Sweep Picking กับ Economy Picking ต่างกันที่วิธีเคลื่อนปิ๊กจากสายหนึ่งไปยังอีกสายหนึ่งขณะเล่น Phrase โดย Sweep Picking ใช้การเคลื่อนปิ๊กไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่องผ่านหลายสาย เมื่อการวางโน้ตเอื้อต่อการเคลื่อนในลักษณะนี้ ส่วน Economy Picking จะสลับ Downstroke กับ Upstroke ภายในสายตามปกติ แล้วใช้ Stroke ทิศเดิมต่อเมื่อถึงจุดเปลี่ยนสายที่ทำให้ปิ๊กเคลื่อนไปยังสายถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงว่าเทคนิคใดช่วยให้เล่นได้เร็วกว่า แต่ต้องดูด้วยว่าแต่ละสายมีโน้ตกี่ตัว โน้ตถัดไปอยู่สายใด ปลายปิ๊กต้องเคลื่อนไปทางไหน และวิธีดีดที่เลือกส่งผลต่อ Timing หรือความตรงของจังหวะ, Accent หรือการเน้นน้ำหนัก และ Articulation หรือวิธีออกเสียงโน้ตใน Phrase อย่างไร
Sweep Picking กับ Economy Picking ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดอยู่ที่ Pick Path หรือเส้นทางที่ปลายปิ๊กใช้เคลื่อนจากสายหนึ่งไปยังอีกสายหนึ่ง
Sweep Picking มีลักษณะเด่นคือการเคลื่อนปิ๊กไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่องผ่านสายที่อยู่ติดกัน เช่น
สาย 5: D ↓
สาย 4: D ↓
สาย 3: D ↓
เมื่อเล่นย้อนกลับ ทิศทางอาจเปลี่ยนเป็น
สาย 3: U ↑
สาย 4: U ↑
สาย 5: U ↑
ส่วน Economy Picking ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกวาดปิ๊กผ่านหลายสายตลอดทั้ง Phrase ภายในสายเดียวกันยังสามารถใช้ Alternate Picking โดยสลับ Downstroke กับ Upstroke ตามปกติ แต่เมื่อถึงจุดเปลี่ยนสาย หาก Stroke สุดท้ายพาปิ๊กไปในทิศทางเดียวกับสายที่จะเล่นต่อ ผู้เล่นสามารถใช้ Stroke ทิศเดิมข้ามไปยังสายใหม่ได้โดยไม่ต้องวกปิ๊กกลับ
ตัวอย่างเช่น
สาย 6: D-U-D
เปลี่ยนสาย: D ↓
สาย 5: U-D
จุด D → D ระหว่างสองสายคือการใช้ Downstroke ต่อเนื่องเพื่อข้ามไปยังสายถัดไป หลักการนี้เป็นหัวใจสำคัญของ Economy Picking
จึงควรแยกหลักการของทั้งสองเทคนิคออกจากกันให้ชัดเจน Sweep เน้นการเคลื่อนปิ๊กผ่านหลายสายอย่างต่อเนื่องในทิศทางเดียว ส่วน Economy เลือกใช้ Stroke ทิศเดิมเฉพาะจุดที่ช่วยให้เปลี่ยนสายได้สะดวกและสอดคล้องกับตำแหน่งของโน้ต
Alternate Picking, Economy Picking และ Sweep Picking ต่างกันตรงไหน
การใช้ Strict Alternate Picking เป็นจุดอ้างอิงจะช่วยให้เห็นความแตกต่างของทั้งสามวิธีได้ง่ายขึ้น
Strict Alternate Picking หมายถึงการสลับ Downstroke และ Upstroke ทุกโน้ตอย่างต่อเนื่อง
D → U → D → U → D → U
