำและประสบการณ์จากการฟังที่ผ่านมา ทำให้เรานึกถึงเสียงเพลงนั้นได้อีกครั้ง


     งานศึกษาด้านการนึกถึงดนตรี หรือ Musical Imagery พบว่าการฟังเพลงจริงกับการนึกถึงเพลงในใจเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองบางส่วนร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองอย่างมีกระบวนการทำงานเหมือนกันทั้งหมด


     สิ่งสำคัญคือ คนที่เกิด Earworm ตามปกติจะรู้ว่าเพลงนั้นกำลังวนอยู่ในความคิดของตัวเอง ไม่ได้เข้าใจว่ามีเสียงเพลงดังมาจากลำโพงหรือสถานที่ใดจริง ๆ


     ลักษณะนี้แตกต่างจากการได้ยินเสียงดนตรีราวกับมีเสียงดังอยู่ภายนอก ทั้งที่ไม่มีแหล่งกำเนิดเสียง ซึ่งเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งและไม่ควรนำมาปะปนกัน


     แม้นักวิจัยจะศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างสมอง ความทรงจำ และการนึกถึงดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังอธิบายไม่ได้อย่างครบถ้วนว่าเหตุใดเพลงบางท่อนจึงผุดขึ้นมาและวนซ้ำโดยไม่ตั้งใจ


     ดังนั้น จึงไม่ควรสรุปว่า Earworm เกิดจากการทำงานของสมองส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว


ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว เมื่อมีสิ่งกระตุ้นรอบตัว

     Earworm ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงข้อเดียว แต่มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้เรานึกถึงเพลงขึ้นมาเอง และทำให้ท่อนเพลงนั้นวนซ้ำอยู่ในหัว


     งานทบทวนวิจัยเกี่ยวกับ INMI อธิบายว่าการนึกถึงเพลงโดยไม่ได้ตั้งใจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งการได้ยินเพลง ความทรงจำ สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน และความแตกต่างระหว่างบุคคล


เพิ่งได้ยินเพลงนั้นไม่นาน

     เพลงที่เราเพิ่งได้ยินอาจกลับมาอยู่ในหัวอีกครั้ง แม้ตอนที่ได้ยินจะเป็นเพียงท่อนสั้น ๆ ก็ตาม


     ตัวอย่างเช่น ตอนเช้าคุณดูวิดีโอที่มีเพลงประกอบ พอถึงช่วงบ่าย ระหว่างกำลังทำงานบ้าน จู่ ๆ ก็นึกถึงทำนองเพลงจากวิดีโอนั้นขึ้นมาเอง


     การเพิ่งได้ยินเพลงมาก่อนหน้านี้เรียกว่า Recent Exposure ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่งานวิจัยพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิด Earworm


     อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกเพลงที่เราเพิ่งฟังจะต้องกลับมาวนอยู่ในหัว เพราะยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


ได้ยินเพลงเดิมซ้ำหลายครั้ง

     การได้ยินเพลงเดิมบ่อย ๆ อาจทำให้เราจำทำนองและจังหวะได้แม่นยำขึ้น และเมื่อคุ้นเคยกับเพลงมากขึ้น ก็อาจมีโอกาสนึกถึงเพลงนั้นขึ้นมาเองในภายหลัง


     ตัวอย่างที่พบได้ในชีวิตประจำวันคือเพลงโฆษณาที่เปิดซ้ำอยู่บ่อย ๆ หรือเพลงสั้น ๆ ที่ถูกนำไปใช้ประกอบวิดีโอหลายคลิป


     งานวิจัยเกี่ยวกับผลของการฟังเพลงซ้ำในปี 2023 ศึกษาว่าการได้ยินท่อนเพลงใหม่หลายครั้งส่งผลต่อการเกิด Earworm อย่างไร โดยทดสอบกับผู้เข้าร่วม 44 คน และพบว่าผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันตามเพลงที่ใช้ในการทดลอง


     ผลการทดลองพบว่าในบางเงื่อนไข การฟังเพลงซ้ำมีความเกี่ยวข้องกับการที่ทำนองเข้ามารบกวนระหว่างทำงานที่ต้องใช้ความจำ แต่ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปตามเพลงที่ใช้ในการทดลอง


