กีต้าร์ทรง Hollow Body เป็นเครื่องดนตรีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งด้านรูปลักษณ์และน้ำเสียง จุดเด่นของกีต้าร์ประเภทนี้คือให้เสียงโปร่ง อบอุ่น และมีมิติ จึงเหมาะกับคนที่ชอบเล่นเพลง Jazz, Blues หรือ Pop ที่ต้องการเสียงนุ่ม ฟังสบาย รุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นกับกีต้าร์ทรงนี้คือ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez AF75 เพราะมีทั้งความสวยแบบคลาสสิก ระบบไฟฟ้าที่พร้อมใช้งาน และสเปกที่ออกแบบมาให้เล่นได้ง่าย ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้เล่นที่มีประสบการณ์
โครงสร้างของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez AF75 และแนวคิดการออกแบบ
Ibanez AF75 เป็นกีต้าร์ทรง Hollow Body หรือกีต้าร์บอดี้โปร่งทั้งใบ ภายในมีช่องอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งต่างจากกีต้าร์ไฟฟ้าแบบบอดี้ตันที่ใช้ไม้ทึบเป็นหลัก โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยให้เสียงกังวานขึ้น และให้บุคลิกเสียงที่นุ่มกว่าเมื่อเทียบกับกีต้าร์ไฟฟ้าทรงทั่วไป
ตัวกีต้าร์รุ่นนี้ใช้ไม้ Linden ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง จุดเด่นของไม้ชนิดนี้คือน้ำหนักไม่มากเกินไป และให้โทนเสียงค่อนข้างสมดุล เสียงที่ได้จึงไม่แข็งหรือบางเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการเสียงอบอุ่น แต่ยังอยากได้ความชัดของตัวโน้ตเมื่อเสียบแอมป์
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้รุ่นนี้ดูโดดเด่นคือรูปทรงแบบกีต้าร์ Jazz คลาสสิก พร้อมช่อง F-Hole บนหน้าบอดี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการสะท้อนเสียงแล้ว ยังทำให้ตัวกีต้าร์ดูมีเอกลักษณ์ และให้บรรยากาศแบบวินเทจอย่างชัดเจน
คอและฟิงเกอร์บอร์ดที่ออกแบบมาให้เล่นสบาย
คอของรุ่นนี้เป็นคอแบบ Set-In ซึ่งหมายถึงการยึดคอเข้ากับตัวกีต้าร์อย่างแน่นหนา ข้อดีคือช่วยให้การสั่นของสายส่งต่อไปยังตัวกีต้าร์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้เสียงทอดยาวและฟังนุ่มขึ้น
วัสดุคอใช้ไม้ Nyatoh ในโครงสร้างแบบ AF Artcore ส่วนฟิงเกอร์บอร์ดใช้ไม้ Walnut ที่มีการเดินขอบ ทำให้ดูเรียบร้อยและช่วยให้สัมผัสขณะเล่นลื่นมือขึ้น รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีผลทั้งต่อความสวยงามและความรู้สึกขณะใช้งานจริง
บนฟิงเกอร์บอร์ดมี Acrylic Block Inlay ช่วยให้มองตำแหน่งเฟรตได้ง่าย เหมาะมากสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ยังต้องคอยสังเกตตำแหน่งนิ้วอยู่เสมอ ขณะที่ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ก็ยังได้ประโยชน์ในเรื่องความชัดเจนเวลาเล่นบนเวทีหรือขณะซ้อม
กีต้าร์รุ่นนี้มี 20 เฟรต และใช้ Medium Frets ซึ่งเป็นขนาดที่เล่นได้ง่ายทั้งการจับคอร์ดและการเล่นเมโลดี ส่วนรัศมีฟิงเกอร์บอร์ด 305 MmR ช่วยให้วางนิ้วได้สบายขึ้น โดยเฉพาะเวลาเล่นคอร์ดหลายเสียงหรือเลื่อนนิ้วไปตามคอ
