คนที่เพิ่งเริ่มเล่นกีต้าร์หลายคน เมื่อค้นหา วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ มักพบ TAB แบบตัวอักษรที่เรียงเป็นเส้นยาว ๆ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจพออ่านตามได้ แต่เมื่อเปิดหนังสือ แบบฝึก หรือเอกสารสอนกีต้าร์จริง กลับพบรูปแบบที่ต่างออกไป คือมีโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นอยู่ด้านบน และมี TAB 6 เส้นอยู่ด้านล่าง พร้อมหมายเลขห้อง ชื่อคอร์ด และสัญลักษณ์ต่าง ๆ จนไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูจากส่วนใดก่อน
บทความนี้จะอธิบายจาก TAB รูปแบบที่พบในเอกสารสอนกีต้าร์จริง โดยมี Staff หรือบรรทัด 5 เส้นอยู่ด้านบน และ TAB อยู่ด้านล่าง เหมือนตัวอย่างภาพหลักด้านบน จากนั้นจะแยกอธิบายทีละส่วน ตั้งแต่สายกีต้าร์ หมายเลขเฟรต ลำดับการเล่น ตัวเลขที่ต้องเล่นพร้อมกัน ไปจนถึงห้องเพลงและสัญลักษณ์พื้นฐาน แม้ยังอ่านโน้ตบนบรรทัด 5 เส้นไม่คล่อง ก็สามารถเริ่มอ่าน TAB ได้ก่อน เป้าหมายแรกคือ เมื่อเห็น TAB แล้วสามารถบอกได้ว่า “ต้องเล่นสายใด กดเฟรตใด และเล่นตัวใดก่อนหรือหลัง”
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จากภาพโน้ตและ TAB ใต้บรรทัด 5 เส้น
เมื่อเปิดเอกสาร Guitar TAB ที่มีทั้ง Staff และ TAB อยู่ในหน้าเดียวกัน ควรแยกข้อมูลออกเป็นสองส่วนก่อน เพื่อให้มองภาพรวมได้ง่ายและไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจทุกอย่างพร้อมกัน
ด้านบนคือ Staff หรือบรรทัด 5 เส้น ใช้บอกระดับเสียง จังหวะ ความยาวของโน้ต และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่น
ด้านล่างคือ TAB 6 เส้น ใช้บอกตำแหน่งบนกีต้าร์โดยตรงว่า ต้องเล่นสายใดและกดเฟรตใด
โน้ตด้านบนกับตัวเลขด้านล่างไม่ได้เป็นเพลงคนละชุด แต่กำลังบอกเสียงเดียวกันด้วยวิธีที่ต่างกัน Staff ช่วยให้เห็นระดับเสียงและจังหวะ ส่วน TAB ช่วยให้รู้ว่าจะต้องเล่นเสียงนั้นตรงตำแหน่งใดบนคอกีต้าร์ เมื่อดูภาพประกอบจึงควรสังเกตตำแหน่งในแนวตั้งของโน้ตกับตัวเลขควบคู่กันไป
สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งสองส่วนพร้อมกันตั้งแต่ครั้งแรก ให้เริ่มจาก TAB ด้านล่างก่อน เมื่ออ่านตำแหน่งสายและเฟรตได้คล่องขึ้นแล้ว จึงค่อยสังเกตโน้ตบน Staff เพิ่มทีละน้อย วิธีนี้ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นและลดสิ่งที่ต้องคิดพร้อมกัน