     จึงยังสรุปไม่ได้ว่าการเปิดเพลงเดิมซ้ำหลายครั้งจะทำให้ทุกคนเกิด Earworm หรือทำให้ทุกเพลงติดอยู่ในหัวได้เสมอ


มีคำพูด สถานที่ หรือเหตุการณ์กระตุ้นความทรงจำ

     บางครั้งสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงเพลงไม่ใช่เสียงเพลงโดยตรง แต่อาจเป็นคำพูด สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เคยเกี่ยวข้องกับเพลงนั้น


     ตัวอย่างเช่น

  • ได้ยินคำพูดที่ตรงกับเนื้อร้องบางประโยค แล้วนึกถึงทำนองเพลงขึ้นมาทันที
  • เดินผ่านสถานที่ที่เคยฟังเพลงหนึ่งเป็นประจำ แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงเพลงนั้น
  • เห็นฉากจากภาพยนตร์เรื่องเก่า แล้วนึกถึงเพลงประกอบ
  • พบเหตุการณ์ที่ทำให้นึกถึงช่วงชีวิตที่เคยฟังเพลงหนึ่งบ่อย ๆ


     สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Memory Cues หรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตกลับมา


     อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงระหว่างเพลงกับความทรงจำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ชีวิตแตกต่างกัน


     ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟแห่งหนึ่งอาจทำให้คุณนึกถึงเพลงที่เคยฟังกับเพื่อนสมัยเรียน ขณะที่คนอื่นเดินเข้าร้านเดียวกันแล้วไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับเพลงอะไรเลย

สถานที่ที่คุ้นเคยอาจทำให้เรานึกถึงเพลงที่เคยฟังในอดีต แม้ขณะนั้นจะไม่ได้ยินเพลงดังอยู่ก็ตาม


ช่วงที่ไม่ได้ใช้สมาธิกับงานหนัก

     หลายคนสังเกตว่าเพลงมักวนอยู่ในหัวตอนอาบน้ำ เดินเล่น เดินทาง ทำงานบ้าน หรือพักจากงานที่ต้องใช้สมาธิ


     กิจกรรมเหล่านี้บางช่วงไม่จำเป็นต้องจดจ่อมากนัก เราจึงอาจเผลอคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงนึกถึงเพลงที่เคยฟังด้วย


     งานวิจัยเกี่ยวกับ INMI พบว่าช่วงที่ทำกิจกรรมซึ่งไม่ต้องใช้ความคิดมาก รวมถึงช่วงที่รู้สึกเบื่อหรือใจลอย มีความสัมพันธ์กับการนึกถึงเพลงโดยไม่ได้ตั้งใจ


     อย่างไรก็ตาม การมี Earworm ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนสมาธิสั้นหรือมีปัญหาเรื่องการจดจ่อ


     เพลงอาจผุดขึ้นมาในหัวได้แม้ในคนที่มีสมาธิดี และไม่ได้มีปัญหาในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน


เพลงลักษณะไหนมีแนวโน้มติดอยู่ในหัว

     หลายคนอาจคิดว่าเพลงที่ติดอยู่ในหัวต้องมีท่อน Hook สั้น ๆ หรือเป็นเพลงจังหวะเร็วเท่านั้น แต่ความจริงไม่ได้มีกฎตายตัวเช่นนั้น


     งานวิจัยเรื่อง Dissecting an Earworm ศึกษาว่าลักษณะของทำนองและความนิยมของเพลงมีความเกี่ยวข้องกับการเกิด Earworm อย่างไร โดยเปรียบเทียบเพลงที่ผู้ฟังรายงานว่ามักวนอยู่ในหัวกับเพลงกลุ่มอื่น


     ผลการศึกษาพบว่าเพลงที่ผู้คนรายงานว่ามักวนอยู่ในหัว มีลักษณะของทำนองบางอย่างแตกต่างจากเพลงที่นำมาเปรียบเทียบ


     องค์ประกอบที่น่าสนใจมีดังนี้


ทำนองที่จดจำได้ง่าย

     เพลงที่มีทำนองคุ้นหู หรือมีการเคลื่อนที่ของเสียงที่ฟังตามได้ง่าย อาจช่วยให้ผู้ฟังจดจำเพลงได้ดีขึ้น


