Volume Pedal vs Expression Pedal ต่างกันอย่างไร ต่อใช้งานแบบไหน และควรเลือกอะไร

Volume Pedal vs Expression Pedal เปรียบเทียบการต่อกีต้าร์ เอฟเฟคกีต้าร์ และ Multi-Effects ในระบบใช้งานจริง

     Volume Pedal และ Expression Pedal มีรูปร่างคล้ายกัน ต่างก็ใช้เท้าเหยียบเพื่อควบคุมการทำงาน และบางรุ่นยังใช้หัวแจ็คที่ดูคล้ายกันอีกด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาเสียบแทนกันได้ในทุกระบบ เพราะจุดสำคัญของ Volume Pedal vs Expression Pedal คือ Pedal สองประเภทนี้อาจกำลังควบคุม “คนละสิ่ง” กันตั้งแต่ต้น


     โดยหลักแล้ว Volume Pedal ใช้ควบคุมระดับ Audio Signal หรือระดับสัญญาณเสียงที่ผ่านตัว Pedal ส่วน Expression Pedal ใช้ส่งค่าควบคุมไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ เพื่อเปลี่ยน Parameter หรือค่าการทำงานที่กำหนดไว้ เช่น Volume, Delay Mix, Wah หรือ Pitch ดังนั้นก่อนซื้อควรถามตัวเองให้ชัดว่า ต้องการควบคุม “ระดับสัญญาณเสียงโดยตรง” หรือ “ค่าการทำงานของอุปกรณ์อีกตัว”


Volume Pedal vs Expression Pedal ต่างกันที่ Audio Signal กับ Control Signal อย่างไร

     วิธีแยก Pedal สองประเภทนี้ให้ง่ายที่สุด คืออย่าเพิ่งตัดสินจากรูปร่าง แต่ให้พิจารณาก่อนว่า Pedal ตัวนั้นกำลังทำงานกับ “สัญญาณเสียง” หรือ “สัญญาณควบคุม”


     Volume Pedal โดยทั่วไปจะอยู่ใน Audio Path หรือเส้นทางที่สัญญาณเสียงไหลผ่าน ตัวอย่างเช่น


     กีต้าร์ → Volume Pedal → เอฟเฟคกีต้าร์ → แอมป์


     สัญญาณจากกีต้าร์หรืออุปกรณ์ที่ต่ออยู่ก่อนหน้าจะเข้าสู่ Volume Pedal จากนั้นตำแหน่งของแป้นเหยียบ ตั้งแต่ตำแหน่งส้นเท้า (Heel) ไปจนถึงตำแหน่งปลายเท้า (Toe) จะเป็นตัวกำหนดระดับของสัญญาณที่ส่งต่อไปยังอุปกรณ์ถัดไป


     Expression Pedal ทำงานต่างออกไป เพราะโดยทั่วไปไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของสัญญาณเสียงโดยตรง แต่ใช้ส่งค่าตำแหน่งของแป้นเหยียบไปยังอุปกรณ์อีกตัว เพื่อให้อุปกรณ์นั้นนำค่าที่ได้รับไปควบคุม Parameter ตามที่กำหนดไว้


     ตัวอย่างเช่น

     กีต้าร์ → Multi-Effects → แอมป์


     ส่วนเส้นทางของสัญญาณควบคุมจะแยกออกมาเป็น

     Expression Pedal → EXP Input ของ Multi-Effects


     จุดสำคัญคือ สัญญาณเสียงจากกีต้าร์ไม่จำเป็นต้องไหลผ่าน Expression Pedal แบบเดียวกับ Volume Pedal ตัว Expression Pedal มีหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของแป้นเหยียบ จากนั้นอุปกรณ์ปลายทางจึงนำข้อมูลนั้นไปเปลี่ยน Parameter ตามที่ผู้ใช้กำหนดไว้


     เพราะฉะนั้น เวลาพิจารณา Pedal สองประเภทนี้ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “หน้าตาคล้ายกันหรือไม่” แต่ควรถามว่า Pedal ตัวนั้นกำลังทำงานอยู่ใน Audio Path หรือ Control Path