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จากเส้น 6 เส้นและตำแหน่งสาย
สิ่งแรกที่ควรจำให้แม่นคือ เส้นทั้ง 6 ของ TAB แทนสายกีต้าร์ทั้ง 6 สาย แต่ตำแหน่งของเส้นบนกระดาษอาจตรงข้ามกับภาพที่หลายคนคุ้นเคยเมื่อมองกีต้าร์ที่ถืออยู่
เมื่อมอง TAB ในแนวนอน จะเรียงตำแหน่งสายดังนี้
- สาย 1 = เส้นบนสุด
- สาย 2 = เส้นที่สองจากด้านบน
- สาย 3 = เส้นที่สามจากด้านบน
- สาย 4 = เส้นที่สี่จากด้านบน
- สาย 5 = เส้นที่ห้าจากด้านบน
- สาย 6 = เส้นล่างสุด
จุดนี้เป็นเรื่องที่มือใหม่สับสนกันบ่อย เพราะเมื่อถือกีต้าร์แล้วมองลงไป สาย 6 ซึ่งเป็นสายเส้นใหญ่จะอยู่ด้านบนของตัวกีต้าร์ แต่เมื่อเขียนเป็น TAB สาย 6 จะอยู่ที่เส้นล่างสุด
จึงควรจำหลักง่าย ๆ ว่า เส้นบนสุดคือสาย 1 และเส้นล่างสุดคือสาย 6 เมื่อจำจุดนี้ได้ การอ่านตัวเลขที่วางอยู่บนแต่ละสายจะง่ายขึ้นมาก
ถ้าตั้งสายแบบมาตรฐาน สาย 1 ถึงสาย 6 จะเป็น E, B, G, D, A, E ตามลำดับ แต่ในช่วงแรกยังไม่จำเป็นต้องคิดชื่อโน้ตทุกตัวพร้อมกัน ขอเพียงมอง TAB แล้วบอกให้ได้ก่อนว่า ตัวเลขนั้นอยู่บนสายใด
แบบฝึกอ่านตำแหน่งสายจาก TAB
เปิดภาพ TAB สั้น ๆ แล้วเลือกตัวเลขขึ้นมาหนึ่งตัว จากนั้นยังไม่ต้องหยิบกีต้าร์ ให้ลองตอบออกเสียงก่อนว่า “เลขนี้อยู่บนสายอะไร”
ถ้าตัวเลขอยู่บนเส้นบนสุด ให้ตอบว่าสาย 1 แต่ถ้าอยู่บนเส้นล่างสุด ให้ตอบว่าสาย 6
ลองสุ่มดูตำแหน่งจากทั้ง 6 สายหลาย ๆ ครั้ง จนสามารถมองแล้วตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องนับเส้นทีละเส้น แบบฝึกนี้จะช่วยลดความสับสนได้มากเมื่อเริ่มอ่าน TAB ที่มีตัวเลขหลายตัวอยู่ในห้องเดียวกัน
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จากตัวเลขเฟรต ไม่ใช่หมายเลขนิ้ว
เมื่อรู้แล้วว่าเส้นแต่ละเส้นแทนสายใด ขั้นต่อมาคือดูตัวเลขที่เขียนอยู่บนเส้นเหล่านั้น
ตัวเลขบน TAB ใช้บอก หมายเลขเฟรตที่ต้องกดบนสายนั้น
- 0 = เล่นสายเปล่า
- 1 = กดเฟรต 1
- 2 = กดเฟรต 2
- 3 = กดเฟรต 3
- 5 = กดเฟรต 5
- 7 = กดเฟรต 7
ตัวอย่างเช่น ถ้าเห็นเลข 3 อยู่บนเส้นของสาย 2 หมายความว่า ให้เล่น สาย 2 เฟรต 3
ถ้าเห็นเลข 0 อยู่บนสาย 4 หมายความว่า ให้ดีดสาย 4 เปล่า โดยไม่ต้องกดเฟรตใด
