ฝึกฟัง Chord Quality แยก Major, Minor, Dominant และ Diminished จากเสียงจริง

ฝึกฟัง Chord Quality ด้วยคีย์บอร์ดและหูฟังในห้องซ้อมดนตรีที่สะอาด

     ฝึกฟัง Chord Quality เป็นทักษะสำคัญสำหรับนักดนตรีที่ต้องการพัฒนา Ear Training ให้ฟังออกว่าคอร์ดที่ได้ยินเป็น Major, Minor, Dominant หรือ Diminished โดยไม่ต้องพึ่งชื่อคอร์ดบนกระดาษ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจลักษณะเสียงของคอร์ดแต่ละประเภท วิธีสังเกตเสียง Third, Seventh และแรงดึงของ Harmony พร้อมแบบฝึกวันละ 10 นาทีที่นำไปใช้กับการแกะเพลง การโซโล่ และการเรียบเรียงเพลงได้จริง


ฝึกฟัง Chord Quality ต้องเริ่มฟังจากอะไร

     Chord Quality หรือคุณภาพของคอร์ด หมายถึงลักษณะเสียงของคอร์ดว่าให้ความรู้สึกอย่างไร มีโครงสร้างเสียงภายในแบบไหน และทำหน้าที่อะไรในบริบทของเพลง ไม่ใช่เพียงการรู้ว่าคอร์ดนั้นชื่อ C, G, D หรือ A


     ถ้ายังไม่มั่นใจว่า Root, 3rd และ 5th ทำงานร่วมกันอย่างไร ควรทบทวนเรื่อง เจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์ ก่อน เพราะจะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างคอร์ดพื้นฐานได้ชัดขึ้น


     ตัวอย่างเช่น

     C Major, G Major และ D Major


     แม้ทั้งสามคอร์ดจะมี Root Note ต่างกัน แต่ยังให้ความรู้สึกเปิด สว่าง และมั่นคงคล้ายกัน เพราะทั้งหมดเป็น Major Chord เหมือนกัน


     ในทางกลับกัน

     A Minor, E Minor และ D Minor


     แม้จะอยู่คนละตำแหน่งเสียง แต่ให้คาแรคเตอร์ที่เข้ม ลึก และนุ่มกว่า Major เพราะมี Minor 3rd เป็นเสียงสำคัญ


     การฟังคุณภาพคอร์ดจึงไม่ใช่การรีบทายชื่อคอร์ดให้ถูกตั้งแต่แรก แต่คือการฟังให้ออกว่าคอร์ดนั้นมีลักษณะเสียงแบบใด และกำลังสร้างบทบาทอย่างไรใน Harmony ของเพลง


     เมื่อเริ่มฟังคุณภาพคอร์ดได้ชัดขึ้น การแกะเพลงจะเร็วขึ้น การโซโล่จะไม่หลุดคอร์ดง่าย และการเรียบเรียงเพลงจะมีทิศทางมากขึ้น


ฟัง Major Chord จากความมั่นคงและความสว่างของเสียง

     Major Chord เป็นคอร์ดประเภทหนึ่งที่คนฟังคุ้นหูมากที่สุด เพราะพบได้บ่อยในเพลงสากลหลายแนว ทั้งป๊อป ร็อก บลูส์ แจ๊ส และเพลงอะคูสติก

มือกดคอร์ดเมเจอร์บนคีย์บอร์ดในห้องซ้อมดนตรีที่มีแสงนุ่ม

คาแรคเตอร์ของ Major Chord

     เมื่อฟัง Major Chord มักรู้สึกถึง

  • เสียงที่เปิดกว้าง
  • ความสว่าง
  • ความมั่นคง
  • ความรู้สึกเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดพัก
  • ความสมบูรณ์ของ Harmony


     ตัวอย่างคอร์ด

     C Major

     C - E - G

     G Major

     G - B - D

     D Major

     D - F# - A


     สิ่งที่ควรฟังไม่ใช่แค่ระดับเสียงสูงต่ำของคอร์ด แต่ควรสังเกตความรู้สึกของ Major 3rd ซึ่งเป็นเสียงที่ทำให้คอร์ดฟังสว่าง เปิด และนิ่งกว่า Minor