Volume Pedal vs Expression Pedal เปรียบเทียบเส้นทางการต่อกีต้าร์ Multi-Effects แอมป์ และแป้นควบคุมสองระบบ

     ถ้าต้องการเข้าใจภาพรวมของเส้นทางสัญญาณให้ชัดขึ้น สามารถอ่านเรื่อง Signal Chain ฝึกดนตรีที่บ้าน เพิ่มเติม เพื่อดูว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นอยู่ตรงส่วนใดของระบบ และมีผลต่อสัญญาณที่ส่งต่อกันอย่างไร


Volume Pedal vs Expression Pedal ต่างกันอย่างไรเมื่อใช้ควบคุม Volume

     ประเด็นนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนสับสน เพราะ Expression Pedal สามารถใช้ควบคุม Volume ได้จริง หากอุปกรณ์ปลายทางรองรับ


     สมมติว่า Multi-Effects มี Parameter ชื่อ Volume และสามารถกำหนดให้ Expression Pedal ควบคุมค่านี้ได้ เมื่อเราเหยียบแป้นจากตำแหน่ง Heel ไปยัง Toe ตัว Pedal จะส่งค่าควบคุมไปยัง Multi-Effects เพื่อให้อุปกรณ์เพิ่มหรือลดค่า Volume ภายในระบบ


     เสียงที่ได้ยินอาจให้ความรู้สึกคล้ายกับการใช้ Pedal ควบคุมความดังโดยตรง แต่หลักการทำงานภายในแตกต่างกัน


     Expression Pedal → ส่งค่าควบคุมให้อุปกรณ์ปลายทางเปลี่ยนค่า Volume


     Volume Pedal → ปรับระดับสัญญาณเสียงที่ไหลผ่านตัว Pedal โดยตรงตามการออกแบบของอุปกรณ์


     ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่า Expression Pedal “ควบคุมความดังไม่ได้” เพราะสามารถทำได้ หากอุปกรณ์ปลายทางรองรับและเปิดให้กำหนด Expression Pedal เป็นตัวควบคุมค่า Volume


     ความแตกต่างนี้สำคัญมากเมื่อใช้กับ Multi-Effects หรือระบบที่มี Preset เพราะ Expression Pedal ตัวเดียวอาจทำหน้าที่ต่างกันในแต่ละ Patch ได้ เช่น Patch หนึ่งใช้ควบคุม Volume แต่อีก Patch หนึ่งใช้ควบคุม Delay Mix โดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งของ Pedal ในเส้นทางสัญญาณเสียง


     ถ้ากำลังเลือกระหว่างระบบที่รวมเอฟเฟคหลายอย่างไว้ในเครื่องเดียวกับการใช้ Pedal แยกหลายตัว สามารถอ่านเรื่อง Multi-Effects กับแยกก้อน เพิ่มเติม เพื่อเข้าใจว่ารูปแบบของระบบมีผลต่อการควบคุมและการจัดอุปกรณ์อย่างไร


Volume Pedal ควรวางตรงไหนใน Signal Chain และแต่ละตำแหน่งให้ผลต่างกันอย่างไร

     การใช้ Volume Pedal ไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ต้องต่ออย่างไร” แต่ยังต้องพิจารณาด้วยว่า เราต้องการลดระดับสัญญาณตรงส่วนใดของระบบ เพราะการวาง Pedal คนละตำแหน่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกัน


วาง Volume Pedal ก่อน Gain หรือ Drive

     ตัวอย่าง

     กีต้าร์ → Volume Pedal → Overdrive / Distortion → แอมป์


     เมื่อ Volume Pedal อยู่ก่อนวงจรที่สร้าง Gain การลดระดับที่ Volume Pedal ย่อมทำให้ระดับสัญญาณที่ส่งเข้า Overdrive หรือ Distortion ลดลงตามไปด้วย


     ผลที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่เพียงความดังที่ลดลง แต่ระดับความแตกและลักษณะการตอบสนองของวงจร Drive ก็อาจเปลี่ยนตามระดับสัญญาณที่ป้อนเข้าไปด้วย


     ในบางระบบ เมื่อเปิด Volume Pedal เต็ม เสียงอาจมีความแตกหรือความอิ่มมากกว่า แต่เมื่อถอย Pedal ลง เสียงอาจเบาลงและสะอาดขึ้นพร้อมกัน