สิ่งที่มือใหม่ต้องแยกให้ออกคือ ตัวเลขบน TAB ไม่ใช่หมายเลขนิ้ว เช่น เลข 3 ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้นิ้วที่ 3 กดเสมอไป การเลือกใช้นิ้วขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมือ โน้ตก่อนหน้า โน้ตถัดไป และลักษณะการเล่นของท่อนนั้น
แบบฝึกอ่านหมายเลขสายและเฟรตพร้อมกัน
ลองเลือกตัวเลขหลายตำแหน่งจาก TAB แล้วอ่านออกเสียงให้ครบทั้งหมายเลขสายและหมายเลขเฟรต เช่น
- สาย 3 เฟรต 5
- ดีดสาย 1 เปล่า
- สาย 5 เฟรต 3
ในขั้นนี้ยังไม่ต้องสนใจว่าจะเล่นเร็วหรือช้า เป้าหมายคือฝึกให้เห็นตัวเลขแล้วรู้ทันทีว่า ต้องไปเล่นตรงตำแหน่งใดบนกีต้าร์
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ จากซ้ายไปขวาตามลำดับการเล่น
เมื่อแยกสายและเฟรตได้แล้ว ขั้นต่อมาคือดูว่าตัวเลขเหล่านั้นเรียงต่อกันอย่างไร หลักพื้นฐานคือ ตัวเลขที่อยู่ทางซ้ายให้เล่นก่อน และตัวเลขที่อยู่ทางขวาให้เล่นทีหลัง
ถ้าในหนึ่งห้องมีตัวเลขหลายตัวเรียงจากซ้ายไปขวา ก็ให้เล่นตามลำดับนั้นทีละตัว อย่างภาพตัวอย่างด้านล่างจะเห็นตัวเลขเฟรต 9 และ 8 สลับกันจากซ้ายไปขวา โดยโน้ตบน Staff ด้านบนก็เรียงตามเวลาเดียวกัน จึงควรไล่อ่านทั้งสองส่วนไปในทิศทางเดียวกัน
ในช่วงแรกยังไม่จำเป็นต้องรีบสนใจเรื่องเขบ็ต จุดประ หรือจังหวะที่ซับซ้อน ให้ฝึกอ่านลำดับของ TAB ให้ถูกก่อน เพราะมือใหม่จำนวนมากรู้แล้วว่าต้องเล่นสายใดและเฟรตใด แต่เมื่อเห็นตัวเลขหลายตัวอยู่ในห้องเดียวกัน กลับไม่แน่ใจว่าควรเริ่มเล่นจากตัวใด
แบบฝึกอ่าน TAB ตามลำดับการเล่น
เลือก TAB เพียง 1 ห้องที่มีประมาณ 4–6 โน้ต
ก่อนเล่น ให้ใช้นิ้วชี้ไล่ตามตัวเลขจากซ้ายไปขวา แล้วอ่านทีละตำแหน่งตามลำดับ
- ตัวที่ 1 → สายอะไร เฟรตอะไร
- ตัวที่ 2 → สายอะไร เฟรตอะไร
- ตัวที่ 3 → สายอะไร เฟรตอะไร
จากนั้นจึงหยิบกีต้าร์มาเล่นตามลำดับเดิมอย่างช้า ๆ
ถ้าเล่นถูกสายและถูกเฟรต แต่ลำดับสลับกัน แสดงว่าคุณเริ่มอ่านตำแหน่งได้แล้ว แต่ยังต้องฝึกเรื่องลำดับการเล่นเพิ่มเติม
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ เมื่อตัวเลขตรงกันในแนวตั้ง
TAB ไม่ได้มีเฉพาะตัวเลขที่เรียงต่อกันในแนวนอน บางครั้งจะเห็นตัวเลขสองตัว สามตัว หรือหลายตัววางตรงกันในแนวตั้งบนคนละสาย
ถ้าตัวเลขอยู่ตรงกันในแนวตั้ง หมายความว่าโน้ตเหล่านั้นต้องเล่นพร้อมกัน