แม้จะต้องเปลี่ยนสายก็ยังคงลำดับ Down-Up ต่อไป โดยไม่เปลี่ยนทิศทางของ Stroke เพียงเพื่อให้เข้ากับสายถัดไป
ถ้าต้องการฝึกเรื่องการสลับ Down-Up การเพิ่มความเร็ว และการประสานมือซ้ายกับมือขวา สามารถอ่าน การซ้อม Alternate Picking แบบ Slow-Fast-Slow แยกต่างหากได้ เพราะบทนี้ใช้ Alternate Picking เป็นเพียงจุดอ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบเส้นทางของปิ๊ก
สรุปความแตกต่างอย่างง่ายได้ดังนี้
Alternate Picking
สลับ D/U ทุกโน้ต แม้ในจังหวะที่ต้องเปลี่ยนสาย
Economy Picking
สลับ D/U ภายในสาย แล้วใช้ Stroke ทิศเดิมต่อเมื่อทิศทางของการเปลี่ยนสายเอื้อให้ทำได้
Sweep Picking
เคลื่อนปิ๊กไปในทิศทางเดียวผ่านหลายสายอย่างต่อเนื่อง เมื่อโน้ตถูกวางอยู่บนสายต่าง ๆ ในลักษณะที่เหมาะกับการเคลื่อนแบบนั้น
หากต้องการดูคำอธิบาย Picking Style จากแหล่งภายนอกเพิ่มเติม Fender ได้รวบรวมรูปแบบการดีดหลายชนิดไว้ในบทความ Pick Your Picking Style ซึ่งมีทั้ง Economy Picking และ Sweep Picking สำหรับใช้เปรียบเทียบแนวคิดพื้นฐานของแต่ละวิธี
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกเทคนิคจากชื่อของวลีเพียงอย่างเดียว เช่น เห็น Arpeggio แล้วสรุปว่าต้องใช้ Sweep หรือเห็น Scale แล้วคิดว่าต้องใช้ Economy เพราะ Phrase ประเภทเดียวกันสามารถจัดจำนวนโน้ตต่อสายได้หลายรูปแบบ
Sweep Picking ทำงานอย่างไร และทำไมไม่เหมือนการ Strum คอร์ด
Sweep Picking มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงการ Strum ให้เร็วขึ้น แต่ลักษณะของเสียงและสิ่งที่ผู้เล่นต้องควบคุมแตกต่างกันอย่างชัดเจน
เวลา Strum คอร์ด เรามักต้องการให้เสียงจากหลายสายเกิดขึ้นใกล้กันจนได้ยินเป็นกลุ่มเสียงเดียว และสามารถปล่อยให้หลายโน้ตค้างซ้อนกันได้ตามคาแรคเตอร์ของคอร์ด
แต่ในการเล่น Sweep Picking แม้มือขวาจะเคลื่อนผ่านหลายสายอย่างต่อเนื่อง โน้ตแต่ละตัวยังต้องเกิดขึ้นตามจังหวะของตัวเองอย่างชัดเจน
ถ้า Phrase ต้องการให้โน้ตแต่ละตัวมีช่วงห่างเท่า ๆ กัน การดีดแบบ
D → D → D → D
ไม่ได้หมายความว่าควรกวาดปิ๊กผ่านทั้งสี่สายให้เร็วที่สุด
แม้มือขวาจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่เวลาที่แต่ละโน้ตดังยังต้องถูกควบคุมให้ตรงกับจังหวะของ Phrase
มือซ้ายก็มีส่วนช่วยควบคุมการแยกของเสียงด้วย โน้ตก่อนหน้าควรหยุดหรือค้างตาม Articulation ที่ตั้งใจ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกสายดังซ้อนกันจน Arpeggio ฟังคล้ายการตีคอร์ด
วิธีเช็คว่า Sweep กำลังกลายเป็น Strum หรือไม่