     อย่างไรก็ตาม ไม่ควรยึดเป็นกฎตายตัวว่า Volume Pedal ที่วางก่อน Drive จะให้ผลเหมือนกันทุกระบบ เพราะชนิดของปิ๊กอัพ วงจรของ Pedal, Buffer และอุปกรณ์ที่ต่ออยู่ถัดไป ล้วนมีผลต่อลักษณะการตอบสนองของเสียง


วาง Volume Pedal หลัง Gain หรือ Drive

     ตัวอย่าง

     กีต้าร์ → Overdrive / Distortion → Volume Pedal → Delay / Reverb / แอมป์


     ตำแหน่งนี้เหมาะกับกรณีที่ต้องการรักษาลักษณะของเสียงแตกที่สร้างจาก Drive ไว้ก่อน แล้วจึงค่อยควบคุมระดับเสียงหลังจากนั้น


     กล่าวให้ง่ายขึ้นคือ Overdrive หรือ Distortion ยังคงได้รับสัญญาณจากต้นทางในระดับเดิม ส่วน Volume Pedal ทำหน้าที่เพิ่มหรือลดระดับสัญญาณหลังจากเสียงแตกถูกสร้างขึ้นแล้ว

ชุดเอฟเฟคกีต้าร์สองฝั่งเปรียบเทียบการวางแป้นเหยียบก่อนและหลัง Overdrive ใน Signal Chain

วาง Volume Pedal ก่อนหรือหลัง Delay และ Reverb

     ถ้าวาง Volume Pedal ก่อน Delay หรือ Reverb

     กีต้าร์ → Volume Pedal → Delay / Reverb → แอมป์


     เมื่อเราลดระดับสัญญาณก่อนเข้า Delay หรือ Reverb เสียงสะท้อนหรือหางเสียงที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านั้นอาจยังค่อย ๆ จางต่อไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเส้นทางสัญญาณและการออกแบบของอุปกรณ์ที่ใช้


     ตำแหน่งแบบนี้สามารถนำไปใช้ทำ Volume Swell ได้ เช่น ดีดโน้ตก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับเสียงด้วย Volume Pedal เพื่อทำให้ช่วงเริ่มต้นของเสียงหรือ Attack เด่นน้อยลง จากนั้นปล่อยให้ Delay หรือ Reverb ช่วยต่อหางเสียงให้ฟังนุ่มและต่อเนื่องขึ้น


     แต่ถ้า Volume Pedal อยู่หลัง Delay หรือ Reverb

     กีต้าร์ → Delay / Reverb → Volume Pedal → แอมป์


     การลด Volume ในตำแหน่งนี้อาจทำให้ทั้งเสียงกีต้าร์โดยตรงและเสียงเอฟเฟคจาก Delay หรือ Reverb เบาลงพร้อมกัน


     ดังนั้นประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าตำแหน่งใด “ดีที่สุด” แต่คือเราต้องรู้ว่า Volume Pedal กำลังลดระดับสัญญาณก่อนหรือหลังอุปกรณ์ส่วนใด


Active กับ Passive Volume Pedal ต้องเลือกให้เหมาะกับระบบ ไม่ใช่ตัดสินว่าแบบไหนดีกว่า

     Volume Pedal มีทั้งแบบ Passive และ Active ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อ แต่ไม่ควรตัดสินจากคำว่า Active หรือ Passive เพียงอย่างเดียว


     Passive Volume Pedal ไม่มีวงจร Active ภายในแบบเดียวกับ Pedal ประเภท Active ดังนั้นเวลาเลือกใช้งานจึงควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งสัญญาณ อุปกรณ์ที่ต่ออยู่ก่อนหน้า อุปกรณ์ถัดไป และค่า Impedance ตามที่ผู้ผลิตระบุ


     ตัวอย่างเช่น สัญญาณจากกีต้าร์ที่ใช้ปิ๊กอัพ Passive กับสัญญาณที่ผ่าน Buffer หรืออุปกรณ์ Active มาก่อน อาจมีเงื่อนไขในการเลือก Volume Pedal แตกต่างกัน