     อย่างไรก็ตาม การจำทำนองได้ง่ายไม่ได้หมายความว่าเพลงนั้นจะต้องกลายเป็น Earworm ทุกครั้ง


     บางเพลงเราอาจร้องตามได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีทำนองเพลงนั้นวนอยู่ในหัวเลย


การเคลื่อนที่ขึ้นลงของทำนอง (Melodic Contour)

     Melodic Contour หมายถึงลักษณะที่ทำนองเคลื่อนจากเสียงหนึ่งไปยังอีกเสียงหนึ่ง เช่น ทำนองค่อย ๆ สูงขึ้น ลดต่ำลง หรือเปลี่ยนจากเสียงสูงกลับลงมายังเสียงต่ำ


     งานวิจัยข้างต้นพบว่าเพลงที่เกิด Earworm บ่อยมีแนวโน้มใช้รูปแบบทำนองโดยรวมที่ค่อนข้างคุ้นหู แต่บางช่วงมีการเปลี่ยนระดับเสียงที่โดดเด่นแตกต่างจากเพลงที่นำมาเปรียบเทียบ


     ผลดังกล่าวทำให้เห็นว่าทำนองที่มีทั้งส่วนที่ฟังคุ้นเคยและส่วนที่แตกต่างออกไป อาจมีส่วนช่วยให้ผู้ฟังจดจำเพลงได้


     อย่างไรก็ตาม ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงปัจจัยที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ Earworm ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ใช้ทำนายได้ว่าเพลงใดจะติดอยู่ในหัวทุกครั้ง

การทดลองเล่นทำนองบนเปียโนช่วยให้ผู้เล่นสังเกตการเปลี่ยนระดับเสียง และศึกษาว่าส่วนใดของทำนองจดจำได้ง่าย


จังหวะและการเล่นทำนองซ้ำ

     การเล่นทำนองหรือรูปแบบจังหวะเดิมซ้ำหลายครั้งอาจทำให้ผู้ฟังคุ้นเคยกับเพลง และจดจำท่อนนั้นได้ง่ายขึ้น


     แต่เพลงที่มีจังหวะซ้ำไม่ได้ทำให้เกิด Earworm เสมอไป เพราะการจำเพลงได้กับการมีทำนองวนอยู่ในหัวโดยไม่ตั้งใจเป็นคนละเรื่องกัน


     สำหรับผู้ที่สนใจว่าคนแต่งเพลงนำทำนองสั้น ๆ และการเล่นซ้ำมาสร้างจุดจำของเพลงได้อย่างไร สามารถอ่านบทความ สร้างท่อนฮุคให้จำง่ายด้วย Motif จังหวะ และคอร์ด ซึ่งอธิบายวิธีพัฒนาทำนองพร้อมตัวอย่างโน้ตจากมุมมองของผู้แต่งเพลง


ความคุ้นเคยและความนิยมของเพลง

     เพลงที่ได้รับความนิยมสูงมักมีโอกาสถูกเปิดให้ได้ยินบ่อย ไม่ว่าจะผ่านสื่อออนไลน์ ร้านค้า วิทยุ หรือสถานที่สาธารณะ


     เมื่อได้ยินเพลงเดิมหลายครั้ง ผู้ฟังอาจเริ่มจำทำนองหรือเนื้อร้องบางช่วงได้เอง แม้ไม่ได้ตั้งใจฟังอย่างจริงจังก็ตาม


     อย่างไรก็ตาม เพลงที่ได้รับความนิยมมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุกคนเกิด Earworm เพราะความคุ้นเคยและประสบการณ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน


ความเร็วของเพลง

     งานวิจัยดังกล่าวพบว่าเพลงในกลุ่มที่ผู้ฟังรายงานว่าเกิด Earworm มีความเร็วเฉลี่ยสูงกว่าเพลงในกลุ่มเปรียบเทียบ


     แต่ผลนี้ไม่ได้หมายความว่าเพลงที่มี BPM สูงจะติดอยู่ในหัวง่ายกว่าเสมอไป เพราะเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่พบจากเพลงในกลุ่มที่นำมาศึกษาเท่านั้น