วิธีฟัง Major Chord ให้ชัดขึ้น

     ให้เล่นคอร์ด Major หลายคีย์บนกีต้าร์หรือคีย์บอร์ด โดยยังไม่ต้องรีบมองชื่อคอร์ด

     ลองเล่น

     C Major

     F Major

     G Major

     D Major

     A Major

     หลังจากเล่นแต่ละคอร์ด ให้หลับตาแล้วถามตัวเองว่า

     เสียงนี้ให้ความรู้สึกเปิดและมั่นคงหรือไม่


     ถ้าคำตอบคือใช่ แปลว่าหูของคุณเริ่มจับคาแรคเตอร์ของ Major Chord ได้ถูกทางแล้ว


วิธีแยก Minor Chord จากเสียงจริง

     Minor Chord มักเป็นจุดที่ผู้ฝึก Ear Training เริ่มสับสนกับ Major เพราะทั้งสองคอร์ดมี Root และ Fifth ที่ให้ความมั่นคงเหมือนกัน จุดต่างสำคัญอยู่ที่ Third


จุดสังเกตของ Minor Chord

     Minor ไม่ได้แปลว่าเศร้าเสมอไป แต่โดยทั่วไปจะให้ความรู้สึกเข้ม ลึก และครุ่นคิดมากกว่า Major


     ตัวอย่างคอร์ด

     A Minor

     A - C - E

     E Minor

     E - G - B

     D Minor

     D - F - A

     ความแตกต่างหลักคือ Minor 3rd ซึ่งเป็นเสียงที่เปลี่ยนอารมณ์ของคอร์ดทันที


     ถ้าต้องการเห็นภาพชัดขึ้นว่าโน้ตตัวที่ 3 ทำให้คอร์ดไมเนอร์เปลี่ยนอารมณ์อย่างไร สามารถอ่านต่อเรื่อง โน้ตในคอร์ดไมเนอร์ เพื่อเชื่อมการฟังกับโครงสร้างคอร์ดจริง


     ถ้า Major Chord ให้ความรู้สึกเปิด Minor Chord จะให้ความรู้สึกเหมือนเสียงถูกดึงเข้าด้านในมากขึ้น


     หากต้องการเข้าใจโครงสร้างนี้ให้ลึกขึ้น ควรเชื่อมกับบทความเรื่องโน้ตในคอร์ดไมเนอร์ เพราะการรู้ว่าโน้ตตัวที่ 3 เปลี่ยนอารมณ์ของคอร์ดอย่างไร จะช่วยให้ฟังลักษณะเสียงของคอร์ดได้แม่นขึ้นมาก


แบบฝึกเปรียบเทียบ Major กับ Minor

     ให้เล่นคอร์ดคู่ต่อไปนี้

     C Major → C Minor

     G Major → G Minor

     D Major → D Minor

     A Major → A Minor

     ฟังสลับกันช้า ๆ แล้วตอบคำถามเหล่านี้

     คอร์ดไหนเปิดกว่า

     คอร์ดไหนเข้มกว่า

     คอร์ดไหนฟังเหมือนมีน้ำหนักอยู่ด้านในมากกว่า

     คอร์ดไหนให้ความรู้สึกเป็นจุดพักมากกว่า


     แบบฝึกนี้สำคัญมาก เพราะการเปรียบเทียบ Major กับ Minor โดยใช้ Root เดียวกัน จะช่วยให้หูจับความต่างของ Third ได้ชัดกว่าการเปลี่ยนคีย์ไปเรื่อย ๆ


ฟัง Third และ Seventh เพื่อแยก Chord Quality ให้แม่นขึ้น

     การแยกคุณภาพคอร์ดให้แม่น ไม่ควรฟังแค่อารมณ์รวมของคอร์ดเท่านั้น แต่ควรฝึกฟังเสียงสำคัญภายในคอร์ด โดยเฉพาะ Third และ Seventh


     สำหรับผู้อ่านที่ต้องการดูโครงสร้าง Triad แบบอ้างอิงเพิ่มเติม สามารถศึกษา Triads and seventh chords ของ Open Music Theory ควบคู่ไปด้วย เพื่อเช็คความสัมพันธ์ระหว่าง Root, Third และ Fifth

