กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP พลังเสียงโมเดิร์น คอเล่นไว พร้อม Fishman Fluence และ Edge-Zero II

กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP โชว์มุมหน้ากับมุมหลัง สีเมทัลลิค พร้อมรายละเอียดทรงบอดี้และคอ

     ถ้าคุณกำลังเลือกกีต้าร์ไฟฟ้าสักตัว ไม่ควรดูแค่ทรงหรือสีที่ถูกใจเท่านั้น แต่ควรพิจารณาให้ครบทั้ง “วัสดุ โครงสร้าง และระบบไฟฟ้า” เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อทั้งโทนเสียงและความสบายมือเวลาจับเล่นจริง กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบเล่นคล่อง เล่นเร็ว และต้องการเสียงแตกแบบโมเดิร์นที่ยังคงความชัดของโน้ต รีวิวนี้จะอธิบายทีละส่วนแบบอ่านง่าย ตั้งแต่คอ ไม้ ฟิงเกอร์บอร์ด เฟรต ไปจนถึงปิ๊กอัพและบริดจ์ เพื่อให้มือใหม่เห็นภาพว่าจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ตรงไหน และควรสังเกตอะไรเวลาเลือกเครื่องดนตรีแนวนี้

กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP มุมหน้าทั้งตัว เห็นปิ๊กอัพคู่และบริดจ์คันโยกชัด เหมาะสายเล่นเทคนิค

โครงสร้างและงานออกแบบของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP

     สิ่งแรกที่หลายคนรู้สึกได้เมื่อจับเล่น คือ “คอ” ของรุ่นนี้เป็นทรง Wizard III ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคอบางและเล่นคล่อง เหมาะกับการโซโล่และการเล่นโน้ตเร็ว โครงสร้างคอทำแบบ 5 ชิ้น (Maple/Walnut) ช่วยให้คอแข็งแรง คงรูป และรับแรงดึงของสายได้ดี โอกาสที่คอจะบิดงอหรือเพี้ยนจากการใช้งานหนักจึงลดลง

มุมหลังทั้งตัว เห็นคอไม้สีอ่อน บอดี้สีเมทัลลิค และฝาหลังวงจรเรียบเนียน

  • Maple: ให้โทนเสียงคม ชัด และตอบสนองไว
  • Walnut: เติมความแน่นและความอุ่น ทำให้เสียงไม่บาง
  • คอแบบหลายชิ้น: เพิ่มความเสถียรและช่วยให้คอทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น


     ตัวบอดี้ทำจากไม้ Nyatoh ซึ่งมักให้โทนเสียงย่านกลางเด่นและค่อนข้างอุ่น ทำให้เสียงคอร์ดและริฟฟ์ฟัง “เต็ม” มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้เสียงแตก โทนรวมจึงเหมาะกับแนวร็อกและเมทัลสมัยใหม่ที่ต้องการความแน่นและความชัด


     ฟิงเกอร์บอร์ดใช้ไม้ Ebony จุดเด่นคือผิวสัมผัสเรียบและเนื้อไม้แข็ง ทำให้กดแล้วได้เสียงโน้ตคม ชัด และนิ่ง เวลาเล่นโน้ตเร็วหรือสไลด์นิ้วจึงลื่นมือ เฟรตเป็น Jumbo Frets จำนวน 24 เฟรต ช่วยให้กดได้ถนัดขึ้น และทำให้ขึ้นไปเล่นเสียงสูงช่วงท้ายคอได้สะดวก เหมาะกับคนที่ชอบโซโล่หรือกำลังฝึกเทคนิคมือซ้าย


ระบบไฟฟ้าและปิ๊กอัพ Fishman Fluence ของรุ่น RGR6BSP

     หัวใจของเสียงในรุ่นนี้คือปิ๊กอัพ Fishman Fluence Modern Humbucker แบบ Active จุดเด่นคือให้สัญญาณที่นิ่ง เสียงคมชัด และมีกำลังขับสูง จึงทำให้เวลาใช้เสียงแตกยังได้รายละเอียดของโน้ตครบ เสียงไม่ฟุ้งและไม่เละง่าย มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่นเสียงแตกมักจะชอบ เพราะได้ยินความชัดของแต่ละโน้ตมากขึ้น