     ลองนึกถึงทำนองสมมติที่เริ่มจากเสียงระดับใกล้เคียงกันสามครั้ง จากนั้นเปลี่ยนไปยังเสียงที่สูงกว่ามาก ก่อนลดระดับเสียงกลับลงมา


     แม้จะเป็นทำนองสั้น ๆ แต่การเปลี่ยนจากเสียงต่ำไปยังเสียงสูงอย่างชัดเจนอาจทำให้ทำนองนั้นมีจุดเด่นที่จดจำได้ง่าย


     ตัวอย่างนี้ช่วยให้เข้าใจว่ารูปแบบของทำนองอาจมีส่วนช่วยในการจดจำเพลงได้อย่างไร แต่ไม่ได้หมายความว่าทำนองลักษณะนี้จะทำให้เกิด Earworm อย่างแน่นอน


ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว แม้เราไม่ได้ชอบเพลงนั้น

     เรื่องหนึ่งที่ทำให้ Earworm น่าสนใจคือเพลงที่วนอยู่ในหัวไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงที่เราอยากฟัง


     บางคนอาจไม่ได้สนใจเพลงโฆษณาเพลงหนึ่งเลย แต่หลังจากได้ยินหลายครั้งกลับจำท่อนร้องได้อย่างแม่นยำ และท่อนนั้นก็กลับมาวนอยู่ในหัวโดยไม่รู้ตัว


     สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ การคุ้นเคยกับเพลง การจำเพลงได้ และการชอบเพลง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน


     เราอาจจำเพลงหนึ่งได้ดีโดยไม่ได้ชอบเพลงนั้น หรือชอบเพลงหนึ่งมากแต่ไม่เคยมีทำนองของเพลงนั้นวนอยู่ในหัวเลยก็ได้


     หากต้องการเข้าใจว่าการฟังเพลงซ้ำส่งผลต่อความรู้สึกชอบเพลงอย่างไร สามารถอ่านบทความ ทำไมบางเพลงยิ่งฟังยิ่งชอบเมื่อได้ยินซ้ำ ซึ่งอธิบายว่าเหตุใดความคุ้นเคยจึงอาจทำให้เราชอบเพลงมากขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรือทุกเพลง


     ส่วน Earworm เป็นเรื่องที่ต่างออกไป เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราชอบเพลงมากขึ้นหรือไม่ แต่อยู่ที่เหตุใดทำนองจึงกลับมาในหัวเอง ทั้งที่เราไม่ได้อยากฟังหรือตั้งใจนึกถึงเพลงนั้น


     ความรู้สึกของแต่ละคนเมื่อเกิด Earworm จึงอาจแตกต่างกัน เช่น

  • รู้สึกสนุก: เพลงที่ชอบกลับมาในหัวจนเผลอฮัมตามอย่างเพลิดเพลิน
  • รู้สึกเฉย ๆ: ทำนองเพลงแวบขึ้นมาแล้วผ่านไป โดยไม่ได้สร้างความรบกวน
  • รู้สึกรำคาญ: เพลงเดิมวนซ้ำระหว่างทำงานหรือก่อนนอน จนทำให้เสียสมาธิ


     ดังนั้น การมีเพลงหนึ่งวนอยู่ในหัวไม่ได้แปลว่าเราชอบเพลงนั้นมากกว่าเพลงอื่น ๆ ที่เคยฟัง


ทำไมเพลงมักวนอยู่เพียงท่อนสั้น ๆ ไม่ใช่ทั้งเพลง

     ลักษณะที่พบได้บ่อยของ Earworm คือเรามักนึกถึงเพลงเพียงบางช่วง เช่น ประโยคหนึ่งในท่อน Chorus เสียงร้องสั้น ๆ หรือทำนองเครื่องดนตรีที่มีความยาวเพียงไม่กี่วินาที