ฝึกฟัง Chord Quality ด้วยคีย์บอร์ด หูฟัง และสมุดโน้ตเปล่าบนโต๊ะซ้อม

Third คือเสียงที่บอกว่า Major หรือ Minor

     Third เป็นเสียงที่บอกคุณภาพหลักของคอร์ด

     ถ้าเป็น Major 3rd คอร์ดจะฟังสว่างและเปิดกว่า

     ถ้าเป็น Minor 3rd คอร์ดจะฟังเข้มและลึกกว่า


     ตัวอย่าง

     C Major

     C - E - G

     เสียง E คือ Major 3rd

     C Minor

     C - Eb - G

     เสียง Eb คือ Minor 3rd


     ลองเล่นสองคอร์ดนี้สลับกัน แล้วร้องเสียง E กับ Eb ตามไปด้วย คุณจะเริ่มได้ยินว่าคอร์ดไม่ได้เปลี่ยนเพียงชื่อ แต่เปลี่ยนสีของ Harmony ทั้งก้อน


Seventh คือเสียงที่ทำให้ Dominant มีแรงดึง

     สำหรับ Dominant Chord เสียงที่ควรฟังเพิ่มคือ Minor 7th


     ตัวอย่าง

     G7

     G - B - D - F

     เสียง F ทำให้คอร์ด G7 ฟังไม่จบในตัวเอง และสร้างแรงดึงให้กลับไปหา C


     ถ้าต้องการดูรายละเอียดของ Seventh Chord หลายประเภทเพิ่มเติม หน้า Seventh Chords ของ Open Music Theory อธิบายความต่างระหว่าง Major Seventh, Dominant Seventh, Minor Seventh และ Diminished Seventh ได้อย่างเป็นระบบ


     เมื่อฟัง Dominant Chord ให้ถามตัวเองว่า

     คอร์ดนี้เหมือนกำลังรอคำตอบหรือไม่

     เสียงนี้เหมือนต้องการ Resolve ไปที่คอร์ดอื่นหรือไม่

     ถ้าใช่ หูของคุณอาจเริ่มจับคาแรคเตอร์ของ Dominant Chord ได้แล้ว


Dominant Chord ฟังอย่างไรให้รู้สึกถึงแรงดึง

     Dominant Chord เป็นคอร์ดที่มีพลังในการพาเพลงเคลื่อนไปข้างหน้า เสียงของคอร์ดนี้ไม่ได้ฟังนิ่งเหมือน Major และไม่ได้เข้มแบบ Minor แต่จะมีความตึงบางอย่างที่รอการคลี่คลาย

มือกดคอร์ดโดมินันท์บนคีย์บอร์ด มีหูฟังและหัวกีต้าร์อยู่ใกล้ ๆ

ทำไม Dominant ถึงฟังไม่เหมือน Major

     ตัวอย่าง

     G Major

     G - B - D

     G7

     G - B - D - F


     ทั้งสองคอร์ดมี G, B และ D เหมือนกัน แต่ G7 มีเสียง F เพิ่มเข้ามา เสียงนี้ทำให้คอร์ดเกิด Tension และมีทิศทางชัดขึ้น


     ผู้ฟังมักรู้สึกว่า

  • คอร์ดยังไม่จบ
  • ต้องการไปต่อ
  • มีแรงดึงไปหาคอร์ดหลัก
  • เหมือนเป็นคำถามก่อนคำตอบ


     นี่คือเหตุผลที่ Dominant Chord มักถูกใช้ก่อนกลับไปยัง Tonic หรือคอร์ดหลักของเพลง


วิธีจำเสียง Dominant

     ลองเล่น Progression ต่อไปนี้

     G7 → C

     D7 → G

     A7 → D

     E7 → A

     ให้ฟังคอร์ดแรกเหมือนเสียงที่กำลังถาม และฟังคอร์ดที่สองเหมือนคำตอบ


     เมื่อฟังซ้ำหลายครั้ง คุณจะเริ่มจำความรู้สึกของ Tension กับ Release ได้ชัดขึ้น ซึ่งเป็นแกนสำคัญของ Harmony ในเพลงจริง


     ถ้าอยากเข้าใจแรงดึงและการคลี่คลายในเพลงให้กว้างขึ้น ควรอ่านเรื่อง Tension กับ Release เพิ่มเติม เพราะแนวคิดนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไม Dominant Chord จึงฟังเหมือนยังไม่จบ