ในภาพตัวอย่างด้านล่างจะเห็นตัวเลข 6, 8 และ 8 วางตรงกันในแนวตั้งบนคนละสาย และโน้ตบน Staff ก็ซ้อนกันอยู่ในตำแหน่งจังหวะเดียวกัน ลักษณะนี้หมายถึงให้เสียงเหล่านั้นเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่อ่านแยกจากบนลงล่างทีละตัว
หลักนี้ใช้ได้ทั้งกับเสียงคู่ กลุ่มเสียง และคอร์ด แต่ในช่วงเริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ว่ากลุ่มเสียงนั้นเป็นคอร์ดอะไร สิ่งที่ควรอ่านให้ออกก่อนคือ ตัวเลขเรียงในแนวตั้ง = เล่นพร้อมกัน ส่วนตัวเลขเรียงในแนวนอน = เล่นต่อกันตามลำดับ
แบบฝึกแยกการเล่นทีละตัวกับการเล่นพร้อมกัน
ดู TAB หนึ่งห้องที่มีทั้งตัวเลขเรียงจากซ้ายไปขวา และตัวเลขวางตรงกันในแนวตั้ง
ก่อนเล่น ให้ชี้แต่ละตำแหน่งแล้วแยกว่าเป็น “ทีละตัว” หรือ “พร้อมกัน”
ถ้าสามารถแยกสองแบบนี้ได้โดยไม่ต้องหยุดคิดนาน TAB ที่ตอนแรกดูแน่นและซับซ้อนจะเริ่มอ่านง่ายขึ้นมาก
โน้ตด้านบนกับ TAB ด้านล่างสัมพันธ์กันอย่างไร
ข้อดีของเอกสารแบบ Staff + TAB คือ เราสามารถเห็นทั้งข้อมูลทางดนตรีและตำแหน่งที่ต้องเล่นบนกีต้าร์ได้ในเวลาเดียวกัน
Staff ด้านบนช่วยบอกระดับเสียง จังหวะ และความยาวของโน้ต ส่วน TAB ด้านล่างช่วยบอกว่า ต้องเล่นสายใดและกดเฟรตใด
ดังนั้น มือใหม่ดู TAB ก่อนก็ได้ แต่ถ้าเริ่มเชื่อมกับโน้ตด้านบนได้ จะพัฒนาต่อได้ไกลกว่า
เมื่อโน้ตบน Staff และตัวเลขบน TAB อยู่ตรงตำแหน่งเวลาเดียวกัน ข้อมูลทั้งสองส่วนกำลังบอกเสียงเดียวกัน เพียงแต่ด้านบนแสดงด้วยระบบโน้ตดนตรี ส่วนด้านล่างแสดงด้วยหมายเลขสายและเฟรต จึงควรมองทั้งสองส่วนเป็นข้อมูลคู่กัน ไม่ใช่แยกออกเป็นคนละท่อน
ในช่วงแรกยังไม่จำเป็นต้องรีบจำชื่อโน้ตทุกตัว ให้เริ่มจากสังเกตก่อนว่าโน้ตด้านบนตัวใดตรงกับตัวเลขด้านล่างตัวใด เมื่อเริ่มจับคู่ข้อมูลทั้งสองส่วนได้คล่องขึ้น การอ่านบรรทัด 5 เส้นก็จะค่อย ๆ เข้าใจง่ายขึ้นตามไปด้วย
ถ้าต้องการเข้าใจโน้ตบน Staff ให้ละเอียดขึ้น สามารถอ่านต่อเรื่อง วิธีการอ่านโน้ตดนตรีบนบรรทัด 5 เส้น เพื่อฝึกดูตำแหน่งโน้ตและจังหวะก่อนนำมาเชื่อมกับ TAB ได้เป็นระบบมากขึ้น
แบบฝึกเชื่อม Staff กับ TAB
เลือกเพียง 2–4 โน้ตจากภาพ Staff + TAB
ชี้โน้ตด้านบนทีละตัว แล้วลากสายตาลงมาตรงตำแหน่งเดียวกันใน TAB
ยังไม่ต้องตอบชื่อโน้ตก็ได้ ให้ตอบเพียงว่า “โน้ตตัวนี้ TAB ให้เล่นสายอะไร เฟรตอะไร”
ถ้าสามารถจับคู่โน้ตด้านบนกับตำแหน่งด้านล่างได้ถูก แสดงว่าเริ่มเข้าใจแล้วว่า Staff และ TAB กำลังบอกข้อมูลของเพลงเดียวกัน
