การหาเอฟเฟคกีต้าร์ที่ให้เสียงแตกแบบแอมป์อังกฤษคลาสสิกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมือกีต้าร์หลายคนไม่ได้ต้องการเพียงเสียงที่แรงหรือหนาเท่านั้น แต่ยังต้องการความชัดของโน้ต ความแน่นของเสียงกลาง และการตอบสนองต่อปลายนิ้วขณะเล่นจริงด้วย คุณสมบัติเหล่านี้เองที่ทำให้แอมป์ Marshall หลายรุ่นกลายเป็นต้นแบบของเสียงร็อกมาอย่างยาวนาน และ Ravenstone 1959 Distortion ก็เป็นเอฟเฟคก้อนที่นำเสน่ห์ของโทนเสียงเหล่านั้นมาไว้ในขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย และเหมาะกับทั้งคนที่เล่นที่บ้าน คนที่ซ้อมกับวง และคนที่ต้องการโทนร็อกแบบจริงจังโดยไม่ต้องพกหัวแอมป์ขนาดใหญ่
เอฟเฟคกีต้าร์ประเภท Distortion มีหน้าที่มากกว่าการทำให้เสียงแตก เพราะยังช่วยกำหนดบุคลิกของเสียงกีต้าร์โดยตรง หากเลือกก้อนที่เหมาะสม เสียงคอร์ดจะมีพลังมากขึ้น เสียงริฟฟ์จะชัดขึ้น และเวลาโซโล่ก็จะโดดเด่นขึ้นโดยไม่ต้องเร่งทุกอย่างจนเสียงแข็งเกินไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมือกีต้าร์จำนวนมากจึงให้ความสำคัญกับก้อน Distortion พอ ๆ กับตัวกีต้าร์หรือแอมป์ที่ใช้อยู่
เสน่ห์ของโทนแอมป์อังกฤษอยู่ที่เสียงกลางที่เด่นแต่ไม่อึดอัด ปลายแหลมมีความคมพอดี และปลายต่ำยังคงความแน่นไว้ได้ดี ทำให้โทนลักษณะนี้เข้ากับดนตรีหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Blues, Classic Rock, Hard Rock หรือแนวร่วมสมัยที่ต้องการเสียงแตกชัดเจน แต่ยังฟังออกว่าเล่นอะไรอยู่
ด้วยเหตุนี้ มือกีต้าร์หลายคนจึงมองหาเอฟเฟคที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงแอมป์จริง ทั้งในเรื่องน้ำหนักของเสียงและการตอบสนองเวลาเล่นเบาหรือเล่นแรง โดยเฉพาะก้อนที่สามารถให้โทนใหญ่ มีมิติ และปรับใช้งานได้หลายแบบในตัวเดียว ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการจัดชุดเอฟเฟคให้ใช้งานง่าย แต่ยังได้เสียงที่จริงจัง
Ravenstone 1959 Distortion กับแนวคิด Marshall Tone In A Box
คำว่า Amp In A Box หมายถึงเอฟเฟคก้อนที่พยายามถ่ายทอดลักษณะเสียงของแอมป์ชื่อดังให้ออกมาอยู่ในรูปแบบที่พกพาง่าย ใช้งานสะดวก และเข้าถึงได้ง่ายกว่าการใช้แอมป์หลอดขนาดใหญ่ สำหรับเอฟเฟครุ่นนี้ จุดเด่นสำคัญคือการนำลักษณะเสียงของแอมป์ Marshall ระดับตำนานหลายยุคมารวมไว้ในก้อนเดียว จึงเหมาะกับคนที่ชอบโทนร็อกแบบอังกฤษและต้องการช่วงเสียงที่กว้างพอสำหรับหลายแนวเพลง
