Gibson Les Paul Standard มือสอง ตำนานกีต้าร์ไฟฟ้าที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

Gibson Les Paul Standard มือสอง มุมหน้าตรงทั้งตัว สีซันเบิร์สต์ พร้อมโลโก้ Gibson และป้ายหน้าร้าน

     สำหรับคนที่กำลังมองหากีต้าร์ระดับตำนานในตลาดมือสอง Gibson Les Paul Standard มือสอง เป็นหนึ่งในรุ่นที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะกีต้าร์ทรงนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงรูปลักษณ์ที่คลาสสิกเท่านั้น แต่ยังมีจุดแข็งด้านงานประกอบ วัสดุ โทนเสียง และความรู้สึกขณะเล่นที่ชัดเจนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Gibson Custom Shop 60th Anniversary 1959 Les Paul Standard ซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของรุ่นปี 1959 ได้อย่างครบถ้วน ทั้งบุคลิกเสียง งานทำสี และบรรยากาศแบบ Vintage จึงเหมาะกับผู้ที่อยากทำความเข้าใจให้ลึกขึ้นว่าเหตุใด Les Paul จึงยังเป็นกีต้าร์ในฝันของนักดนตรีจำนวนมาก


Gibson Les Paul Standard มือสอง มีจุดเด่นอะไรที่ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการ

     Les Paul Standard เป็นกีต้าร์ทรง Single Cut ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จุดเด่นสำคัญคือรูปทรงที่ดูคลาสสิก จับแล้วรู้สึกแน่นมือ และให้บุคลิกเสียงที่อิ่มกว่ากีต้าร์หลายทรงในตลาด เมื่อใช้งานจริง กีต้าร์รุ่นนี้เหมาะทั้งสำหรับฝึกซ้อมที่บ้าน ซ้อมกับวง อัดเสียง และเล่นสดบนเวที


     อีกเหตุผลที่ทำให้รุ่นนี้ยังได้รับความนิยม คือความสมดุลระหว่างความสวยงามกับเสียงที่ใช้งานได้จริง ตัวกีต้าร์มีความหนา จึงช่วยให้เสียงเต็ม มีน้ำหนัก และมีแรงสั่นสะเทือนที่ดี เวลาเล่นคอร์ดหรือเล่นโน้ตเดี่ยว เสียงจะออกมาชัด มีมวล และฟังไม่บาง


     สำหรับรุ่นจาก Custom Shop จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ความประณีตของงานประกอบ ไม่ว่าจะเป็นงานทำสี การเก็บขอบ การวางชิ้นส่วนให้รับกัน หรือความรู้สึกโดยรวมเมื่อถือเครื่องจริง ซึ่งมักให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่ากีต้าร์ที่ผลิตจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด

Gibson Les Paul Standard มือสอง มุมหัวกีต้าร์ด้านหน้า เห็นโลโก้ ลูกบิด และนัตชัดเจน

     ถ้าอยากดู Les Paul อีกตัวที่ยังคงกลิ่นอายวินเทจและมีรายละเอียดงานประกอบที่เด่นชัดในอีกแบบหนึ่ง ลองอ่านบทความ Gibson Les Paul Standard 50s เพิ่มเติมได้


     ผู้ที่อยากดูแนวคิดของรุ่นอ้างอิงสายปี 1959 จากผู้ผลิตโดยตรง สามารถดูข้อมูลของ Gibson Custom 1959 Les Paul Standard Reissue จากเว็บไซต์ทางการได้


โครงสร้างไม้และผลต่อโทนเสียง

     กีต้าร์ตัวนี้ใช้ไม้ Mahogany เป็นวัสดุหลักของบอดี้ และปิดทับด้านหน้าด้วยไม้ Maple ซึ่งเป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อยใน Les Paul มาอย่างยาวนาน ไม้ Mahogany ช่วยให้เสียงมีความอุ่น แน่น และมีเนื้อเสียงชัด โดยเฉพาะเสียงย่านกลางที่ฟังเต็มมากขึ้น ส่วนไม้ Maple ด้านหน้าจะช่วยเพิ่มความชัด ความคม และความเปิดของเสียง ทำให้เสียงโดยรวมฟังชัดขึ้น ไม่ทึบ และไม่แน่นจนฟังรายละเอียดของเสียงได้ยาก