ลองเลือก Pattern ที่มีหนึ่งโน้ตต่อสาย แล้วเล่นช้า ๆ โดยตั้งใจฟังเสียงของแต่ละโน้ตแยกจากกัน
ถ้าแต่ละโน้ตดังเรียงต่อกันอย่างชัดเจน ช่วงห่างของจังหวะสม่ำเสมอ และไม่มีเสียงหลายสายซ้อนกันเกินกว่าที่ตั้งใจ แสดงว่าการเคลื่อนปิ๊กยังอยู่ภายใต้การควบคุม
แต่ถ้าเสียงหลายสายรวมกันเป็นก้อน หรือโน้ตตรงกลางออกติดกันเร็วเกินไปจนฟังคล้ายการตีคอร์ด แสดงว่ามือขวากำลังกวาดผ่านสายเร็วกว่าจังหวะที่ Phrase ต้องการ
Economy Picking ทำงานอย่างไร และทำไมจึงยังมี Alternate Picking อยู่ข้างใน
Economy Picking ไม่ได้ใช้ Stroke ทิศเดียวตลอดทั้ง Phrase แต่เป็นการเลือกทิศทางของปิ๊กให้เหมาะกับจุดเปลี่ยนสาย
สมมุติว่า Phrase มีสามโน้ตบนสายหนึ่งและเริ่มด้วย Downstroke
D-U-D
ถ้า Downstroke ตัวสุดท้ายพาปลายปิ๊กไปทางสายที่จะเล่นโน้ตถัดไปอยู่แล้ว ผู้เล่นสามารถดีดต่อเป็น
D-U-D → D
แทนที่จะเปลี่ยนเป็น Upstroke เพียงเพื่อรักษาการสลับแบบ Strict Alternate Picking
หลังจากข้ามไปยังสายใหม่แล้ว ก็สามารถกลับไปสลับ Down-Up ตามปกติได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ Economy Picking จึงควรถูกมองว่าเป็นการเลือกเส้นทางของปิ๊กตรงจุดเปลี่ยนสาย มากกว่าการจำลำดับ Stroke ชุดหนึ่งแล้วนำไปใช้เหมือนกันกับทุก Phrase
ถ้าการใช้ Stroke เดิมต่อทำให้การเปลี่ยนสายดูฝืน หรือทำให้ Timing และ Accent เสีย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ Economy ในจุดนั้น
จำนวนโน้ตต่อสายมีผลต่อ Pick Direction อย่างไร
Notes per String หรือจำนวนโน้ตที่เล่นในแต่ละสาย มีผลโดยตรงต่อทิศทางของ Stroke ก่อนที่จะเปลี่ยนไปยังสายถัดไป
ถ้าเริ่มโน้ตแรกด้วย Downstroke
หนึ่งโน้ต: D
สองโน้ต: D-U
สามโน้ต: D-U-D
เพียงเปลี่ยนจากสองโน้ตเป็นสามโน้ต Stroke ตัวสุดท้ายบนสายก็เปลี่ยนจาก U เป็น D ทันที
ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้เส้นทางของปิ๊กตอนเปลี่ยนสายเปลี่ยนตามไปด้วย
ดังนั้น Shape บนคอกีต้าร์ที่ดูคล้ายกันอาจเหมาะกับ Picking Pattern ต่างกัน เพียงเพราะแต่ละสายมีจำนวนโน้ตไม่เท่ากัน
จึงไม่ควรจำแบบตายตัวว่า “Pattern นี้ต้องใช้ Economy” แต่ควรดูจำนวนโน้ตในแต่ละสายและทิศทางของ Stroke ก่อนเปลี่ยนสายทุกครั้ง
ทำไม Arpeggio แบบหนึ่งโน้ตต่อสายจึงเหมาะกับการเรียน Sweep Picking
Pattern แบบหนึ่งโน้ตต่อสายเหมาะกับการทำความเข้าใจ Sweep เพราะผู้เล่นจะเห็นทิศทางการเคลื่อนปิ๊กผ่านหลายสายได้ชัด โดยไม่มีการสลับ Down-Up หลายครั้งภายในสายเดียวมาทำให้เส้นทางของปิ๊กซับซ้อนขึ้น