โทนที่ถูกพูดถึงมากในเอฟเฟคก้อนนี้คือเสียงแนว Bluesbreaker, Super Lead Plexi และ JCM800 ซึ่งแต่ละแบบมีคาแรคเตอร์ต่างกันอย่างชัดเจน Bluesbreaker จะให้เสียงอุ่น ฟังนุ่ม และตอบสนองต่อการเล่นได้ดี เหมาะกับเพลง Blues หรือ Classic Rock ที่ต้องการความหวานของเสียง ส่วน Plexi จะมีความพุ่งมากขึ้น เสียงเปิด และมีแรงปะทะ เหมาะกับริฟฟ์ร็อกที่ต้องการพลังชัดเจน ขณะที่ JCM800 จะให้ภาพของเสียงร็อกที่เข้มขึ้น แน่นขึ้น และเหมาะกับการเล่นทั้งคอร์ดหนัก ๆ และโซโล่ที่ต้องการความโดดเด่น
เมื่อรวมโทนลักษณะนี้ไว้ในก้อนเดียว ผู้เล่นจึงไม่ต้องเลือกว่าจะเอาเพียงเสียงแตกแบบใดแบบหนึ่ง แต่สามารถปรับให้เหมาะกับเพลง สไตล์การเล่น และอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ได้กว้างกว่าเดิม นี่เป็นเหตุผลที่ก้อนแนวนี้ได้รับความนิยมในหมู่มือกีต้าร์ที่อยากได้โทนแอมป์คลาสสิกโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หลายชิ้น
Ravenstone 1959 Distortion โครงสร้าง วัสดุ และงานออกแบบ
จากลักษณะภายนอก ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูแข็งแรงและพร้อมใช้งานจริง ตัวเครื่องที่ทำจากโลหะเป็นจุดสำคัญ เพราะช่วยรับแรงกระแทกได้ดีกว่าบอดีพลาสติก และยังเหมาะกับการวางบน Pedalboard ที่ต้องมีการขยับ ย้าย หรือเหยียบใช้งานอยู่บ่อย ๆ สำหรับคนที่เล่นสดหรือพกอุปกรณ์ไปซ้อมนอกบ้าน ความแข็งแรงของโครงสร้างถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
งานออกแบบโดยรวมให้ความรู้สึกคลาสสิกตามสไตล์อุปกรณ์สายร็อก ใช้ตัวเครื่องสีเข้มตัดกับปุ่มสีทอง ทำให้ดูเด่นและอ่านตำแหน่งปุ่มได้ค่อนข้างง่าย แม้ในสภาพแสงไม่มากก็ยังมองเห็นการตั้งค่าหลักได้ชัดเจน รายละเอียดบนหน้าก้อนจัดวางอย่างเข้าใจง่าย คนที่เพิ่งเริ่มใช้เอฟเฟคก้อนก็สามารถทำความเข้าใจการทำงานของแต่ละปุ่มได้ไม่ยาก
ปุ่มหลักที่ให้มาถือว่าครอบคลุมการใช้งานสำคัญได้ครบพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Drive สำหรับปรับระดับความแตก Volume สำหรับควบคุมความดัง Tone สำหรับปรับความสว่างหรือความนุ่มของเสียง และ Tight ที่ช่วยจัดระเบียบความแน่นของเสียงแตก ทำให้ผู้เล่นปรับโทนได้ทั้งแบบง่าย ๆ และแบบละเอียดมากขึ้นเมื่อเริ่มคุ้นมือ
โหมดเสียงและลักษณะการใช้งานของแต่ละแบบ
จุดเด่นที่ทำให้เอฟเฟคก้อนนี้น่าสนใจคือการแบ่งโหมดเสียงให้เลือกใช้ตามลักษณะเสียงที่ต้องการ โดยไม่ทำให้การใช้งานยุ่งยากเกินไปสำหรับมือใหม่ หากต้องการเสียงแตกที่อุ่นและมีความเป็นวินเทจมากขึ้น โหมดเกนต่ำจะให้คาแรคเตอร์แบบแอมป์เก่า เสียงมีความนุ่ม ฟังสบาย และยังตอบสนองกับน้ำหนักมือได้ดี เหมาะกับเพลง Blues เพลงร็อกคลาสสิก หรือไลน์โซโล่ที่ต้องการเสียงหวานและไม่แข็งเกินไป
หากต้องการเสียงที่พุ่งขึ้น แน่นขึ้น และเหมาะกับการเล่นคอร์ดหรือริฟฟ์ที่ต้องการแรงส่งมากขึ้น โหมดเกนสูงจะตอบโจทย์กว่า เสียงจะมีแรงปะทะชัดขึ้น เหมาะกับแนวร็อกและ Hard Rock ที่ต้องการความแน่น แต่ยังไม่ถึงขั้นอัดจนพร่ามัว