     แนวคิดนี้สัมพันธ์กับเรื่อง Tension กับ Release โดยตรง เพราะ Dominant Chord เป็นตัวอย่างที่ชัดมากของคอร์ดที่สร้างแรงดึง แล้วรอการคลี่คลายไปยังคอร์ดถัดไป


Diminished Chord เสียงไม่มั่นคงที่ต้องฝึกให้คุ้น

     Diminished Chord เป็นคอร์ดที่พบไม่บ่อยเท่า Major, Minor หรือ Dominant แต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสีสัน ความตึง และการเชื่อมคอร์ด


คาแรคเตอร์ของ Diminished Chord

     ตัวอย่าง

     Bdim

     B - D - F


     เมื่อฟัง Diminished Chord มักรู้สึกว่า

  • ไม่มั่นคง
  • ลอย
  • ตึง
  • คลุมเครือ
  • เหมือนยังหาจุดพักไม่เจอ


     คอร์ดประเภทนี้มักใช้เป็น Passing Chord หรือคอร์ดเชื่อมระหว่างคอร์ดหนึ่งไปอีกคอร์ดหนึ่ง


วิธีแยก Diminished จาก Minor

     Minor Chord และ Diminished Chord มี Minor 3rd เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Fifth

     ตัวอย่าง

     B Minor

     B - D - F#

     B Diminished

     B - D - F


     เสียง F ใน Bdim คือ Diminished 5th หรือ Fifth ที่ถูกลดลง ทำให้คอร์ดฟังตึงและไม่มั่นคงกว่า B Minor


     วิธีฝึกคือเล่นสองคอร์ดนี้สลับกัน

     B Minor → Bdim

     E Minor → Edim

     A Minor → Adim


     ให้ฟังว่า Minor ยังมีความนิ่งอยู่บางส่วน แต่ Diminished จะฟังบีบ ตึง และอยากเคลื่อนไปหาคอร์ดอื่นมากกว่า


วิธีฟัง Diminished ในบริบทเพลง

     ลองเล่นลำดับนี้

     C → Bdim → C

     G → F#dim → G

     Am → G#dim → Am

     สังเกตว่า Diminished Chord มักฟังเหมือนเสียงเชื่อมที่ยังไม่ใช่ปลายทาง


     เมื่อฝึกแบบนี้บ่อยขึ้น คุณจะเริ่มแยก Diminished ออกจาก Dominant ได้ เพราะ Dominant มักมีแรงดึงที่ชัดเจนไปยังคอร์ดถัดไป ส่วน Diminished มักให้ความรู้สึกตึง ลอย และเป็นทางผ่านมากกว่า


     ถ้าต้องการต่อยอดการใช้คอร์ดประเภทนี้ในทางเดินคอร์ดจริง บทความเรื่อง Diminished Passing Chord จะช่วยให้เห็นว่าคอร์ด Diminished ใช้เป็นคอร์ดผ่านเพื่อเชื่อมคอร์ดหลักได้อย่างไร


ฝึกฟัง Chord Quality แล้วฟังผิดบ่อย ควรเช็คอะไร

     การฟังผิดเป็นเรื่องปกติของ Ear Training สิ่งสำคัญคืออย่าเดาซ้ำแบบไม่มีระบบ แต่ควรรู้ว่าหลังจากตอบผิดแล้วต้องกลับไปเช็คเสียงตรงไหน