     บางครั้งท่อนนั้นอาจวนซ้ำอยู่หลายรอบ โดยไม่เปลี่ยนไปยังส่วนอื่นของเพลงเลย


     ตัวอย่างเช่น เพลงจริงอาจมีโครงสร้างดังนี้

Intro → Verse → Chorus → Verse → Chorus → Outro


     แต่เพลงที่วนอยู่ในหัวอาจเป็นเพียง

ท่อนสั้นใน Chorus → กลับไปต้นท่อน → ท่อนเดิม → กลับไปต้นท่อน


     ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า Earworm ไม่จำเป็นต้องเป็นการนึกถึงเพลงตั้งแต่ต้นจนจบ บางครั้งเราอาจจำได้เพียงท่อนสั้น ๆ แล้วท่อนนั้นก็กลับมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า


     แม้เราจะรู้ว่าเพลงจริงยังมีท่อนอื่นต่อจากนั้น แต่ทำนองที่วนอยู่ในหัวก็อาจยังเป็นท่อนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปตามลำดับของเพลงจริง


     อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังอธิบายไม่ได้อย่างครบถ้วนว่าเหตุใดเพลงบางท่อนจึงเกิดการวนซ้ำในความคิด ขณะที่ท่อนอื่นไม่เกิดลักษณะเดียวกัน


     มีแนวคิดบางอย่างเสนอว่าปรากฏการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการพยายามนึกถึงส่วนถัดไปของเพลง แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าสมองกำลังพยายามเล่นเพลงที่ค้างอยู่ให้จบทุกครั้ง


     จึงไม่ควรมองว่า Earworm เกิดจากการนึกถึงเพลงที่ยังไม่จบเพียงสาเหตุเดียว


Earworm เกิดขึ้นตอนก่อนนอนหรือเมื่อตื่นกลางดึกได้หรือไม่

     Earworm ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างวัน บางคนอาจมีทำนองเพลงวนอยู่ในหัวขณะกำลังจะหลับ หรือพบว่าตัวเองนึกถึงเพลงขึ้นมาเมื่อตื่นกลางดึก

บางคนอาจนึกถึงทำนองเพลงซ้ำ ๆ ขณะกำลังจะหลับ แม้ไม่ได้เปิดเพลงฟังอยู่


     งานวิจัยเรื่อง Bedtime Music, Involuntary Musical Imagery, and Sleep ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลง การเกิด Earworm และการนอนหลับ


     ผลการศึกษาพบว่าคนที่มี Earworm ในช่วงกลางคืนมีแนวโน้มรายงานปัญหาด้านการนอนมากขึ้นในกลุ่มที่ศึกษา


     นอกจากนี้ การทดลองในห้องปฏิบัติการยังพบว่าการฟังเพลงบรรเลงบางเพลงก่อนนอนทำให้ผู้เข้าร่วมเกิด Earworm ในช่วงกลางคืนมากกว่าการฟังเพลงที่มีเนื้อร้องภายใต้เงื่อนไขการทดลองนั้น


     อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าการฟังเพลงก่อนนอนเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับทุกคน


     แต่ละคนอาจตอบสนองต่อเสียงเพลงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทเพลง ความคุ้นเคย และพฤติกรรมการฟังของตัวเอง


     หากสังเกตว่าคุณมักมีเพลงวนอยู่ในหัวหลังจากเปิดเพลงก่อนนอน อาจลองเปลี่ยนเวลาฟังเพลง หรือหยุดฟังเพลงนั้นก่อนนอนชั่วคราว แล้วสังเกตว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง


     ตัวอย่างเช่น ลองเปรียบเทียบคืนที่เปิดเพลงก่อนนอนกับคืนที่ไม่ได้เปิดเพลง ว่ามีทำนองวนอยู่ในหัวขณะกำลังจะหลับหรือเมื่อตื่นกลางดึกบ่อยต่างกันหรือไม่


     วิธีนี้เป็นเพียงการสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง ไม่ใช่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ควบคุมปัจจัยทุกอย่าง และไม่สามารถใช้วินิจฉัยปัญหาการนอนหลับได้


ถ้าเพลงวนในหัวจนเสียสมาธิ มีวิธีรับมืออย่างไร

     โดยทั่วไป Earworm ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องแก้ไข หากเพลงที่วนอยู่ในหัวไม่ได้สร้างความรำคาญหรือรบกวนชีวิตประจำวัน