ระบบปิ๊กอัพของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez AF75 กับโทนเสียงที่หลากหลาย
ภาคไฟฟ้าของรุ่นนี้ใช้ปิ๊กอัพแบบ HH หรือ Humbucker จำนวน 2 ตัว ติดตั้งที่ตำแหน่งคอและตำแหน่ง Bridge โดยเป็นรุ่น Classic Elite แบบ Passive Ceramic จุดเด่นของปิ๊กอัพลักษณะนี้คือให้เสียงหนา ลดเสียงจี่ได้ดี และใช้งานได้กับแนวเพลงที่หลากหลายกว่าที่หลายคนคิด
ถ้าเลือกใช้ปิ๊กอัพหน้า จะได้เสียงที่นุ่ม ลึก และอบอุ่น เหมาะกับการเล่นทำนองช้า การเก็บรายละเอียดของโน้ต หรือการเล่นแนว Jazz ที่ต้องการเสียงละมุน ส่วนปิ๊กอัพหลังจะให้เสียงที่ชัดและพุ่งมากขึ้น เหมาะกับการตีคอร์ด การเล่นริฟ หรือท่อนโซโล่ที่ต้องการให้เสียงเด่นขึ้นอีกเล็กน้อย
ตัวกีต้าร์มีสวิตช์เลือกปิ๊กอัพ 3 ทาง ทำให้ผู้เล่นสลับลักษณะเสียงได้สะดวก ไม่ว่าจะอยากได้เสียงนุ่ม เสียงกลางที่สมดุล หรือเสียงที่คมชัดขึ้น ก็ปรับให้เหมาะกับเพลงและสไตล์การเล่นได้ไม่ยาก
สำหรับมือใหม่ จุดนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะกีต้าร์เพียงตัวเดียวสามารถให้ลักษณะเสียงได้หลายแบบ เพียงเปลี่ยนตำแหน่งปิ๊กอัพและปรับปุ่มควบคุมให้เหมาะกับสิ่งที่กำลังเล่นอยู่
ฮาร์ดแวร์ที่ช่วยให้ใช้งานได้มั่นคงและเสียงนิ่ง
Bridge ของรุ่นนี้ใช้ Gibraltar Performer Bridge ซึ่งช่วยให้สายวางตัวได้มั่นคง และช่วยถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนไปยังตัวกีต้าร์ได้ดีขึ้น ผลที่ได้คือเสียงนิ่ง ฟังชัด และมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเล่นผ่านแอมป์
ส่วน Tailpiece ใช้รุ่น VT60 ซึ่งเข้ากับรูปลักษณ์ของกีต้าร์ทรงนี้ได้ดีมาก ทำให้ภาพรวมดูคลาสสิกและสมดุลกับรูปทรงของตัวกีต้าร์ นอกจากช่วยเสริมความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้การตอบสนองของสายมีความสม่ำเสมอมากขึ้นด้วย
ฮาร์ดแวร์สี Chrome ช่วยเสริมให้ตัวกีต้าร์ดูสะอาดและมีความหรูอย่างเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาดเกินไป เหมาะกับคนที่ชอบกีต้าร์ลุควินเทจแต่ยังดูร่วมสมัย
อีกจุดที่น่าสนใจคือระยะห่างสาย 10.5 มม. ซึ่งให้ความรู้สึกค่อนข้างพอดีมือ ไม่แคบจนเล่นยาก และไม่กว้างจนต้องออกแรงควบคุมมากเกินไป
ขนาดตัวกีต้าร์และความรู้สึกเวลาอุ้มเล่น
สเกลของรุ่นนี้อยู่ที่ 628 มม. ซึ่งเป็นระยะที่ทำให้ความตึงของสายไม่สูงเกินไป ผู้เล่นจึงกดสายได้สบาย เหมาะทั้งสำหรับคนที่ชอบเล่นคอร์ดต่อเนื่อง และคนที่เน้นเล่นเมโลดีทีละโน้ต
ขนาดตัวกีต้าร์ยาวประมาณ 19 1/2 นิ้ว กว้าง 15 3/4 นิ้ว และลึกสูงสุด 3 5/8 นิ้ว ถือว่าเป็นขนาดมาตรฐานของกีต้าร์ Hollow Body แบบคลาสสิก เมื่ออุ้มเล่นจะรู้สึกว่าตัวกีต้าร์มีขนาดใหญ่กว่ากีต้าร์ไฟฟ้าทรง Solid Body แต่ก็แลกมาด้วยเสียงที่มีมิติและมีบุคลิกชัดเจนกว่า
คนที่เพิ่งเริ่มเล่นกีต้าร์ทรงนี้อาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับขนาดของตัวกีต้าร์อยู่บ้าง แต่เมื่อคุ้นแล้วจะพบว่ารูปทรงลักษณะนี้ให้ความรู้สึกมั่นคง และเหมาะมากกับการนั่งเล่นเป็นเวลานาน