Gibson Les Paul Standard มือสอง บอดี้ด้านหน้าลายไม้ชัด เห็นปิ๊กอัพ ปิ๊กการ์ด และปุ่มควบคุมครบ

     ถ้าอยากเห็นอีกตัวอย่างของ Les Paul ที่ใช้โครงสร้างไม้แนวใกล้เคียงกันและเน้นโทนวินเทจชัดเจน ลองดูบทความ Gibson Les Paul Standard Double Trouble ได้เช่นกัน


     ถ้าอยากเทียบกับสเปกมาตรฐานของ Les Paul รุ่นปัจจุบันจากผู้ผลิตโดยตรง ลองดูหน้า Gibson Les Paul Standard 50s บนเว็บไซต์ทางการได้


    เมื่อวัสดุทั้งสองชนิดทำงานร่วมกัน ผู้เล่นจึงได้เสียงที่ทั้งหนาและชัดในเวลาเดียวกัน จึงเหมาะกับดนตรีหลายแนว โดยเฉพาะแนวที่ต้องการเสียงกีต้าร์มีน้ำหนัก เช่น Rock, Blues หรือเพลงที่ต้องการเสียง Solo เด่น


     คอ Mahogany และ Fingerboard แบบ Rosewood ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน คอที่ทำจาก Mahogany มักให้ความรู้สึกแน่นและนิ่ง ส่วน Rosewood ช่วยให้สัมผัสขณะเล่นลื่นมือขึ้น และให้โทนเสียงที่นุ่มเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะทั้งกับการตีคอร์ด การเล่นทำนอง และการโซโล่อย่างต่อเนื่อง

Gibson Les Paul Standard มือสอง ช่วงคอกีต้าร์และบอดี้ด้านหน้า เห็นอินเลย์ ฟิงเกอร์บอร์ด และปิ๊กอัพ

ระบบปิ๊กอัพและการควบคุมแบบ HH ของ Les Paul

     กีต้าร์รุ่นนี้ใช้ปิ๊กอัพแบบ HH หรือ Humbucker สองตัว ซึ่งเป็นรูปแบบปิ๊กอัพที่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงหนา และช่วยลดเสียงรบกวนจากระบบไฟฟ้าได้ดี เมื่อเทียบกับปิ๊กอัพแบบคอยล์เดี่ยว เสียงจาก Humbucker มักจะอิ่มกว่า หนากว่า และเหมาะกับการใช้เสียงแตกมากกว่า


     หากอธิบายให้มือใหม่เข้าใจง่าย Humbucker คือปิ๊กอัพที่ให้เสียงแน่น ฟังเต็ม และควบคุมเสียงจี่ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการกีต้าร์ตัวเดียวไว้เล่นได้หลายแนว ตั้งแต่เสียงคลีนอุ่น ๆ ไปจนถึงเสียงแตกที่มีพลัง


     ระบบควบคุมของกีต้าร์ตัวนี้เป็นแบบ 2 Volume / 2 Tone พร้อมสวิตช์ 3 ทาง จุดเด่นของรูปแบบนี้คือผู้เล่นสามารถปรับเสียงของปิ๊กอัพหน้าและปิ๊กอัพหลังแยกจากกันได้ ทำให้ควบคุมบุคลิกเสียงได้ละเอียดกว่ากีต้าร์ที่มีปุ่มควบคุมน้อยกว่า


     ถ้าต้องการเสียงนุ่ม ฟังอุ่น และเหมาะกับการเล่นทำนองหรือ Solo ที่ไม่แหลมเกินไป ผู้เล่นมักเลือกใช้ปิ๊กอัพหน้า แต่ถ้าต้องการเสียงคม ตัดวงได้ดี และเหมาะกับการเล่นริฟฟ์หรือคอร์ดที่ต้องการความชัด ปิ๊กอัพหลังก็จะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนตำแหน่งกลางของสวิตช์จะเป็นการผสมเสียงของทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน ทำให้ได้โทนที่สมดุลขึ้น