     แต่ถ้าเพลงเดิมกลับมาซ้ำจนทำให้อ่านหนังสือ ทำงาน หรือพักผ่อนได้ยากขึ้น ก็อาจลองปรับกิจกรรมหรือเปลี่ยนสิ่งรอบตัวบางอย่าง เพื่อลดความรบกวนจากทำนองที่วนอยู่ในหัว


     ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถหยุด Earworm ได้ทุกครั้งและได้ผลกับทุกคน วิธีต่อไปนี้จึงเป็นเพียงแนวทางที่อาจลองใช้ แล้วสังเกตว่าวิธีใดเหมาะกับตัวเองมากที่สุด


เปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิพอสมควร

     งานวิจัยบางส่วนพบว่าการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความสนใจมากขึ้น มีความสัมพันธ์กับการเกิด INMI ที่ลดลงในบางสถานการณ์


     ตัวอย่างเช่น ลองเปลี่ยนไปอ่านหนังสือที่ต้องทำความเข้าใจ เขียนข้อความ หรือทำโจทย์ที่ต้องใช้ความคิดอย่างต่อเนื่อง

การหันไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น การต่อจิ๊กซอว์ อาจช่วยให้เราสนใจทำนองที่วนอยู่ในหัวน้อยลง


     ไม่จำเป็นต้องเลือกงานที่ยากจนทำให้เครียด เพียงหากิจกรรมที่ช่วยให้เราหันไปจดจ่อกับเรื่องอื่น ก็อาจช่วยลดความสนใจที่มีต่อเพลงที่วนอยู่ในหัวได้


ลดการฟังเพลงเดิมซ้ำเมื่อเริ่มรู้สึกรบกวน

     หากสังเกตว่าเพลงหนึ่งมักกลับมาวนอยู่ในหัวหลังจากฟังซ้ำบ่อย ๆ อาจลองหยุดฟังเพลงนั้นสักระยะ


     โดยเฉพาะในกรณีที่เราเปิดฟังท่อนเดิมซ้ำหลายรอบระหว่างทำกิจกรรมอื่น


     การหยุดฟังเพลงเดิมซ้ำอาจช่วยลดสิ่งที่กระตุ้นให้นึกถึงเพลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำนองจะหยุดวนอยู่ในหัวทันที


สังเกตว่าอะไรทำให้นึกถึงเพลงเดิม

     หากเพลงเดิมกลับมาบ่อยเป็นพิเศษ ลองสังเกตว่าเหตุการณ์เหล่านั้นมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด เช่น

  • หลังดูวิดีโอที่มีเพลงประกอบซ้ำ ๆ
  • ระหว่างทำงานที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก
  • หลังได้ยินคำพูดหรือเห็นภาพที่ชวนให้นึกถึงเพลง
  • หลังเปิดฟังเพลงก่อนเข้านอน


     เมื่อพอรู้ว่าอะไรอาจทำให้นึกถึงเพลงเดิม ก็จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรมได้เหมาะสมขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องคอยห้ามตัวเองไม่ให้คิดถึงเพลงตลอดเวลา


ไม่จำเป็นต้องพยายามบังคับให้เพลงหยุด

     บางครั้งการพยายามสั่งตัวเองว่าอย่าคิดถึงเพลงนั้น อาจทำให้เรายิ่งคอยสังเกตว่าทำนองยังวนอยู่ในหัวหรือไม่


     ในบางสถานการณ์ การหันไปสนใจกิจกรรมอื่นหรือปล่อยให้ทำนองค่อย ๆ ผ่านไปเอง อาจเหมาะกว่าการพยายามบังคับตัวเองไม่ให้นึกถึงเพลงอย่างต่อเนื่อง


     อย่างไรก็ตาม วิธีที่ช่วยให้คนหนึ่งรู้สึกรบกวนน้อยลง อาจไม่ได้ผลเหมือนกันกับทุกคน


การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลด Earworm ได้หรือไม่

     งานทดลองเรื่อง Want to Block Earworms from Conscious Awareness? B(u)y Gum! ศึกษาว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งอาจช่วยลดการนึกถึงเพลงที่ผุดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจได้หรือไม่