อีกโหมดที่น่าสนใจคือ #34 Mode ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโทนร็อกสายหนักที่มีความคมและไดนามิกกว้างกว่าเดิม เหมาะกับคนที่ชอบเสียงโซโล่พุ่ง ๆ หรือริฟฟ์ที่ต้องการน้ำหนักมากขึ้น โดยยังให้ความรู้สึกเป็นเสียงแอมป์อยู่ ไม่ได้แบนหรือแข็งแบบเอฟเฟคแตกบางก้อนที่เน้นแรงอย่างเดียว
การควบคุมโทนเสียงให้เหมาะกับกีต้าร์และแอมป์
สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญไม่ใช่การหมุนทุกปุ่มให้มากที่สุด แต่คือการเข้าใจว่าปุ่มแต่ละตัวมีผลต่อเสียงอย่างไร ปุ่ม Drive จะกำหนดว่าความแตกมากน้อยเพียงใด หากปรับต่ำ เสียงจะเปิดและเก็บรายละเอียดของการดีดได้มาก แต่หากปรับสูงขึ้น เสียงจะหนาและเข้มขึ้น เหมาะกับริฟฟ์หนักหรือโซโล่ที่ต้องการมวลเสียงมากขึ้น
ปุ่ม Tone ใช้ปรับความสว่างของเสียง หากเสียงแหลมบาดหูเกินไปก็ลดลงได้ แต่หากเสียงทึบเกินไปก็เพิ่มขึ้นเพื่อให้เสียงเปิดมากขึ้น ส่วน Volume ไม่ได้มีไว้เพิ่มความดังอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับระดับเสียงให้สมดุลกับโหมดอื่นหรือกับเสียงคลีนของแอมป์ได้ด้วย ซึ่งสำคัญมากเวลาสลับเสียงระหว่างเล่นเพลงเดียวกัน
ส่วนปุ่ม Tight ถือว่าเป็นจุดที่ช่วยให้เอฟเฟคก้อนนี้ปรับตัวเข้ากับอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น หากใช้กีต้าร์ที่ปลายต่ำมากหรือใช้แอมป์ที่เสียงหนาอยู่แล้ว การปรับ Tight ให้กระชับขึ้นจะช่วยให้เสียงคมขึ้นและไม่พร่า แต่หากอยากได้ความฟูและความหนาแบบวินเทจก็สามารถลดความกระชับลงได้เช่นกัน
ระบบไฟ 9V ถึง 18V ช่วยอะไรกับเสียง
เอฟเฟคก้อนนี้รองรับไฟตั้งแต่ 9V ถึง 18V ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่เริ่มจริงจังกับการจัดระบบเอฟเฟค หลายคนอาจคิดว่าไฟมีหน้าที่เพียงทำให้อุปกรณ์ทำงาน แต่ในความจริง แรงดันไฟมีผลต่อลักษณะของเสียงด้วย เมื่อใช้ไฟ 9V เสียงมักจะให้ความรู้สึกแน่น อิ่ม และเล่นง่าย เหมาะกับคนที่ชอบโทนร็อกแบบดั้งเดิมและไม่ต้องการเสียงที่เปิดมากเกินไป
เมื่อเปลี่ยนไปใช้ไฟ 18V เสียงมักจะโปร่งขึ้น มีพื้นที่ของเสียงมากขึ้น และตอบสนองต่อรายละเอียดของการเล่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาเล่นคอร์ดหลายสายหรือเล่นแรง ๆ พร้อมกัน เสียงจะไม่อัดรวมกันง่าย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความชัดและอยากให้แต่ละโน้ตแยกจากกันได้ดีขึ้น
สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ไฟ 18V ตั้งแต่แรก แต่ควรรู้ไว้ว่านี่คือความยืดหยุ่นที่ช่วยให้เอฟเฟคก้อนเดียวกันให้ความรู้สึกในการเล่นต่างกันได้พอสมควร เมื่อใช้งานไปสักระยะแล้วจะเริ่มเข้าใจเองว่าชอบความแน่นแบบ 9V หรือความเปิดแบบ 18V มากกว่า