     ส่วน Active Volume Pedal มีวงจร Active ภายใน และแต่ละรุ่นอาจออกแบบระบบ Buffer หรือวิธีจัดการค่า Impedance แตกต่างกัน


     จึงไม่ควรสรุปว่า Active ดีกว่า Passive เสมอ หรือ Passive เหมาะกับกีต้าร์ทุกระบบ


     ก่อนซื้อควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า

  • อุปกรณ์ต้นทางคืออะไร
  • Volume Pedal จะวางตรงไหนใน Signal Chain
  • ข้อมูล Input และ Output ของ Pedal ระบุไว้อย่างไร
  • ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้กับสัญญาณประเภทใด
  • Pedal ต้องใช้ไฟเลี้ยงหรือไม่


     การเลือกโดยพิจารณาจากระบบที่ใช้งานจริงจึงเหมาะกว่าการตัดสินจากชื่อประเภทเพียงอย่างเดียว


Expression Pedal ต้องตรวจสอบ Compatibility อะไรก่อนซื้อ

     Expression Pedal เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ควรคิดว่า “หัวแจ็คเสียบได้ก็น่าจะใช้ได้” เพราะอุปกรณ์ต่างยี่ห้อหรือต่างระบบอาจกำหนด Connector, Wiring, Polarity หรือค่า Potentiometer ไม่เหมือนกัน


     Expression Pedal หลายรุ่นใช้การเชื่อมต่อแบบ TRS แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบที่ใช้ TRS ทุกระบบจะต่อวงจรหรือกำหนดขั้วเหมือนกัน


     ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ BOSS EV-30 Dual Expression Pedal ซึ่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามี Expression Output แบบ TRS และมี Polarity Switch สำหรับช่วยให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับ Expression Control ได้หลากหลายขึ้น


     ก่อนซื้อควรตรวจสอบอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้

  • อุปกรณ์ปลายทางมีช่อง EXP, Expression หรือ Control Input หรือไม่
  • คู่มือระบุว่ารองรับ Expression Pedal แบบใด
  • ต้องใช้ Connector แบบ TS, TRS หรือแบบอื่น
  • รูปแบบการต่อสายและ Polarity ตรงกันหรือไม่
  • ผู้ผลิตกำหนดค่า Resistance หรือค่า Potentiometer ไว้หรือไม่
  • ต้องทำ Calibration หลังเชื่อมต่อหรือไม่
  • สามารถกำหนดให้ Pedal ควบคุม Parameter ใดได้บ้าง
  • ช่อง Control เดียวกันใช้ร่วมกับ Footswitch หรือฟังก์ชันอื่นหรือไม่

หัวแจ็ค TRS และ TS วางข้างแป้นควบคุมและ Multi-Effects สำหรับเช็คความเข้ากันได้ของการเชื่อมต่อ

     หลักสำคัญคือ ตรวจสอบคู่มือของอุปกรณ์ปลายทางก่อนซื้อ Expression Pedal เพราะอุปกรณ์ปลายทางเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับสัญญาณควบคุมแบบใด และรองรับ Pedal ลักษณะใด


TS กับ TRS ดูจากหัวแจ็คอย่างเดียวไม่ได้

     TS หรือ Tip-Sleeve และ TRS หรือ Tip-Ring-Sleeve ใช้บอกจำนวนส่วนสัมผัสของหัวแจ็ค แต่ไม่ได้บอกว่าช่องต่อนั้นทำหน้าที่อะไร


     Volume Pedal อาจมีช่อง Audio Input/Output สำหรับรับและส่งสัญญาณเสียง ขณะที่ Expression Pedal จำนวนมากใช้ TRS สำหรับส่งค่าควบคุม แต่รูปแบบการต่อสายและ Compatibility อาจแตกต่างกันในแต่ละระบบ


     “เห็นหัวแจ็คเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าวงจรจะทำงานเหมือนกัน”


     อย่านำ Volume Pedal ไปเสียบ EXP Input หรือเอา Expression Pedal ไปต่อใน Audio Path เพียงเพราะหัวแจ็คมีขนาดเท่ากัน หากยังไม่ได้ตรวจสอบคู่มือของอุปกรณ์ก่อน