กีต้าร์ทรงนี้เหมาะกับแนวเพลงแบบไหน
กีต้าร์ Hollow Body มักถูกนึกถึงในแนว Jazz เป็นอันดับแรก เพราะให้เสียงนุ่มและมีความลึกในตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว กีต้าร์ทรงนี้ใช้งานได้กว้างกว่านั้นมาก
- แนว Jazz เหมาะมากกับเสียงปิ๊กอัพหน้าที่ให้ความนุ่มและความอบอุ่นของตัวโน้ต
- แนว Blues ให้ลักษณะเสียงที่มีความหวาน และตอบสนองอารมณ์การเล่นได้ดี
- แนว Pop สามารถใช้ตีคอร์ดหรือเล่นเมโลดีได้ เสียงฟังสบาย ไม่แข็งหู
- แนว Classic Rock ใช้งานได้ดีเมื่อต้องการโทนวินเทจที่มีความหนาและชัด
- งานบันทึกเสียงในห้องอัดเหมาะกับกีต้าร์ทรงนี้มาก เพราะให้เนื้อเสียงต่างจากกีต้าร์ไฟฟ้าบอดี้ตันอย่างชัดเจน
จุดสำคัญคือรุ่นนี้ไม่ใช่กีต้าร์ที่เหมาะเฉพาะคนเล่น Jazz เท่านั้น แต่ยังเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มสีสันให้เสียงกีต้าร์ของตัวเองด้วย
จุดเด่นของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez AF75 สำหรับผู้เริ่มต้นและผู้เล่นจริงจัง
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือความสมดุลระหว่างรูปลักษณ์ สเปก และการใช้งานจริง ผู้เริ่มต้นจะชอบเพราะจับคอร์ดง่าย เสียงไม่แข็ง และมองตำแหน่งเฟรตได้ชัด ส่วนผู้เล่นที่มีประสบการณ์แล้วจะมองเห็นข้อดีเรื่องลักษณะเสียง งานประกอบ และบุคลิกแบบกีต้าร์ Jazz ดั้งเดิม
การใช้ไม้ Linden ทำให้โทนเสียงฟังเป็นกลางและเข้าถึงง่าย ขณะที่ปิ๊กอัพ Classic Elite ช่วยให้เสียงมีพลังพอสำหรับการเล่นผ่านแอมป์ โดยไม่ทำให้ความอบอุ่นของตัวกีต้าร์หายไป
อีกข้อที่หลายคนชอบคือรูปลักษณ์ของรุ่นนี้ดูโดดเด่นโดยไม่ต้องพยายามมาก เพียงหยิบขึ้นมาก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีตัวตนชัดเจน เหมาะทั้งกับคนที่เล่นอยู่บ้าน ซ้อมกับวง หรือใช้ขึ้นเวทีเล็ก ๆ
วิธีเลือกสายและการตั้งเสียงให้เหมาะกับ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez AF75
- สายจากโรงงานใช้ขนาด .010/.013/.017/.030/.042/.052 ซึ่งเป็นชุดที่สมดุลทั้งความตึงของสายและความชัดของเสียง
- ถ้าอยากได้สัมผัสนุ่มมือและกดง่าย ควรเลือกสายที่มีขนาดใกล้เคียงเดิม เพื่อให้ลักษณะเสียงของกีต้าร์ยังคงเดิมมากที่สุด
- ถ้าอยากได้เสียงที่แน่นขึ้นและตีคอร์ดได้มีน้ำหนักมากขึ้น อาจเลือกสายที่เหมาะกับแรงมือของตัวเอง แต่ควรค่อย ๆ ปรับเพื่อให้คุ้นมือ
- การตั้งสายมาตรฐาน 1E, 2B, 3G, 4D, 5A, 6E เหมาะกับการใช้งานทั่วไป และช่วยให้เรียนคอร์ดหรือเพลงใหม่ได้สะดวก
- หลังเปลี่ยนสายใหม่ ควรยืดสายเบา ๆ และตั้งเสียงซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้สายเข้าที่เร็วขึ้น
- ก่อนซ้อมหรือก่อนขึ้นเล่น ควรเช็คการตั้งสายทุกครั้ง เพราะกีต้าร์ที่เสียงตรงจะช่วยให้การซ้อมได้ผล และเล่นร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายกว่า
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