สมมุติใช้ Major Triad แบบง่ายเป็นตัวอย่าง และวางหนึ่งโน้ตไว้บนสามสายที่อยู่ติดกัน
สาย 4: D ↓
สาย 3: D ↓
สาย 2: D ↓
ขากลับ:
สาย 2: U ↑
สาย 3: U ↑
สาย 4: U ↑
การวางหนึ่งโน้ตต่อหนึ่งสายช่วยให้เห็นเส้นทางของปิ๊กผ่านสายที่อยู่ติดกันได้ชัดขึ้น โดยยังต้องควบคุมจังหวะของแต่ละโน้ตแยกจากกัน
ตัวอย่างนี้ไม่ได้มีไว้สอนว่าควรเลือก Arpeggio แบบใดมาใช้กับคอร์ด แต่ใช้เพื่อให้เห็นว่าการวางหนึ่งโน้ตต่อหนึ่งสายเปิดทางให้ปิ๊กเคลื่อนผ่านหลายสายไปในทิศทางเดียวอย่างไร
ถ้าต้องการศึกษาเรื่องการเลือก Arpeggio เพื่อสร้าง Tension หรือเพิ่มสีสันของเสียงประสาน สามารถอ่าน Arpeggio Superimposition เพิ่มเติมได้ ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง Arpeggio กับคอร์ด มากกว่ากลไกการดีดของมือขวา
แม้รูปแบบหนึ่งโน้ตต่อสายจะเอื้อต่อการใช้ Sweep แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้วิธีนี้เสมอ หาก Phrase ต้องการ Attack ที่แยกชัด หรือ Accent จากการสลับ Stroke ก็สามารถเลือก Alternate Picking ได้เช่นกัน
Phrase หลายโน้ตต่อสายเลือก Economy Picking อย่างไร
Economy Picking จะเห็นประโยชน์ได้ชัดใน Phrase ที่มีหลายโน้ตอยู่บนสายเดียว แล้วจึงเปลี่ยนไปยังสายถัดไป
ลองใช้ Pattern สามโน้ตต่อสาย
สาย 6: D-U-D
สาย 5: D-U-D
สาย 4: D-U-D
เมื่อเล่นหลายโน้ตต่อสาย จุดสำคัญคือ Stroke ตัวสุดท้ายก่อนข้ามสาย เพราะตำแหน่งนั้นเป็นตัวกำหนดว่าเส้นทางปิ๊กแบบใดจะเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติ
เมื่อเล่นโน้ตตัวสุดท้ายบนสาย 6 ให้ดูว่า Downstroke กำลังพาปลายปิ๊กไปทางสาย 5 อยู่แล้วหรือไม่
ถ้าใช่ การดีด D → D ต่อเนื่องอาจช่วยให้ปิ๊กเคลื่อนตรงไปยังสายถัดไป และลดการวกกลับที่ไม่จำเป็น
แต่สิ่งที่ต้องเช็คไม่ใช่เพียงว่ามือรู้สึกลื่นขึ้นหรือเคลื่อนไหวน้อยลง
ต้องฟังด้วยว่าช่วงห่างระหว่างโน้ตตรงจุด D → D เท่ากับช่วงห่างระหว่างโน้ตส่วนอื่นใน Phrase หรือไม่
ถ้าโน้ตบนสายใหม่ถูกดีดเร็วเกินไป โน้ตสองตัวบริเวณจุดเปลี่ยนสายจะฟังติดกัน แม้ว่ามือขวาจะรู้สึกเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าก็ตาม
จุดเปลี่ยนสายคือหัวใจของ Pick Path
เวลาอ่าน Picking Pattern อย่าดูเพียงว่าโน้ตนี้ใช้ D หรือ U แต่ควรมองต่อไปด้วยว่าหลังดีดเสร็จแล้ว ปลายปิ๊กไปอยู่ตรงไหน
ลองถามตัวเองทุกครั้งที่ต้องเปลี่ยนสายว่า
- ปลายปิ๊กอยู่ด้านใดของสาย?
- โน้ตถัดไปอยู่สายไหน?
- ปิ๊กต้องเคลื่อนผ่านช่องระหว่างสายไปในทิศทางใด?