Expression Pedal ควบคุม Parameter อะไรได้บ้าง

     จุดเด่นของ Expression Pedal คือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการควบคุม Volume เพราะสิ่งที่ควบคุมได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ปลายทางและ Parameter ที่ระบบอนุญาตให้กำหนด


     เมื่ออุปกรณ์รองรับ Expression Control เราอาจใช้ Pedal ควบคุมค่าต่าง ๆ ได้ เช่น

  • Volume
  • ตำแหน่ง Wah หรือ Filter
  • Delay Mix
  • Delay Feedback
  • Delay Time
  • Reverb Mix หรือ Level
  • Pitch
  • Modulation Depth
  • Parameter อื่นของเอฟเฟคที่อุปกรณ์รองรับ


     ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ง่ายคือการกำหนดให้ Pedal ควบคุม Delay Mix

     Heel → Delay Mix ต่ำ

     Toe → Delay Mix สูง


     ผู้เล่นจึงสามารถเพิ่มหรือลดปริมาณ Delay ระหว่างเล่นได้ด้วยเท้า โดยไม่ต้องก้มลงไปหมุน Knob

รองเท้าเหยียบแป้นควบคุมที่ต่อกับ Multi-Effects ในชุดกีต้าร์สำหรับปรับค่าระหว่างเล่น

     อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์รองรับการกำหนดให้ Expression Pedal ควบคุม Delay Mix


     อีกตัวอย่างคือการควบคุม Delay Time หากอุปกรณ์รองรับการเปลี่ยนค่าแบบ Real-time เราสามารถกำหนดค่าที่ตำแหน่ง Heel และ Toe เพื่อเปลี่ยนเวลาหน่วงระหว่างเล่นได้ แต่ลักษณะเสียงที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันตามอัลกอริทึมและการออกแบบของเอฟเฟคแต่ละรุ่น


     การควบคุม Wah หรือ Filter ก็ใช้หลักเดียวกัน Expression Pedal สามารถเปลี่ยนตำแหน่งของ Filter ในระบบที่รองรับได้ แต่ตัว Pedal เองไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่สร้างเสียง Wah


     จุดที่ควรแยกให้ชัดคือ Expression Pedal ทำหน้าที่ ควบคุมค่าของเอฟเฟค ไม่ได้หมายความว่าตัว Pedal เป็นผู้สร้างเอฟเฟคนั้นขึ้นมาเอง


Volume Pedal vs Expression Pedal ใช้แทนกันได้ไหม

     คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของ Pedal และอุปกรณ์ปลายทาง


     โดยทั่วไป Volume Pedal ถูกออกแบบให้ทำงานอยู่ในเส้นทางของสัญญาณเสียง ส่วน Expression Pedal ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับช่อง Expression หรือ Control ของอุปกรณ์ที่รองรับ


     อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกำหนดเป็นกฎตายตัวว่า Volume Pedal ทุกตัวใช้เป็น Expression ไม่ได้ หรือ Expression Pedal ทุกผลิตภัณฑ์จะไม่เกี่ยวข้องกับ Audio Path เลย เพราะอุปกรณ์บางรุ่นได้รับการออกแบบให้ทำได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่


     ตัวอย่างจากอุปกรณ์จริงคือ BOSS FV-500H/FV-500L ซึ่งเป็น Volume Pedal ที่ผู้ผลิตติดตั้ง Expression Output มาให้ด้วย จึงสามารถนำส่วน Expression ไปใช้กับแอมป์ เอฟเฟค หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับ Expression Control ได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด


     อุปกรณ์บางรุ่นอาจรองรับรูปแบบการทำงาน เช่น

  • Volume Mode
  • Expression Mode
  • Dual Function
  • Assignable Pedal


     ถ้าต้องการให้ Pedal ตัวเดียวทำหลายหน้าที่ ต้องตรวจสอบคู่มือของรุ่นนั้นโดยตรงว่า แต่ละโหมดใช้ช่องใด ต้องต่ออย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกและต่อ Pedal สองประเภทนี้

     ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจาก Pedal ชำรุด แต่เกิดจากการเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์ผิดตั้งแต่ก่อนนำไปต่อใช้งาน