ความรู้สึกในการเล่นและลักษณะของคอ

     หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนชอบ Les Paul คือความรู้สึกขณะเล่นที่แน่นและมั่นคง เวลาจับคอจะรู้สึกว่ามีน้ำหนักและมีเนื้ออยู่ในมือพอสมควร ซึ่งต่างจากกีต้าร์บางทรงที่ให้ความรู้สึกเบากว่าและบางกว่า


     สำหรับผู้ที่ชอบความรู้สึกแบบคลาสสิก คอในลักษณะนี้มักตอบโจทย์ได้ดี เพราะให้ความรู้สึกหนักแน่น จับแล้วมั่นใจ เวลาดันสายหรือสั่นสายก็ทำได้ถนัด หากเฟรตถูกเก็บงานมาเรียบร้อย การเล่นโน้ตเดี่ยวจะลื่นขึ้นมาก และช่วยให้ควบคุมน้ำหนักมือได้ง่ายขึ้น


     เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้เล่นแนว Blues หรือ Rock เพราะการดันสาย การค้างโน้ต และการทำให้เสียงลากยาวอย่างมีอารมณ์ เป็นสิ่งที่กีต้าร์ทรงนี้ทำได้ดีตามธรรมชาติของมัน


ความน่าสนใจของกีต้าร์มือสองจากญี่ปุ่น

      กีต้าร์มือสองจากญี่ปุ่นมักได้รับความสนใจจากนักดนตรีจำนวนมาก เพราะเจ้าของเดิมจำนวนไม่น้อยดูแลเครื่องดนตรีค่อนข้างดี ทำให้กีต้าร์หลายตัวแม้ผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่สภาพโดยรวมยังดูเรียบร้อยและพร้อมใช้งาน

กีต้าร์ด้านหลังทั้งตัวบนขาตั้ง เห็นคอและบอดี้สีแดงเชอร์รี่ชัดเจน

     ในกรณีของตัวนี้ ข้อมูลระบุว่าระบบไฟฟ้ายังทำงานปกติและเสียงยังดี ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญมาก เพราะกีต้าร์มือสองที่สภาพสวยเพียงอย่างเดียว แต่ระบบไฟฟ้ามีปัญหา อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง


     การเป็นสินค้ามือสองไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะด้อยเสมอไป ตรงกันข้าม สำหรับบางคน กีต้าร์ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างเหมาะสมอาจให้เสียงที่เปิดขึ้นและตอบสนองได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ เพียงแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรดูภาพให้ครบทุกมุม และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากร้านให้ชัดเจน


รายละเอียดสเปกที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

  • Body: Mahogany With Maple Top
  • Neck: Mahogany
  • Fingerboard: Rosewood
  • Pickup: HH (Humbucker)
  • Controls: 2 Volume / 2 Tone / 3-Way Selector
  • Serial Number: 9 9510
  • Accessories: Case

หัวกีต้าร์ด้านหลังพร้อมลูกบิดสีครีมและงานไม้สีแดงเข้ม

Gibson Les Paul Standard มือสอง เหมาะกับใคร

     กีต้าร์รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นหลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักสะสมหรือมืออาชีพเท่านั้น หากคุณชอบโทนเสียงอุ่น หนา และต้องการกีต้าร์ที่ให้บุคลิกเสียงชัดเจน รุ่นนี้ก็ถือว่าน่าสนใจมาก


     สำหรับผู้ที่เล่นแนว Rock หรือ Blues กีต้าร์รุ่นนี้ถือว่าเหมาะมาก เพราะให้เสียงที่หนักแน่นและมีพลัง เวลาเล่นคอร์ดจะรู้สึกว่าเสียงเต็มและฟังชัด ส่วนการเล่น Solo ก็ให้เสียงที่มีน้ำหนักและเด่นพอที่จะดึงความสนใจได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานอัดเสียงก็มักชอบกีต้าร์ลักษณะนี้ เพราะมีเอกลักษณ์ของเสียงชัดเจน เมื่อนำไปบันทึกลงในเพลงแล้ว มักฟังออกได้ง่ายว่าเป็นกีต้าร์ที่มีบุคลิกเสียงเฉพาะตัว