ชื่อคอร์ดด้านบนช่วยบอกว่าท่อนนั้นใช้คอร์ดอะไร
ใน TAB จากหนังสือหรือเอกสารเพลงจริง บริเวณเหนือ Staff อาจมีชื่อคอร์ด เช่น Ab, Fm, Db หรือ Eb เขียนกำกับไว้ ตัวอย่างภาพในบทความนี้ก็มีคอร์ด Ab กำกับอยู่เหนือบรรทัดโน้ต ทำให้เห็นได้ชัดว่าชื่อคอร์ดเป็นข้อมูลอีกชั้นหนึ่งที่ควรสังเกตควบคู่กับ Staff และ TAB
ชื่อคอร์ดไม่ได้หมายความว่าตัวเลขทุกตัวด้านล่างจะต้องเป็นรูปจับคอร์ดนั้นทั้งหมด แต่ช่วยให้รู้ว่าช่วงนั้นของเพลงกำลังใช้คอร์ดอะไรเป็นพื้นฐาน
สำหรับมือใหม่ ข้อมูลนี้ช่วยให้มองภาพรวมของเพลงได้ง่ายขึ้น เช่น เห็นว่าห้องหนึ่งใช้คอร์ด Ab แล้วเมื่อเพลงเดินต่อไปอาจเปลี่ยนไปยังคอร์ดอื่น แม้ยังไม่รู้ว่าโน้ตแต่ละตัวทำหน้าที่อะไรในคอร์ด ก็ยังสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ Harmony จากชื่อคอร์ดที่กำกับอยู่ด้านบนได้
ดังนั้นเวลาเปิด TAB อย่ามองเฉพาะตัวเลขตรงกลางหน้า ลองกวาดตามองข้อมูลที่อยู่ด้านบนด้วย เพราะชื่อคอร์ดจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของท่อน และช่วยให้เห็นว่าทำไมตำแหน่งการเล่นในแต่ละห้องจึงเปลี่ยนไป
เครื่องหมายพื้นฐานที่อาจพบใน TAB แบบเอกสารจริง
หลังจากอ่านสาย เฟรต และลำดับการเล่นได้แล้ว จึงค่อยเริ่มสังเกตสัญลักษณ์ที่เขียนกำกับเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องจำทุกเครื่องหมายให้ได้ในครั้งเดียว
เครื่องหมายที่พบบ่อย เช่น
- P.M. หมายถึง Palm Mute ให้สังเกตว่าเครื่องหมายนี้ครอบคลุมโน้ตช่วงใด
- h ใช้บอก Hammer-on ระหว่างโน้ต
- p ใช้บอก Pull-off
- / หรือ \ ใช้บอกการ Slide ขึ้นหรือลง
- b ใช้บอกการ Bend
- x มักใช้แทนเสียงปิดหรือ Dead Note
- เลข 3 พร้อมเส้นหรือวงเล็บครอบกลุ่มโน้ต ใช้บอกการแบ่งจังหวะแบบ Triplet
- เครื่องหมายซ้ำห้อง ใช้บอกให้กลับไปเล่นช่วงที่กำหนดอีกครั้ง
ภาพตัวอย่างด้านบนเลือกให้เห็นสัญลักษณ์ที่พบได้จริงบางส่วน ได้แก่ P.M., การ Slide, Bend และ Triplet เพื่อให้เห็นว่าสัญลักษณ์เหล่านี้ปรากฏร่วมกับ Staff และ TAB อย่างไร ส่วน Hammer-on, Pull-off, Dead Note และเครื่องหมายอื่นอาจมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามเอกสารที่ใช้ เป้าหมายของมือใหม่จึงไม่ใช่การจำทุกสัญลักษณ์ในครั้งเดียว แต่ควรเริ่มจากมองให้ออกว่าตำแหน่งใดมีคำสั่งการเล่นเพิ่มเติมจากตัวเลขเฟรตธรรมดา