เวลาสลับระหว่างสองสาย บาง Stroke จะทำให้ปลายปิ๊กอยู่ด้านในระหว่างสายทั้งคู่ ขณะที่บาง Stroke จะพาปิ๊กออกไปอยู่ด้านนอกของคู่สาย
ตำแหน่งเหล่านี้ทำให้ระยะและทิศทางที่ต้องใช้เพื่อเข้าหาโน้ตถัดไปแตกต่างกัน แม้บทนี้จะไม่ลงรายละเอียดเรื่อง Inside Picking และ Outside Picking เป็นหัวข้อเฉพาะก็ตาม
สิ่งที่ควรจำคือ การดีดหนึ่งครั้งไม่ได้มีผลเพียงกำหนดว่าเป็น Down หรือ Up แต่ยังทำให้ปลายปิ๊กไปอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไปหาโน้ตถัดไป
ทำไม Direction Reversal จึงเป็นจุดยากของ Sweep และ Economy Picking
การพาปิ๊กไปในทิศทางเดียวผ่านหลายสายมักควบคุมง่ายกว่าช่วงที่ Phrase ต้องเปลี่ยนทิศกลับ
ตัวอย่างเช่น Sweep ขาไปอาจเป็น
D → D → D
เมื่อถึงโน้ตปลายทางแล้วเล่นย้อนกลับ อาจกลายเป็น
U → U → U
จุดกลับทิศต้องควบคุมทั้งการหยุด Stroke เดิมและเริ่ม Stroke ทิศใหม่ โดยไม่ทำให้โน้ตตรงรอยต่อช้าหรือเร็วกว่าโน้ตอื่น
ช่วงระหว่าง D ตัวสุดท้ายกับ U ตัวแรกจึงเป็นจุดสำคัญ เพราะมือขวาต้องหยุดการเคลื่อนที่ในทิศทางหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไปเคลื่อนในทิศทางตรงข้าม
ปัญหาที่พบบ่อยคือหยุดตรงจุดกลับทิศนานเกินไปจน Phrase สะดุด หรือรีบดีดโน้ตแรกของขากลับเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป
Economy Picking ก็พบปัญหาในลักษณะเดียวกัน เพราะรูปแบบการเปลี่ยนสายที่เหมาะในขาไปอาจไม่เหมาะกับขากลับ เมื่อทิศทางการเคลื่อนของ Phrase เปลี่ยนไป
จึงควรเริ่มซ้อมช้าพอที่จะมองเห็นเส้นทางของปิ๊ก และฟังว่าจุดกลับทิศยังรักษา Timing ให้สม่ำเสมอเหมือนโน้ตส่วนอื่นหรือไม่
Sweep Picking กับ Economy Picking ส่งผลต่อ Articulation ของ Phrase อย่างไร
Picking Technique ไม่ได้มีผลเพียงต่อระยะทางที่มือขวาต้องเคลื่อน แต่ยังส่งผลต่อ Attack, Accent และความชัดในการแยกโน้ตด้วย
Strict Alternate Picking สลับทิศทางของ Stroke ทุกโน้ต จึงอาจทำให้ลักษณะการกระทบสายและน้ำหนักของแต่ละโน้ตต่างจากช่วงที่ใช้ D-D หรือ U-U ติดต่อกัน
Sweep ช่วยให้ Arpeggio ไหลต่อเนื่องได้ดี แต่ถ้ามือขวาปล่อยน้ำหนักไปตามการกวาดมากเกินไป โน้ตบางตัวอาจดังเด่นกว่าที่ตั้งใจ
Economy ช่วยให้การเปลี่ยนสายบางจุดลื่นขึ้น แต่ Stroke ทิศเดียวกันสองครั้งติดกันก็อาจให้น้ำหนักต่างจากช่วงที่สลับ Down-Up
เวลาทดลอง Picking Pattern จึงควรฟังอย่างน้อยสามเรื่อง
- Timing — แต่ละโน้ตยังเกิดตรงจังหวะ และมีช่วงห่างตามที่ Phrase ต้องการหรือไม่
- Accent — มีโน้ตใดดังเด่นขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเพียงเพราะทิศทางของปิ๊กหรือไม่
- Note Separation — Phrase ต้องการให้แต่ละโน้ตแยกชัด หรือให้เสียงไหลต่อเนื่องกันมากเพียงใด
ทำไม Pick Path ที่สั้นกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ
คำว่า Economy อาจทำให้เข้าใจว่าการเคลื่อนปิ๊กให้น้อยที่สุดย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่การลดการเคลื่อนไหวของมือกับผลลัพธ์ทางดนตรีเป็นคนละเรื่องกัน