ถ้าสับสน Major กับ Minor

     ให้กลับไปฟัง Third

     เล่นคอร์ดเดียวกันในสองรูปแบบ

     C Major → C Minor

     G Major → G Minor

     จากนั้นลองร้องเสียง Third ตามคอร์ด

     E → Eb

     B → Bb

     ถ้าคุณร้อง Third ได้ หูจะเริ่มแยก Major กับ Minor ได้เร็วขึ้น


ถ้าสับสน Major กับ Dominant

     ให้ฟังว่าเสียงมีแรงดึงหรือไม่

     ลองเล่น

     G Major → C

     G7 → C

     ถ้าเป็น G Major จะฟังนิ่งกว่า

     ถ้าเป็น G7 จะฟังเหมือนต้องการ Resolve ไปที่ C มากกว่า

     จุดต่างคือเสียง Minor 7th ซึ่งเป็นตัวสร้างคาแรคเตอร์ของ Dominant Chord


ถ้าสับสน Minor กับ Diminished

     ให้เช็ค Fifth

     ลองเล่น

     B Minor

     B - D - F#

     Bdim

     B - D - F

     ถ้า Fifth ฟังมั่นคงกว่า มักเป็น Minor

     ถ้า Fifth ฟังบีบ ตึง และไม่มั่นคง มักเป็น Diminished


     การเช็คแบบนี้ช่วยให้คุณไม่ได้จำแค่ความรู้สึกกว้าง ๆ แต่เริ่มฟังโครงสร้างเสียงจริงในคอร์ดได้มากขึ้น


แบบฝึก Ear Training วันละ 10 นาที

     การฝึกแยกคุณภาพคอร์ดไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน แต่ต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอ และควรมีวิธีเช็คคำตอบทุกครั้ง

ฝึกฟัง Chord Quality ด้วยชุดซ้อม Ear Training มีคีย์บอร์ด กีต้าร์ หูฟัง และเมโทรโนม

นาทีที่ 1-3 ฟังคอร์ดเดี่ยว

     สุ่มเล่นคอร์ด 4 ประเภท

     Major

     Minor

     Dominant

     Diminished

     เล่นครั้งละ 1 คอร์ด แล้วตอบทันทีว่าคิดว่าเป็นคอร์ดประเภทใด


     หลังตอบแล้วให้เช็คทันที อย่าปล่อยให้เดาไปเรื่อย ๆ เพราะการฝึกหูต้องมี Feedback ที่ชัดเจน


นาทีที่ 4-6 เปรียบเทียบคอร์ดคู่

     ลองฝึกคู่ต่อไปนี้

     C Major กับ C Minor

     G Major กับ G7

     B Minor กับ Bdim

     D Minor กับ Ddim


     ฝึกฟังความต่างแบบตรงไปตรงมา แล้วพูดออกเสียงว่าแตกต่างกันตรงไหน เช่น สว่างกว่า เข้มกว่า มีแรงดึงกว่า หรือไม่มั่นคงกว่า


นาทีที่ 7-8 ฟังจากเพลงจริง

     เลือกเพลงที่มีคอร์ดไม่ซับซ้อนมาก

     เริ่มจากฟังว่าแต่ละคอร์ดเป็น Major หรือ Minor ก่อน

     หลังจากนั้นค่อยลองจับ Dominant Chord ที่มีแรงดึงชัดเจน


     เมื่อฟังแล้ว ให้เช็คกับ Chord Chart หรือเครื่องดนตรีจริง เพื่อดูว่าหูของคุณเดาได้ใกล้เคียงแค่ไหน


นาทีที่ 9-10 ร้องโน้ตในคอร์ด

     เล่นคอร์ดแล้วร้องโน้ตสำคัญตาม

     Root

     Third

     Fifth

     Seventh

     เริ่มจาก Root และ Third ก่อน ถ้ายังไม่แม่น ไม่ต้องรีบร้องครบทุกเสียง


     การร้องตามจะช่วยให้หูเชื่อมโยงเสียงกับโครงสร้างคอร์ดได้เร็วขึ้น และช่วยต่อยอดไปสู่การเข้าใจ Voice Leading หรือการนำเสียงในเพลงจริง


ฝึกฟัง Chord Quality แล้วมักพลาดตรงไหน

     ผู้ฝึกหลายคนไม่ได้พลาดเพราะไม่มีหูดนตรี แต่พลาดเพราะยังไม่รู้ว่าควรฟังจุดไหน และยังไม่มีวิธีเช็คคำตอบหลังจากเดาคอร์ด


พยายามจำชื่อคอร์ดแทนที่จะจำคาแรคเตอร์

     เป้าหมายของการฝึกไม่ใช่การตอบว่าเป็น C หรือ G ให้ได้ก่อน แต่คือการตอบว่าคอร์ดนั้นเป็น Major, Minor, Dominant หรือ Diminished