     แม้แต่มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นกับกีต้าร์ดี ๆ สักตัว หากมีงบถึงและต้องการซื้อแบบใช้ได้นาน รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าคิด เพราะนอกจากจะเล่นได้จริงแล้ว ยังช่วยให้ผู้เล่นเรียนรู้เรื่องโทนเสียง วัสดุ และระบบควบคุมได้ชัดเจนกว่ากีต้าร์ระดับเริ่มต้นหลายรุ่น


     แต่ถ้าต้องการกีต้าร์ทรง Les Paul ที่ให้กลิ่นอายคลาสสิกในงบที่เข้าถึงง่ายกว่า บทความ Epiphone Les Paul Standard 50s ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนำไปเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ


เปรียบเทียบกับกีต้าร์ทรงอื่นแบบเข้าใจง่าย

  • ถ้าเทียบกับ Stratocaster จุดต่างสำคัญคือ Les Paul ให้เสียงหนากว่า อุ่นกว่า และมีแรงปะทะมากกว่า ขณะที่ Stratocaster มักให้เสียงใส เด้ง และโปร่งกว่า
  • ถ้าเทียบกับ SG ทรง Les Paul มักให้ความรู้สึกแน่นกว่าและมีเสียงที่อิ่มกว่า ส่วน SG จะเบากว่า คล่องตัวกว่า และให้ความรู้สึกพุ่งเร็วกว่า
  • ถ้าเทียบกับกีต้าร์ที่ใช้ปิ๊กอัพคอยล์เดี่ยว Les Paul ที่ใช้ Humbucker จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสียงแตกหนา เสียงคลีนอุ่น และต้องการลดเสียงจี่จากระบบไฟฟ้า
  • ถ้าเป็นคนที่เน้นเล่นคอร์ดหนัก เล่นริฟฟ์ หรือชอบ Solo ที่มีเสียงยาว รุ่นนี้มักให้ความรู้สึกตอบสนองได้ตรงใจกว่ากีต้าร์ที่เสียงบางกว่า


     ถ้ายังใหม่กับการเล่นและอยากเข้าใจว่าคอร์ดกับตัวโน้ตบนคอกีต้าร์สัมพันธ์กันอย่างไร ลองอ่าน เจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์ ต่อได้


วิธีเช็คสภาพกีต้าร์จากภาพก่อนตัดสินใจ

  • เริ่มดูจากหัวกีต้าร์ก่อน เพราะเป็นจุดที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดหลายอย่าง ทั้งโลโก้ สภาพลูกบิด ร่องรอยการใช้งาน และความเรียบร้อยโดยรวมของเครื่อง
  • ดูแนวคอ Fingerboard และเฟรตต่อทันที หากภาพชัดพอจะช่วยให้ประเมินได้ว่ามีรอยสึกมากน้อยเพียงใด เฟรตเรียบดีหรือไม่ และไม้ยังดูสมบูรณ์อยู่หรือเปล่า
  • เช็คบริเวณหน้าตัวกีต้าร์ให้ละเอียด ทั้งผิวสี ลายไม้ ปิ๊กอัพ ปุ่มควบคุม สะพานสาย และชิ้นส่วนโลหะต่าง ๆ เพราะจุดเหล่านี้บอกได้ทั้งเรื่องความสวยงามและการดูแลรักษา
  • อย่าดูเฉพาะด้านหน้า ควรดูด้านหลังหัวกีต้าร์ ด้านหลังคอ และด้านหลังตัวกีต้าร์ด้วย เพราะรอยใช้งานจริงมักเห็นชัดจากมุมเหล่านี้มากกว่า
  • หากมีภาพระยะใกล้ของขอบเครื่อง มุมตัวกีต้าร์ หรือรอยเล็ก ๆ ควรดูให้ครบ เพราะจุดเล็กน้อยเหล่านี้มีผลต่อการประเมินสภาพและราคามากกว่าที่หลายคนคิด