Phrase บางแบบอาจใช้ Economy แล้วมือขวาเคลื่อนน้อยลง แต่ Strict Alternate Picking กลับทำให้ Accent ชัดและสอดคล้องกับจังหวะของ Phrase มากกว่า
Arpeggio บางรูปสามารถ Sweep ได้สะดวก แต่ถ้าต้องการให้โน้ตแต่ละตัวมี Attack ชัดและแยกจากกันมาก Alternate Picking อาจตอบโจทย์กว่า
ในการเล่นจริง ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ Phrase
ช่วงที่เป็น Scale อาจใช้ Alternate Picking
บางจุดที่เปลี่ยนสายอาจใช้ Economy
ส่วนช่วงที่มีหนึ่งโน้ตต่อสายหลายสายติดกันอาจใช้ Sweep
การผสม Picking Strategy ใน Phrase เดียวกันจึงหมายถึงการเลือก Alternate, Economy หรือ Sweep ให้เหมาะกับตำแหน่งโน้ตของแต่ละช่วง ไม่ใช่ Hybrid Picking ที่ใช้ปิ๊กร่วมกับนิ้ว
ถ้า Pattern ต้องข้ามสายที่อยู่ห่างกัน หรือผู้เล่นต้องการใช้ปิ๊กร่วมกับนิ้วเพื่อควบคุม Articulation ในอีกรูปแบบหนึ่ง สามารถศึกษา Hybrid Picking สำหรับ Arpeggio และ Chord Tone แยกต่างหากได้
เปรียบเทียบ Phrase เดียวเมื่อเล่นด้วย Alternate, Economy และ Sweep
วิธีทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคนิคที่ชัดเจนกว่าการท่องคำนิยาม คือใช้ Phrase เดิมแล้วทดลองเปลี่ยนเฉพาะวิธีเดินปิ๊ก
เลือก Phrase สั้น ๆ ที่มีทั้งช่วงหลายโน้ตต่อสายและช่วงหนึ่งโน้ตต่อสาย
Version A: Strict Alternate Picking
กำหนด D/U สลับกันทุกโน้ต โดยไม่เปลี่ยนหลักการแม้ตอนข้ามไปยังสายใหม่
จากนั้นฟัง Timing และ Accent ของ Pattern นี้ไว้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบกับวิธีอื่น
Version B: Economy Picking
ใช้โน้ตและ Fingering เดิม แล้วหาจุดเปลี่ยนสายที่ Stroke ก่อนหน้ากำลังพาปิ๊กไปในทิศทางเดียวกับสายถัดไป
ตรงจุดนั้นให้ทดลองใช้ Stroke ทิศเดิมต่อ แล้วฟังว่าช่วงห่างระหว่างโน้ตยังสม่ำเสมอเหมือนเดิมหรือไม่
Version C: Sweep-like Transition หรือการข้ามสายแบบ Sweep
ถ้า Phrase มีช่วงหนึ่งโน้ตต่อสายเรียงต่อกันหลายสาย ลองเชื่อมช่วงนั้นด้วย
D → D → D
หรือ
U → U → U
เมื่อรูปแบบของโน้ตเปลี่ยนไป ก็กลับไปใช้วิธีดีดที่เหมาะกับช่วงถัดไป
ถ้า Phrase ไม่มีช่วงหนึ่งโน้ตต่อสายต่อเนื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใส่ Sweep เข้าไปเพียงเพราะต้องการใช้เทคนิคนี้
หลังทดลองครบทั้งสามแบบ ให้เปรียบเทียบ
- Timing ตอนเปลี่ยนสาย
- น้ำหนักของ Downstroke และ Upstroke
- Accent ที่เกิดขึ้น
- ความชัดในการแยกโน้ต
- ระยะที่ปิ๊กต้องเคลื่อน
- ความต่อเนื่องตรงจุดกลับทิศ
- คาแรคเตอร์ของ Phrase โดยรวม
เป้าหมายไม่ใช่การเลือกวิธีที่เล่นได้เร็วที่สุดในครั้งแรก แต่คือการหา Picking Map หรือแผนการเดินปิ๊กที่ทำให้ Phrase ฟังตรงกับสิ่งที่ต้องการ และสามารถเล่นซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอ
Sweep Picking กับ Economy Picking ควรเลือกจากลักษณะ Phrase อย่างไร