     เมื่อคุณจำคาแรคเตอร์ของคอร์ดได้แล้ว การหาชื่อคอร์ดจริงจะง่ายขึ้นภายหลัง


ฟังแต่คอร์ดเดิมซ้ำเกินไป

     ถ้าฝึกเฉพาะ C Major กับ A Minor หูอาจจำแค่ระดับเสียงของคอร์ด แต่ไม่ได้จำคุณภาพของคอร์ดจริง


     ควรเปลี่ยน Root Note อยู่เสมอ เช่น ฝึก Major ในหลายคีย์ Minor ในหลายคีย์ และ Dominant ในหลายคีย์


ไม่เช็คคำตอบหลังฝึก

     Ear Training ต้องมี Feedback

     ทุกครั้งที่เดา ควรเช็คคำตอบทันที เพื่อให้หูรู้ว่าเสียงที่ได้ยินตรงกับคอร์ดประเภทใด

     ถ้าเดาผิด ให้กลับไปฟังจุดสำคัญ เช่น Third, Seventh หรือ Fifth แล้วค่อยลองใหม่


ฝึกหลายอย่างพร้อมกันเกินไป

     ถ้ายังแยก Major กับ Minor ไม่แม่น อย่าเพิ่งเร่งฝึก Dominant และ Diminished พร้อมกันมากเกินไป


     ให้เริ่มจาก 2 ตัวเลือกก่อน เช่น Major กับ Minor

     เมื่อแม่นขึ้น ค่อยเพิ่ม Dominant

     สุดท้ายค่อยเพิ่ม Diminished

     การฝึกทีละชั้นจะทำให้หูจำเสียงได้มั่นคงกว่า


เมื่อฟังคุณภาพคอร์ดออก จะช่วยอะไรได้บ้าง

     เมื่อหูเริ่มแยกคุณภาพคอร์ดได้ คุณจะเริ่มเล่นดนตรีด้วยความเข้าใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่เล่นตามชื่อคอร์ด


     ทักษะนี้ช่วยให้

  • แกะเพลงเร็วขึ้น
  • เข้าใจ Harmony ชัดขึ้น
  • โซโล่ตามคอร์ดได้แม่นขึ้น
  • ฟังการเปลี่ยนคอร์ดได้ดีขึ้น
  • เลือก Voicing ได้เหมาะกับอารมณ์เพลง
  • เรียบเรียงเพลงให้มีทิศทางมากขึ้น
  • เข้าใจบทบาทของโน้ตในคอร์ดได้ลึกขึ้น


     สำหรับมือกีต้าร์ การเชื่อมการฟังเข้ากับบทความเจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์จะช่วยให้เห็นชัดว่าเสียงแต่ละตัวในคอร์ดมีผลต่อคาแรคเตอร์ของเพลงอย่างไร


     ส่วนคนที่ต้องการพัฒนา Harmony ให้ลึกขึ้น ควรฝึกทักษะนี้ควบคู่กับการวิเคราะห์โน้ตในคอร์ด เพราะจะทำให้ฟังออกว่าเสียงใดคือโครงสร้างหลัก เสียงใดสร้างแรงดึง และเสียงใดควร Resolve ไปยังจุดพัก


ฝึกฟัง Chord Quality ให้ใช้ได้จริง สรุปแนวทางสำคัญ

     การฝึกฟังคอร์ดจากเสียงจริงคือการฝึกให้หูเข้าใจคุณภาพของคอร์ด ไม่ใช่แค่จำชื่อคอร์ดหรือดู Chord Symbol บนกระดาษ


     การเริ่มจาก Major, Minor, Dominant และ Diminished เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะคอร์ดทั้ง 4 ประเภทนี้เป็นแกนของ Harmony ในเพลงจำนวนมาก


     ถ้าฝึกอย่างเป็นระบบ ให้เริ่มจากการฟัง Third เพื่อแยก Major กับ Minor จากนั้นฟัง Seventh เพื่อจับคาแรคเตอร์ของ Dominant และฟัง Fifth เพื่อแยก Minor กับ Diminished


     เมื่อฝึกวันละ 10 นาทีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเช็คคำตอบทุกครั้ง หูจะเริ่มจำคาแรคเตอร์ของคอร์ดแต่ละประเภทได้ดีขึ้น และนำไปใช้กับการแกะเพลง การโซโล่ การเรียบเรียงเพลง และการซ้อมดนตรีได้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น