- สายแจ็คที่มีคุณภาพช่วยลดสัญญาณรบกวน และทำให้รายละเอียดของเสียงออกมาได้ชัดขึ้น
- เครื่องตั้งสายแบบ Clip-On เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี เพราะช่วยให้ตั้งเสียงได้รวดเร็วและแม่นยำ
- สายสะพายที่รองรับน้ำหนักได้ดีช่วยให้ยืนเล่นนานขึ้นอย่างสบาย โดยเฉพาะเวลาเล่นต่อเนื่องหลายเพลง
- กระเป๋าหรือเคสที่บุหนาจะช่วยป้องกันตัวกีต้าร์ได้ดี เพราะกีต้าร์ทรง Hollow Body มีขนาดตัวกีต้าร์ใหญ่กว่าทรงทั่วไป
- ผ้าเช็ดและน้ำยาดูแลเครื่องดนตรีช่วยให้ผิวกีต้าร์และฮาร์ดแวร์ยังดูสะอาด น่าใช้งานอยู่เสมอ
- ที่ตั้งกีต้าร์แบบมั่นคงช่วยให้หยิบใช้งานง่าย และลดความเสี่ยงจากการวางพิงผิดมุม
การดูแลรักษากีต้าร์ฮอลโลว์บอดี้ให้ใช้งานได้นาน
- ควรเก็บกีต้าร์ไว้ในที่อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงจุดที่ร้อนจัดหรือชื้นจัด เพราะมีผลต่อไม้และงานประกอบ
- หลังเล่นเสร็จควรเช็ดสาย คอ และบริเวณที่มือสัมผัสบ่อย เพื่อลดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรก
- ควรตรวจสภาพเฟรต นัต Bridge และลูกบิดเป็นระยะ เพื่อให้กีต้าร์ยังเล่นลื่นและตั้งสายได้ตรง
- การเปลี่ยนสายตามรอบการใช้งานจะช่วยให้เสียงยังสด และตอบสนองได้ดี
- หากต้องเดินทางบ่อย ควรใช้เคสที่พอดีกับตัวกีต้าร์เพื่อลดแรงกระแทกระหว่างขนย้าย
- ถ้าไม่ได้เล่นเป็นเวลานาน ควรเก็บให้เรียบร้อยและตรวจเช็คสภาพก่อนหยิบกลับมาใช้ทุกครั้ง
ผู้เล่นแบบไหนที่เหมาะกับกีต้าร์รุ่นนี้
- คนที่ชอบเสียงนุ่ม อบอุ่น และมีความโปร่งของตัวโน้ต จะเข้ากับกีต้าร์ทรงนี้ได้ง่าย
- คนที่เล่นเพลง Jazz, Blues, Pop หรือ Classic Rock จะใช้ศักยภาพของรุ่นนี้ได้เต็มที่
- คนที่อยากได้กีต้าร์ที่หน้าตาดูคลาสสิก แต่ยังใช้งานกับแอมป์และอุปกรณ์สมัยใหม่ได้สะดวก จะรู้สึกว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์มาก
- ผู้เริ่มต้นที่อยากลองกีต้าร์ทรง Hollow Body เป็นตัวแรก สามารถเริ่มจากรุ่นนี้ได้ เพราะสเปกไม่ซับซ้อนและเข้าใจง่าย
- นักดนตรีที่อยากมีกีต้าร์อีกหนึ่งตัวไว้สำหรับงานอัดเสียงหรือเพลงที่ต้องการโทนอบอุ่น จะได้ตัวเลือกที่เพิ่มสีสันให้การเล่นอย่างชัดเจน
สรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
Ibanez AF75 เป็นกีต้าร์ที่เหมาะกับคนที่ต้องการมากกว่าการใช้งานทั่วไป เพราะมีทั้งลักษณะเสียงที่ชัด งานออกแบบที่สวย และความรู้สึกเวลาเล่นที่ต่างจากกีต้าร์ไฟฟ้าทรงทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ถ้าคุณชอบเสียงนุ่ม มีความกังวาน และอยากได้กีต้าร์ที่ใช้ได้ทั้งการซ้อม การอัดเสียง และการเล่นจริง รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
สำหรับมือใหม่ รุ่นนี้ช่วยให้เข้าใจเสน่ห์ของกีต้าร์ Hollow Body ได้ไม่ยาก ส่วนคนที่เล่นมาระยะหนึ่งแล้วก็จะเห็นคุณค่าของรายละเอียดเรื่องวัสดุ โครงสร้าง และลักษณะเสียงที่รุ่นนี้ให้มาอย่างครบถ้วน
คลิป YouTube
เครดิต :
GregsGuitars - Gregor Hilden
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น