True Bypass คืออะไร และสำคัญอย่างไร
True Bypass คือระบบที่ช่วยให้สัญญาณกีต้าร์วิ่งผ่านเอฟเฟคโดยไม่ถูกเปลี่ยนลักษณะเมื่อเราปิดก้อนนั้นอยู่ พูดง่าย ๆ คือเมื่อไม่เปิดใช้งาน เสียงกีต้าร์จะยังคงใกล้เคียงเสียงเดิมมากที่สุด จุดนี้สำคัญกับคนที่ต่อเอฟเฟคหลายก้อน เพราะยิ่งมีอุปกรณ์อยู่ในสายสัญญาณมากเท่าไร โอกาสที่เสียงจะดรอปหรือหม่นลงก็ยิ่งมีมากขึ้น การมี True Bypass จึงช่วยรักษาความชัดของสัญญาณต้นทางได้ดีขึ้น
เหมาะกับมือกีต้าร์แบบไหน และใช้งานแบบใดได้บ้าง
เอฟเฟคก้อนนี้เหมาะกับคนที่ชอบโทนร็อกแบบอังกฤษเป็นพื้นฐาน และอยากได้เสียงแตกที่มีเสียงกลางชัด ฟังมีพลัง แต่ยังปรับเล่นได้หลายแนว ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Hard Rock อย่างเดียว หากคุณเล่นตั้งแต่เพลง Blues เพลงร็อกคลาสสิก ไปจนถึงเพลงร็อกที่หนักขึ้นอีกหน่อย ก้อนนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ใช้งานได้กว้าง
ในแง่การใช้งานจริง ผู้เล่นสามารถใช้เป็นก้อน Distortion หลักของบอร์ดได้เลย หรือจะใช้ผลักหน้าแอมป์ให้แตกมากขึ้นก็ได้เช่นกัน หากต้องการเสียงโซโล่เด่นขึ้น อาจตั้งเกนไว้ระดับกลางแล้วเพิ่ม Volume ขึ้นอีกเล็กน้อย แต่หากต้องการเสียงริฟฟ์ที่แน่นและชัด ก็อาจลดเกนลงเล็กน้อยแล้วใช้ Tight ช่วยเก็บปลายต่ำให้กระชับขึ้น
อีกข้อที่น่าสนใจคือก้อนนี้สามารถปรับให้เข้ากับกีต้าร์หลายแบบได้พอสมควร หากใช้กีต้าร์ที่เสียงใสและแหลมมาก ก็ลด Tone ลงเพื่อเพิ่มความอุ่นได้ แต่หากใช้กีต้าร์ที่เสียงหนาอยู่แล้ว ก็อาจเพิ่ม Tone หรือปรับ Tight ให้มากขึ้นเพื่อให้เสียงไม่ทึบจนเกินไป มือใหม่จึงสามารถเรียนรู้เรื่องการจับคู่กีต้าร์กับเอฟเฟคจากก้อนนี้ได้ค่อนข้างดี
ความคุ้มค่าในมุมของคนเล่นดนตรีจริง
สิ่งที่ทำให้เอฟเฟคก้อนหนึ่งน่าใช้ ไม่ได้อยู่แค่จำนวนฟังก์ชันหรือคำโฆษณาบนตัวสินค้า แต่อยู่ที่ว่าเมื่อต่อเข้าระบบแล้ว เสียงที่ได้เอาไปใช้งานจริงง่ายเพียงใด สำหรับรุ่นนี้ จุดแข็งคือการให้โทนที่ชัดเจนตั้งแต่แรก มีแนวทางเสียงชัดว่ามาทางร็อกแบบอังกฤษ และมีปุ่มที่ช่วยให้ปรับได้ละเอียดพอ โดยไม่ซับซ้อนเกินไป
หากมองในมุมของคนเล่นดนตรีจริง ก้อนนี้เหมาะกับคนที่อยากได้โทนแอมป์คลาสสิกในรูปแบบที่พกง่าย วัสดุแข็งแรง ใช้งานไม่ยาก และปรับให้เข้ากับอุปกรณ์รอบตัวได้พอสมควร ยิ่งสำหรับคนที่ต้องการเอฟเฟคก้อนเดียวที่ครอบคลุมตั้งแต่เสียงแตกอุ่น ๆ ไปจนถึงร็อกที่หนักขึ้น ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งลักษณะของเสียง ความยืดหยุ่นในการปรับ และความพร้อมสำหรับการใช้งานจริงทั้งซ้อม เล่นสด หรืออัดเสียง
คลิป YouTube
เครดิต :
EFF2hand
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น