บอดี้ด้านหลังมุมใกล้ เห็นลายไม้ ฝาหลัง และผิวสีแดงชัดเจน

แนวเพลงและสไตล์การเล่นที่เหมาะกับกีต้าร์รุ่นนี้

  • แนว Classic Rock และ Blues เข้ากันได้ดีกับกีต้าร์ลักษณะนี้ เพราะเสียงกลางเด่น เสียงหนา และตอบสนองน้ำหนักมือได้ชัด เวลาเล่นจึงควบคุมอารมณ์ของเสียงได้ง่าย
  • หากใช้กับเสียงแตกแบบ Overdrive หรือ Distortion ระดับกลางขึ้นไป Humbucker จะช่วยให้เสียงอิ่มและฟังเต็มขึ้น โดยยังรักษาความชัดของโน้ตไว้ได้ดี
  • สำหรับงาน Pop Rock หรือเพลงที่ต้องการเสียงคลีนนุ่ม ๆ รุ่นนี้ก็ยังใช้งานได้ดี เพียงปรับปุ่ม Volume และ Tone ให้เหมาะสม ก็สามารถได้เสียงคลีนที่นุ่ม ไม่แข็ง และมีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ชอบปรับเสียงจากตัวกีต้าร์โดยตรงจะสนุกกับระบบ 2 Volume / 2 Tone เพราะเปลี่ยนบุคลิกเสียงได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งเอฟเฟคมากเกินไป


วิธีดูแลกีต้าร์มือสองหลังรับมาใช้งาน

  • เมื่อรับกีต้าร์มาแล้ว ควรทดลองเสียบแอมป์และเช็คการทำงานของปุ่มต่าง ๆ ทันที เพื่อดูว่าปุ่มหมุนลื่นหรือไม่ สวิตช์ทำงานครบหรือเปล่า และมีเสียงรบกวนผิดปกติหรือไม่
  • ควรทำความสะอาดสาย Fingerboard และชิ้นส่วนโลหะอย่างเหมาะสม โดยใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับกีต้าร์ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและทำให้กีต้าร์ดูพร้อมใช้มากขึ้น
  • หากรู้สึกว่าสายสูงเกินไป เล่นยาก หรือเสียงเพี้ยนง่าย อาจให้ช่างช่วยตั้งคอและตั้งสายใหม่ เพราะการปรับจุดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อความสบายมืออย่างมาก
  • การเก็บรักษาก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเก็บไว้ใน Case เมื่อไม่ได้ใช้งาน และหลีกเลี่ยงความชื้นสูงหรืออากาศร้อนจัด เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อไม้ คอ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของกีต้าร์โดยตรง
  • หากซื้อกีต้าร์มือสองจากต่างประเทศ การขอภาพเพิ่มและถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจยังเป็นสิ่งที่ควรทำเสมอ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อได้มาก


สรุปภาพรวมการใช้งาน

     กีต้าร์ตัวนี้ให้ทั้งคุณภาพเสียง งานประกอบ และบุคลิกเสียงที่ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของ Les Paul ในระดับที่จริงจังขึ้น ไม่ว่าจะซื้อมาเพื่อเล่น ใช้อัดเสียง หรือเก็บสะสม ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจครบถ้วน


     สิ่งสำคัญในการเลือกกีต้าร์มือสองคือการดูสภาพจริงให้ละเอียด ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ขายให้ครบ และพิจารณาว่าลักษณะเสียงกับวิธีการเล่นของตนเองเข้ากับกีต้าร์รุ่นนี้หรือไม่ หากเลือกได้ตรงกับความต้องการ กีต้าร์ลักษณะนี้สามารถอยู่กับผู้เล่นได้อีกยาว และยังเป็นเครื่องดนตรีที่ให้แรงบันดาลใจได้ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาเล่น

ขอบหัวกีต้าร์มุมใกล้ เห็นผิวไม้ ลูกบิด และรายละเอียดขอบชัดเจน

คลิป YouTube
เครดิต : Andertons Music Co

สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น