     นักวิจัยพบว่าในเงื่อนไขการทดลองบางอย่าง ผู้เข้าร่วมที่เคี้ยวหมากฝรั่งรายงานว่ามีเพลงผุดขึ้นมาในหัวน้อยลง


     คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้คือการเคี้ยวหมากฝรั่งอาจรบกวนการทำงานบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงหรือการร้องเพลงในใจ


     อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวมาจากการทดลองภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยหยุด Earworm ได้สำหรับทุกคน


     หากมีเพลงวนอยู่ในหัวจนรบกวนการใช้ชีวิต การทำงาน การนอน หรือทำให้รู้สึกทุกข์ใจอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากสิ่งที่เกิดขึ้นแตกต่างจากการนึกถึงเพลงในใจตามปกติ


Earworm กับเพลงติดหูเหมือนกันหรือไม่

     คำว่าเพลงติดหูในชีวิตประจำวันมักหมายถึงเพลงที่ฟังแล้วจำง่ายหรือร้องตามได้เร็ว แต่ Earworm หมายถึงการที่ทำนองเพลงผุดขึ้นมาในหัวเองและวนซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ


     สองอย่างนี้อาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันเสมอไป


     เพลงติดหู (Catchy Song) คือเพลงที่มีทำนอง จังหวะ หรือองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้ผู้ฟังจดจำได้ง่าย


     เพลงที่ฟังบ่อยจนคุ้น คือเพลงที่เราจำทำนองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ได้จากการฟังซ้ำหลายครั้ง


     เพลงที่ชอบเปิดฟังซ้ำ คือเพลงที่เราเลือกกลับไปฟังเพราะความชอบหรือเหตุผลส่วนตัว


     เพลงที่ผุดขึ้นมาเอง คือเพลงที่ปรากฏขึ้นในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจเป็น INMI แม้ไม่ได้มีทำนองวนซ้ำ


     ส่วน Earworm คือการที่ท่อนเพลงผุดขึ้นมาเองแล้ววนซ้ำอยู่ในหัว


     ตารางต่อไปนี้แสดงความแตกต่างของแต่ละลักษณะ

ลักษณะ เป็น Earworm หรือไม่
เพลงติดหู (Catchy Song) ไม่จำเป็น
เพลงที่ฟังบ่อยจนคุ้น ไม่จำเป็น
เพลงที่ชอบเปิดฟังซ้ำ ไม่จำเป็น
เพลงที่ผุดขึ้นมาเอง อาจเป็น INMI ที่ไม่วนซ้ำ
เพลงที่วนซ้ำในหัว ใช่ ตามลักษณะ Earworm


     ตัวอย่างเช่น เราอาจจำเพลงหนึ่งได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยนึกถึงเพลงนั้นอีกเลย


     ในทางกลับกัน เพลงที่เราไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอาจกลับมาวนอยู่ในหัวระหว่างทำงานบ้าน ทั้งที่ไม่ได้อยากเปิดฟัง


     ดังนั้น เพลงที่จำง่าย เพลงที่เราชอบ และเพลงที่วนอยู่ในหัว จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงเดียวกัน


ตัวอย่าง Earworm ในชีวิตประจำวัน

     เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูสถานการณ์สมมติสามกรณีต่อไปนี้ ซึ่งใช้ประกอบคำอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการทดลองวิจัย


กรณีที่ 1 ได้ยินเพลงสั้น ๆ จากวิดีโอ แล้วกลับมาวนในหัว

     ตอนเช้าคนหนึ่งดูวิดีโอสั้นที่มีเพลงประกอบเพียงไม่กี่วินาที พอถึงตอนบ่าย ระหว่างกำลังทำงานบ้าน ก็เผลอนึกถึงท่อนเพลงนั้นขึ้นมา และรู้สึกว่ามันวนซ้ำอยู่หลายรอบ


     สิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้: การเพิ่งได้ยินเพลงในวันเดียวกัน ประกอบกับช่วงที่กำลังทำกิจกรรมซึ่งไม่ต้องใช้สมาธิมาก