ซื้อ Expression Pedal เพราะคิดว่าเหมือน Volume Pedal

     แม้รูปร่างและลักษณะการเหยียบจะคล้ายกัน แต่ Expression Pedal ที่ออกแบบมาเป็นอุปกรณ์ควบคุม ไม่ได้หมายความว่าจะมี Audio Input/Output สำหรับให้สัญญาณกีต้าร์ไหลผ่าน


     ก่อนซื้อจึงควรดูช่องต่อและคู่มือของอุปกรณ์ มากกว่าตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว


เอา Volume Pedal ไปเสียบ EXP Input เพราะแจ็คขนาดเท่ากัน

     หัวแจ็คที่มีขนาดเท่ากันไม่ได้รับประกันว่า วงจรภายในและหน้าที่ของช่องต่อจะเหมือนกัน


     ควรดูคำกำกับช่องต่อ เช่น INPUT, OUTPUT, EXP, EXPRESSION หรือ CONTROL และตรวจสอบคู่มือก่อนเสียบใช้งาน


คิดว่า Expression Pedal ใช้กับ Multi-Effects ทุกตัวได้

     Multi-Effects แต่ละรุ่นรองรับระบบควบคุมไม่เหมือนกัน บางรุ่นมี Expression Pedal ในตัว บางรุ่นรองรับ Expression Pedal ภายนอก และบางรุ่นอาจกำหนดชนิดของ Pedal วิธีเชื่อมต่อ หรือขั้นตอน Calibration ไว้โดยเฉพาะ


     จึงควรตรวจสอบ Compatibility ของ Multi-Effects รุ่นที่จะใช้งานจริง ไม่ควรซื้อเพียงเพราะเห็นข้อความว่า “Expression Pedal สำหรับ Multi-Effects”


ต่อ Expression Pedal ได้แล้วแต่ไม่ได้ทำ Calibration

     บางระบบต้องกำหนดช่วงการทำงานระหว่าง Heel และ Toe หรือทำ Calibration เพื่อให้อุปกรณ์อ่านตำแหน่งของ Pedal ได้ครบตลอดช่วงการเหยียบ


     หากอุปกรณ์กำหนดให้ทำ Calibration แต่ยังไม่ได้ทำ อาจพบว่า Parameter เพิ่มขึ้นไม่สุด ลดลงไม่สุด หรือเปลี่ยนค่าไม่สัมพันธ์กับตำแหน่งของแป้นเหยียบตามที่ต้องการ


วาง Volume Pedal โดยไม่พิจารณาว่าต้องการลดระดับเสียงตรงส่วนใด

     ถ้าต้องการลดสัญญาณก่อนเข้า Gain แต่กลับวาง Volume Pedal หลัง Drive ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างจากที่ตั้งใจ


     ก่อนต่อให้ถามตัวเองว่า

     “เมื่อผมกดแป้นลงไปทางตำแหน่ง Heel ผมต้องการให้เสียงจากส่วนใดของ Signal Chain เบาลง?”


     คำถามนี้ช่วยให้เลือกตำแหน่งของ Volume Pedal ได้ตรงกับผลลัพธ์ที่ต้องการ มากกว่าการจำลำดับ Pedal แบบตายตัว


รายการตรวจสอบก่อนซื้อ Volume Pedal หรือ Expression Pedal

     ก่อนเลือกอุปกรณ์ ให้เริ่มจากคำถามสำคัญที่สุด


     คุณต้องการควบคุมอะไร

     ถ้าคำตอบคือระดับ Audio Signal ให้เริ่มพิจารณา Volume Pedal


     ถ้าคำตอบคือ Parameter ของเอฟเฟค Multi-Effects แอมป์ หรืออุปกรณ์อื่น ให้เริ่มจากตรวจสอบว่าอุปกรณ์นั้นรองรับ Expression Control หรือไม่


     จากนั้นตรวจสอบทีละขั้นดังนี้

1. ดูช่องต่อของอุปกรณ์ที่มีอยู่

     ตรวจสอบว่ามีช่องใดบ้าง เช่น Input, Output, EXP, Expression หรือ Control จากนั้นดูว่าแต่ละช่องได้รับการออกแบบมาให้ทำหน้าที่อะไร