รูปแบบของสัญลักษณ์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามหนังสือ โปรแกรมเขียนโน้ต หรือผู้จัดทำ TAB ดังนั้น ถ้าเอกสารมีคำอธิบายสัญลักษณ์กำกับไว้ ควรอ่านคำอธิบายนั้นก่อนเริ่มเล่น
แบบฝึกอ่านสัญลักษณ์ประกอบ
เลือก TAB สั้น ๆ ที่มีสัญลักษณ์เพียงชนิดเดียว เช่น P.M. หรือ Triplet
ก่อนเล่น ให้ลองตอบคำถามต่อไปนี้
- เครื่องหมายเริ่มตรงไหน
- เครื่องหมายจบตรงไหน
- ครอบคลุมโน้ตกี่ตัว
- ตำแหน่งใดต้องเล่นต่างจากโน้ตธรรมดา
ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ก่อนหยิบกีต้าร์ แสดงว่าคุณเริ่มอ่านข้อมูลที่กำกับวิธีเล่นใน TAB ได้แล้ว ไม่ได้มองเฉพาะตัวเลขเฟรตเพียงอย่างเดียว
TAB ไม่ได้มีแค่ตัวเลข ต้องดูห้องเพลงและการแบ่งวลีด้วย
เมื่อ TAB เริ่มยาวหลายบรรทัด สิ่งที่ช่วยไม่ให้หลงคือการอ่านเป็น ห้องเพลง แทนที่จะมองตัวเลขทั้งหมดเป็นแถวยาวต่อกัน
เส้นกั้นห้องช่วยแบ่งเพลงออกเป็นช่วง ๆ ทำให้รู้ว่าตัวเลขชุดใดอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะเดียวกัน หมายเลขห้อง เครื่องหมายซ้ำ และการแบ่งวลีก็ช่วยให้ติดตามโครงสร้างของเพลงได้ง่ายขึ้น
ลองมองหนึ่งห้องเป็น “ประโยคดนตรีสั้น ๆ” ก่อน แล้วค่อยตรวจดูรายละเอียดต่อไปนี้
- ห้องเริ่มตรงไหน
- ห้องจบตรงไหน
- มีตัวเลขกี่กลุ่ม
- มีเสียงใดต้องเล่นพร้อมกัน
- มีสัญลักษณ์พิเศษหรือไม่
เมื่อดูข้อมูลเหล่านี้ครบแล้ว จึงค่อยเล่นห้องนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ
วิธีนี้ต่างจากการพยายามจำตัวเลขทั้งหน้า เพราะเรากำลังอ่าน TAB เป็นส่วนหนึ่งของเพลงที่มีจังหวะ มีลำดับ และมีการแบ่งช่วงอย่างชัดเจน ไม่ใช่มองเป็นเพียงตัวเลขที่เรียงต่อกัน
วิธีอ่าน Tab กีต้าร์ ทีละขั้นเมื่อเปิดเพลงใหม่
เวลาเปิดเอกสาร Staff + TAB ที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจทุกอย่างพร้อมกัน ให้ค่อย ๆ ไล่ดูตามลำดับนี้
- ดูก่อนว่ากำลังเล่นท่อนไหน และมีชื่อคอร์ดกำกับหรือไม่
- หาเส้นกั้นห้อง แล้วเลือกว่าจะเริ่มฝึกจากห้องไหน
- ดูว่าห้องนั้นใช้สายใดบ่อย
- อ่านตัวเลขจากซ้ายไปขวาทีละตัว
- ตรวจดูว่ามีตัวเลขใดวางตรงกันในแนวตั้งและต้องเล่นพร้อมกัน
- มองหาสัญลักษณ์พิเศษ เช่น P.M., Triplet, h, p หรือ Slide