แทนที่จะตั้งกฎว่า Arpeggio ต้องใช้เทคนิคหนึ่ง และ Scale ต้องใช้อีกเทคนิคหนึ่ง ควรดูตำแหน่งและจำนวนโน้ตจริงใน Phrase เป็นหลัก
One Note per String
ถ้า Phrase มีหนึ่งโน้ตต่อสายและเรียงผ่านสายที่อยู่ติดกัน สามารถพิจารณา Sweep หรือ Alternate Picking ได้
Sweep ช่วยให้ปิ๊กเคลื่อนไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง ส่วน Alternate Picking อาจเหมาะกว่าเมื่อผู้เล่นต้องการให้ Attack ของแต่ละโน้ตแยกชัด
สิ่งที่ควรฟังคือความชัดของแต่ละโน้ตและความสม่ำเสมอของ Timing
Multiple Notes per String
ถ้ามีหลายโน้ตในสายเดียว ควรทดลองเปรียบเทียบ Economy กับ Alternate Picking
Economy สามารถสลับ Down-Up ภายในสาย แล้วใช้ Stroke ทิศเดิมต่อเฉพาะบางจุดที่เปลี่ยนสาย ขณะที่ Strict Alternate Picking จะรักษาการสลับ D/U ทุกโน้ต
สิ่งที่ควรฟังคือ Accent และ Timing ตรงจุดเปลี่ยนสาย
Mixed Arpeggio + Scale
ถ้า Phrase มีทั้งส่วนที่เป็น Scale และ Arpeggio ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคเดียวตลอดทั้งวลี
สามารถเลือก Alternate, Economy หรือ Sweep ให้เหมาะกับตำแหน่งโน้ตของแต่ละช่วง โดยต้องระวังไม่ให้จุดที่เปลี่ยนวิธีดีดทำให้ Timing หรือความต่อเนื่องของ Phrase สะดุด
Strong Alternate Accent
ถ้า Phrase ต้องการ Accent ที่สัมพันธ์กับการสลับ Down-Up อย่างชัดเจน Strict Alternate Picking อาจเหมาะกว่า แม้เส้นทางของปิ๊กจะยาวกว่า
Wide String Skip
ถ้าโน้ตต้องข้ามไปยังสายที่ไม่ได้อยู่ติดกัน ไม่ควรฝืนใช้ Sweep เพียงเพราะต้องการเคลื่อนปิ๊กไปในทิศทางเดียว
รูปแบบนี้อาจเหมาะกับวิธีอื่นมากกว่า สิ่งสำคัญคือควบคุม Timing และเสียงรบกวนจากสายที่ไม่ได้เล่นให้ได้
วิธีทำ Picking Map ก่อนเริ่มซ้อม
ก่อนเริ่มซ้อม ควรดูจำนวนโน้ตต่อสาย จุดเปลี่ยนสาย และทิศทางของปิ๊กให้ชัด แล้วจึงเลือกวิธีดีดที่เหมาะกับ Phrase
แทนที่จะเลือกเทคนิคจากความเคยชิน ลองวางแผนเส้นทางของปิ๊กก่อนเริ่มซ้อม
- เลือก Phrase สั้น ๆ ที่ต้องการฝึก
- ดูว่า Phrase ใช้สายใดบ้าง และเล่นเรียงผ่านสายเหล่านั้นอย่างไร
- นับจำนวนโน้ตในแต่ละสาย
- กำหนด Strict Alternate Picking ก่อน เพื่อใช้เป็นรูปแบบอ้างอิง
- ทำเครื่องหมายทุกจุดที่ต้องเปลี่ยนสาย
- ดูว่า Stroke ตัวสุดท้ายก่อนเปลี่ยนสายเป็น D หรือ U
- เช็คว่าปลายปิ๊กอยู่ด้านใด และสายถัดไปอยู่ในทิศทางไหน
- ถ้า Stroke เดิมสามารถเคลื่อนไปยังสายถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลองใช้ Economy
- ถ้ามีช่วงหนึ่งโน้ตต่อสายต่อเนื่องหลายสาย ลองใช้ Sweep
- เล่นแต่ละแบบช้า ๆ เพื่อฟัง Timing ให้ชัด
- ฟัง Accent และความชัดในการแยกโน้ต
- เลือก Picking Pattern จากเสียงและความเหมาะสมกับ Phrase ไม่ใช่จากความเร็วเพียงอย่างเดียว
สามารถใช้ Metronome ช่วยตรวจความสม่ำเสมอของ Timing ได้ แต่ในขั้นนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่ม BPM เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่าปิ๊กกำลังเคลื่อนไปทางไหน และสามารถควบคุมแต่ละจุดเปลี่ยนสายได้หรือไม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ Sweep และ Economy Picking