2. ถ้าจะซื้อ Expression Pedal

     ควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้

  • Compatibility หรือความเข้ากันได้
  • Connector หรือรูปแบบของช่องต่อ
  • Wiring หรือรูปแบบการต่อสาย
  • Polarity หรือการกำหนดขั้ว
  • Resistance Requirement หากผู้ผลิตกำหนดไว้
  • Calibration
  • Parameter Assignment หรือ Parameter ที่สามารถกำหนดให้ Pedal ควบคุมได้


3. ถ้าจะซื้อ Volume Pedal

     ควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้

  • Active หรือ Passive
  • ข้อมูล Input และ Output
  • อุปกรณ์ต้นทาง
  • ตำแหน่งที่จะวางใน Signal Chain
  • ค่า Impedance ตามข้อมูลของผู้ผลิต


4. พิจารณาอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ร่วมกันจริง

  • กีต้าร์โดยตรง
  • Pedalboard
  • Multi-Effects
  • Delay
  • Reverb
  • แอมป์
  • Keyboard หรืออุปกรณ์อื่น


5. พิจารณาว่าต้องการทำอะไรระหว่างเล่น

     ถ้าต้องการทำ Volume Swell, Mute หรือควบคุมระดับเสียงใน Audio Path ควรเริ่มพิจารณา Volume Pedal


     ถ้าต้องการควบคุม Wah, Delay Mix, Reverb, Pitch หรือปรับ Parameter อย่างต่อเนื่องระหว่างเล่น ควรเริ่มพิจารณา Expression Pedal โดยต้องตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ปลายทางรองรับหรือไม่


     การตรวจสอบตามลำดับนี้ก่อนซื้อช่วยลดปัญหาที่พบบ่อย คือเลือก Pedal ได้ถูกประเภท แต่กลับนำมาใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรือระบบที่มีอยู่ไม่ได้ตามที่ตั้งใจ


Volume Pedal vs Expression Pedal ควรเลือกแบบไหน หรือใช้ทั้งสองแบบ

     เมื่อเปรียบเทียบ Pedal สองประเภทนี้ เกณฑ์ตัดสินที่ชัดที่สุดไม่ใช่จำนวนฟังก์ชัน แต่คือสิ่งที่เราต้องการควบคุม


     ถ้าต้องการควบคุมระดับ Audio Signal โดยตรง ต้องการกำหนดตำแหน่งของ Pedal ใน Signal Chain หรืออยากเลือกว่าจะลดระดับสัญญาณก่อนหรือหลังอุปกรณ์ส่วนใด ควรพิจารณา Volume Pedal


     ถ้ามีอุปกรณ์ที่รองรับ EXP Input และต้องการเปลี่ยน Parameter แบบ Real-time เช่น Volume, Delay Mix, Reverb, Wah, Pitch หรือค่าอื่นที่อุปกรณ์อนุญาตให้กำหนด ควรพิจารณา Expression Pedal


     บางระบบอาจต้องใช้ทั้งสองแบบ เพราะการควบคุมระดับสัญญาณเสียงกับการควบคุมค่าของเอฟเฟคเป็นคนละหน้าที่กัน ขณะที่บางระบบอาจใช้อุปกรณ์เพียงตัวเดียวได้ หากอุปกรณ์นั้นรองรับหลายโหมดและสามารถทำงานร่วมกับระบบที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้อง

Volume Pedal vs Expression Pedal จัดร่วมกับเอฟเฟคกีต้าร์ Multi-Effects กีต้าร์ และแอมป์ในระบบเดียวกัน

     ดังนั้นก่อนพิจารณายี่ห้อ ราคา หรือขนาดของ Pedal ให้กลับมาที่คำถามหลักอีกครั้งว่า

     “เราต้องการควบคุมระดับสัญญาณเสียง หรือควบคุม Parameter ของอุปกรณ์?”


     เมื่อแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันได้ การเลือก Volume Pedal หรือ Expression Pedal จะง่ายขึ้นมาก และช่วยลดโอกาสซื้ออุปกรณ์มาแล้วพบภายหลังว่า แม้หัวแจ็คจะเสียบเข้ากันได้ แต่ระบบไม่ได้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันในหน้าที่ที่เราต้องการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น