     สิ่งที่เกิดขึ้น: ท่อนเพลงกลับมาในหัวเองและวนซ้ำ ทั้งที่ไม่ได้เปิดเพลงฟังอยู่


     สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้: เราไม่สามารถยืนยันได้ว่าการดูวิดีโอตอนเช้าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว เพราะความคุ้นเคยและปัจจัยอื่นอาจเกี่ยวข้องด้วย


กรณีที่ 2 ได้ยินคำพูดหนึ่งแล้วนึกถึงเพลงเก่า

     ระหว่างคุยกับเพื่อน มีคนพูดคำหนึ่งที่ตรงกับเนื้อร้องของเพลงซึ่งเคยฟังเมื่อหลายปีก่อน


     ทันใดนั้นทำนองเพลงเก่าก็แวบขึ้นมาในหัว และบางช่วงวนซ้ำอยู่พักหนึ่ง


     สิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้: คำพูดที่ทำให้นึกถึงเนื้อร้องและทำนองเพลงที่เคยฟัง


     สิ่งที่เกิดขึ้น: เพลงเก่าที่ไม่ได้ตั้งใจนึกถึงกลับมาวนอยู่ในหัว


     สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้: ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคำพูดนั้นเป็นสาเหตุทั้งหมด เพราะอาจมีความทรงจำหรือเหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย


กรณีที่ 3 ไม่ได้ชอบเพลงนั้น แต่ได้ยินบ่อยจนจำได้

     คนหนึ่งได้ยินเพลงเดิมจากร้านค้าเป็นประจำ แม้จะไม่ได้ชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ แต่ก็เริ่มจำท่อนร้องได้


     วันหนึ่งระหว่างนั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ ท่อนร้องนั้นกลับวนขึ้นมาในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ


     สิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้: ความคุ้นเคยจากการได้ยินเพลงซ้ำหลายครั้ง ร่วมกับสถานการณ์ในขณะนั้น


     สิ่งที่เกิดขึ้น: เพลงที่ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษกลับมาวนอยู่ในหัว ทั้งที่ไม่ได้เลือกเปิดฟัง


     สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้: การที่เพลงวนอยู่ในหัวไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ฟังเริ่มชอบเพลงนั้น และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ได้ยินเพลงซ้ำจะมีประสบการณ์แบบเดียวกัน


     ทั้งสามกรณีแสดงให้เห็นว่า Earworm อาจเกิดขึ้นหลังจากพบเจอสิ่งกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมคือท่อนเพลงผุดขึ้นมาเองและอาจวนซ้ำอยู่ในหัวเป็นระยะ


สรุป ทำไมเพลงติดอยู่ในหัว และควรเข้าใจ Earworm อย่างไร

     การที่ท่อนเพลงกลับมาวนอยู่ในหัวแม้ไม่ได้เปิดเพลงฟัง เกี่ยวข้องกับความสามารถของสมองในการนึกถึงเสียงดนตรีจากความทรงจำ โดยเฉพาะเมื่อท่อนเพลงผุดขึ้นมาเองและวนซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ เรามักเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Earworm


     ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องมีทั้งการเพิ่งได้ยินเพลง การฟังเพลงซ้ำ ความคุ้นเคย ลักษณะของทำนอง สิ่งต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้นึกถึงเพลง และช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้สมาธิกับงานมากนัก


     อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสาเหตุเพียงข้อเดียวที่สามารถอธิบายการเกิด Earworm ได้ทุกกรณี และการมีเพลงวนอยู่ในหัวก็ไม่ได้หมายความว่าเราชอบเพลงนั้นเสมอไป


     สำหรับคนส่วนใหญ่ Earworm เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ บางครั้งทำให้รู้สึกสนุก บางครั้งก็ไม่ได้รบกวนอะไร แต่บางครั้งอาจทำให้เสียสมาธิหรือรู้สึกรำคาญได้เช่นกัน


     เมื่อเข้าใจปรากฏการณ์นี้ เราจะเห็นความแตกต่างระหว่างเพลงที่จำง่าย เพลงที่ฟังบ่อย เพลงที่ชอบ และเพลงที่กลับมาวนอยู่ในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงเข้าใจมากขึ้นว่าดนตรีเกี่ยวข้องกับความทรงจำและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเราอย่างไร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น