- เล่นช้า ๆ ทีละห้อง จนไม่ต้องหยุดหาสายและเฟรตบ่อย
- เมื่ออ่าน TAB ด้านล่างเริ่มคล่องแล้ว จึงค่อยดูโน้ตบน Staff ด้านบนประกอบ
เมื่อนำขั้นตอนด้านบนมาใช้กับภาพตัวอย่าง จะเห็นข้อมูลหลายอย่างอยู่ในจุดเดียวกัน ทั้งจังหวะ 4/4 หมายเลขห้อง คอร์ด Ab โน้ตบน Staff ตัวเลขเฟรต 9 และ 8 บน TAB รวมถึงเครื่องหมาย P.M. การไล่ดูข้อมูลทีละส่วนแบบนี้ช่วยให้หน้ากระดาษที่ดูซับซ้อนกลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่อ่านและฝึกตามได้ง่ายขึ้น
รู้ตำแหน่ง TAB แล้วควรรู้ชื่อโน้ตด้วยหรือไม่
TAB ช่วยให้เริ่มเล่นได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อโน้ตทุกตัว เช่น ถ้าเห็นสาย 5 เฟรต 3 ก็สามารถไปเล่นตำแหน่งนั้นได้ทันที
แต่เมื่อเล่นไปไกลขึ้น การรู้ว่าเสียงที่กำลังเล่นคือ C, D, E หรือโน้ตอื่น จะช่วยให้เข้าใจคอร์ด บันไดเสียง ทำนอง และการย้ายตำแหน่งบนคอกีต้าร์ได้มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ TAB บอกว่าเล่นตรงไหน ส่วนชื่อโน้ตช่วยให้รู้ว่าเสียงที่เล่นคือเสียงอะไร
ถ้าต้องการเปลี่ยนจากการจำเพียงหมายเลขสายและเฟรต ไปสู่การรู้ว่าแต่ละตำแหน่งเป็นโน้ตอะไร สามารถอ่านต่อเรื่อง โน้ตสายกีต้าร์ เพื่อฝึกเชื่อมตำแหน่งบนคอกีต้าร์กับชื่อโน้ต คอร์ด และสเกลได้ชัดเจนขึ้น
ข้อผิดพลาดที่ทำให้อ่าน TAB แล้วเล่นผิดบ่อย
ปัญหาหลายอย่างไม่ได้เกิดจาก TAB ยาก แต่เกิดจากการตีความข้อมูลผิดตั้งแต่ต้น
คิดว่าเส้นบนสุดคือสาย 6
ให้จำใหม่ว่าเส้นบนสุดของ TAB คือสาย 1 และเส้นล่างสุดคือสาย 6
คิดว่าตัวเลขคือหมายเลขนิ้ว
ตัวเลขบน TAB บอกหมายเลขเฟรต ไม่ได้บอกว่าต้องใช้นิ้วใดกด
มองแต่ตัวเลขโดยไม่ดูห้องเพลง
เมื่อ TAB ยาวขึ้นจะหลงตำแหน่งได้ง่าย และอาจไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่ช่วงใดของเพลง
เห็นตัวเลขอยู่ตรงกันแต่เล่นแยกทีละตัว
ก่อนเล่นให้ตรวจดูตำแหน่งในแนวตั้งเสมอ เพราะตัวเลขที่วางตรงกันอาจต้องเล่นพร้อมกัน
ข้าม P.M. หรือสัญลักษณ์อื่นไปเลย
แม้จะเล่นถูกสายและถูกเฟรต เสียงที่ได้ก็อาจไม่ตรงกับลักษณะการเล่นที่ TAB กำหนดไว้
อ่านเร็วเกินไปทั้งที่ยังหาสายไม่ทัน
ควรเพิ่มความเร็วหลังจากอ่านตำแหน่งได้ถูกแล้ว ไม่ควรรีบเล่นเร็วทั้งที่ยังสับสนเรื่องสายและเฟรต
พยายามอ่านทั้งหน้าในครั้งเดียว
แบ่งฝึกทีละห้องหรือทีละวลี จะช่วยให้เห็นรายละเอียดชัดกว่า และจำรูปแบบการเล่นได้ง่ายกว่า
จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มอ่าน TAB ได้ถูกทางแล้ว
ลองเลือก Staff + TAB ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนหนึ่งช่วงสั้น ๆ แล้วอย่าเพิ่งเปิดฟังเสียงต้นฉบับ
ให้ตรวจดูว่าคุณสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือไม่
- ตัวเลขแต่ละตัวอยู่บนสายไหน
- ตัวเลขนั้นหมายถึงเฟรตอะไร
- ตัวใดต้องเล่นก่อนหรือหลัง
- ตำแหน่งใดต้องเล่นพร้อมกัน
- ห้องเพลงเริ่มและจบตรงไหน
- มีสัญลักษณ์พิเศษอะไรที่ต้องสังเกต
- โน้ตบน Staff ตัวใดตรงกับตัวเลขใดใน TAB
จากนั้นลองเล่นช้า ๆ ทีละห้อง ถ้าสามารถหาตำแหน่งได้ถูกโดยไม่ต้องเดา และเมื่อกลับมาเล่นห้องเดิมอีกครั้งใช้เวลาหาสายน้อยลง แสดงว่าคุณเริ่มอ่าน TAB ได้คล่องขึ้น
ในช่วงแรกไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะเปิด TAB แล้วเล่นทั้งเพลงได้ทันที เป้าหมายที่สำคัญกว่าคือ เมื่อเห็น TAB แล้วรู้ว่า ควรมองอะไรเป็นอันดับแรก และควรแยกข้อมูลออกมาอ่านทีละส่วนอย่างไร
TAB แบบตัวอักษรล้วนบนอินเทอร์เน็ตต่างจาก Staff + TAB อย่างไร
บนอินเทอร์เน็ตบางแห่งอาจพบ TAB แบบตัวอักษรล้วน เช่น เส้นที่ขึ้นต้นด้วย e|, B|, G| และเรียงต่อกันลงมา รูปแบบนี้สะดวกสำหรับการพิมพ์และการแบ่งปันข้อความ แต่รายละเอียดเรื่องจังหวะและข้อมูลประกอบบางอย่างอาจแสดงได้ไม่ชัดเท่าเอกสารแบบ Staff + TAB
หากต้องการดูภาพรวมจากแหล่งความรู้ด้านดนตรีเพิ่มเติม Berklee Online อธิบายรูปแบบการอ่านกีต้าร์ทั้ง Standard Notation, TAB และ Chord Diagram ไว้ในบท Guitar Notation Basics ซึ่งช่วยให้เห็นหน้าที่ของการเขียนแต่ละแบบได้ชัดขึ้น
บทความนี้จึงเน้นรูปแบบ Staff + TAB เพราะช่วยให้ค่อย ๆ เชื่อมจาก “ตำแหน่งที่ต้องเล่น” ไปสู่ “จังหวะและรายละเอียดของเสียง” ได้ภายในหน้าเดียวกัน
เมื่อฝึกอ่าน TAB กีต้าร์แบบนี้จนคุ้น หน้ากระดาษที่เคยดูเหมือนเต็มไปด้วยตัวเลขจะเริ่มอ่านง่ายขึ้น เพราะรู้แล้วว่าต้องดูสาย เฟรต จังหวะ ห้องเพลง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ อย่างไร ควรเริ่มจากอ่าน TAB ให้คล่องก่อน แล้วจึงค่อยเชื่อมโยงกับ Staff ด้านบน วิธีนี้จะช่วยให้ต่อยอดไปสู่การอ่านโน้ต และเข้าใจสิ่งที่กำลังเล่นได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น