ข้อผิดพลาดแรกคือการคิดว่า Sweep Picking เป็นเพียงการ Strum ให้เร็วขึ้น ทำให้หลายสายดังรวมกันและ Timing ของโน้ตไม่สม่ำเสมอ
อีกข้อคือการคิดว่า Economy Picking กับ Sweep Picking เป็นเทคนิคเดียวกัน ทั้งที่ Economy สามารถใช้ Alternate Picking เป็นหลัก แล้วเปลี่ยนมาใช้ Stroke ทิศเดิมเพียงบางจุดตอนข้ามสาย
การจำว่า Arpeggio ต้องใช้ Sweep หรือ Scale ต้องใช้ Economy ก็เป็นอีกความเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่ควรพิจารณาจริง ๆ คือจำนวนโน้ตต่อสายและตำแหน่งของโน้ตบนคอกีต้าร์
บางคนพยายามใช้ Economy ทุกครั้งที่เปลี่ยนสาย ทั้งที่ Phrase บางแบบต้องการ Accent และความรู้สึกจาก Strict Alternate Picking มากกว่า
ปัญหาอีกแบบคือการเคลื่อนไหวแบบ Sweep ดูลื่น แต่โน้ตภายใน Phrase กลับไม่ลงตรงจังหวะอย่างสม่ำเสมอ
Economy ก็เกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน หาก Stroke ทิศเดิมตรงจุดเปลี่ยนสายเกิดเร็วหรือช้ากว่าส่วนที่เล่นแบบ Alternate Picking
จุดกลับทิศเป็นอีกตำแหน่งที่ควรเช็ค เพราะ Pattern ที่เล่นได้ลื่นในขาไปอาจสะดุดทันทีเมื่อเริ่มเล่นย้อนกลับ
สุดท้าย อย่าคัดลอกเพียงลำดับ D/U ของมือกีต้าร์คนอื่นโดยไม่ดูว่าเขาวางโน้ตอยู่บนสายใด เพราะลำดับ Stroke เดียวกันอาจทำให้เส้นทางของปิ๊กแตกต่างกันอย่างมาก หากตำแหน่งของโน้ตบนคอกีต้าร์ไม่เหมือนกัน
เลือก Sweep Picking กับ Economy Picking ให้เหมาะกับรูปแบบโน้ตและเสียงที่ต้องการ
สองเทคนิคนี้ไม่มีแบบใดเป็นคำตอบตายตัวสำหรับ Arpeggio หรือ Phrase ทุกประเภท
ให้เริ่มจาก Phrase ก่อน ดูว่าใช้สายใดบ้าง แต่ละสายมีโน้ตกี่ตัว แล้วกำหนด D/U เพื่อดูว่าเมื่อถึงแต่ละจุดเปลี่ยนสาย ปลายปิ๊กจะต้องเคลื่อนไปทางใด
จากนั้นลองเปรียบเทียบวิธีเดินปิ๊กหลายแบบ แล้วฟังผลที่เกิดขึ้นจริงในเรื่อง Timing, Accent และ Articulation
Phrase ที่มีหนึ่งโน้ตต่อสายเรียงกันหลายสายอาจเหมาะกับการ Sweep เพราะปิ๊กสามารถเคลื่อนไปในทิศทางเดียวได้อย่างต่อเนื่อง
Phrase ที่มีหลายโน้ตต่อสายอาจมีบางจุดที่ Economy ช่วยให้ปิ๊กเคลื่อนไปยังสายถัดไปได้ตรงทางขึ้น โดยไม่ต้องวกกลับโดยไม่จำเป็น
ขณะเดียวกัน บาง Phrase ก็ยังเหมาะกับ Strict Alternate Picking เพราะต้องการ Attack และ Accent จากการสลับ Stroke อย่างชัดเจน
กระบวนการคิดสามารถสรุปได้ดังนี้
Phrase
→ ดูว่าใช้สายใดบ้าง
→ นับจำนวนโน้ตต่อสาย
→ กำหนด D / U
→ หาจุดเปลี่ยนสาย
→ เปรียบเทียบเส้นทางของปิ๊ก
→ ฟัง Timing
→ ฟัง Articulation
→ เลือกเทคนิค
เมื่อมองการดีดปิ๊กด้วยวิธีนี้ การเลือก Sweep, Economy หรือ Alternate Picking จะไม่ใช่เรื่องของการเลือกเทคนิคที่เร็วที่สุด แต่เป็นการเลือกวิธีเดินปิ๊กที่เหมาะกับตำแหน่งของโน้ตและคาแรคเตอร์ของ Phrase มากที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น