โคลสอัพบอดี้ด้านหน้า เห็นปิ๊กอัพคู่ บริดจ์คันโยก และปุ่มวอลลุ่มโทน จับรายละเอียดฮาร์ดแวร์ชัด

  • ปิ๊กอัพคอ (Alnico): โทนอบอุ่น นุ่ม เหมาะกับเสียงคลีนและโซโล่ที่ต้องการความละมุน
  • ปิ๊กอัพบริดจ์ (Ceramic): โทนคมและแรง เหมาะกับริฟฟ์หนัก และเสียงแตกแบบ High Gain
  • ระบบ Active: ช่วยลดสัญญาณรบกวน และทำให้เสียงคงที่เวลาใช้เอฟเฟคหรือเพิ่ม Gain


     บริดจ์เป็น Edge-Zero II ซึ่งเป็นระบบคันโยกแบบล็อคคู่ ทำงานร่วมกับ Locking Nut ช่วยให้ตั้งสายอยู่ได้ดี แม้จะใช้คันโยกบ่อย เช่น Dive Bomb หรือไวบราโตหนัก เหมาะกับคนที่อยากเล่นคันโยกจริงจัง แต่ยังอยากให้กีต้าร์ตั้งเสียงอยู่และกลับมาคีย์เดิมได้ง่าย


มิติของคอและความสบายในการเล่น

     สเกล 25.5 นิ้ว (648 มม.) เป็นสเกลมาตรฐานที่ให้แรงตึงกำลังดี เล่นจูนมาตรฐานได้สบาย และยังให้ความชัดของโน้ตเวลาตีเร็ว คอกว้าง 43 มม. ที่นัต และกว้างขึ้นที่ช่วงเฟรต 24 ทำให้ช่วงปลายคอมีพื้นที่พอสำหรับการกดโน้ตสูง โดยไม่รู้สึกอึดอัด


     อีกจุดที่ช่วยให้โซโล่ลื่นคือรัศมีฟิงเกอร์บอร์ด 400 มม. (ค่อนข้างแบน) ข้อดีคือเวลาดันสาย โอกาสที่เสียงจะไปติดเฟรตจะน้อยลง มือใหม่ที่ยังคุมแรงนิ้วไม่คงที่จึงเล่นได้ง่ายขึ้น


สายจากโรงงานและการใช้งานจริง

     รุ่นนี้ติดตั้งสาย D’Addario EXL120 เบอร์ .009–.042 มาจากโรงงาน ซึ่งเป็นขนาดสายที่หลายคนคุ้นมือ ข้อดีคือเบนด์ง่าย เล่นโซโล่สบาย และเหมาะกับการฝึกเทคนิคพื้นฐานที่ต้องอาศัยความคล่อง เช่น Alternate Picking, Legato และการสลับสายเร็ว

  • ขนาดสาย .009 ทำให้ใช้น้ำหนักนิ้วน้อยลง เหมาะกับมือใหม่
  • ถ้าต้องการความแน่นของเสียงมากขึ้น สามารถเปลี่ยนเป็น .010 ได้ (แต่ควรตั้งคอและตั้งบริดจ์ใหม่เล็กน้อย)
  • ระยะห่างสาย 10.8 มม. ช่วยให้ดีดสลับสายได้แม่น ลดโอกาสไปโดนสายข้างเคียง


การเซ็ตอัพ Edge-Zero II ของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP ให้คงสายและเล่นคันโยกได้มั่นใจ

โคลสอัพด้านหลังบอดี้ เห็นฝาหลังสปริงบริดจ์และช่องวงจร จัดวางเรียบร้อย

  • ตั้งบริดจ์ให้ “ขนานกับหน้ากีต้าร์” ก่อนเสมอ: ถ้าบริดจ์เชิดขึ้น แปลว่าสายดึงบริดจ์ขึ้นมากกว่าสปริงดึงลง ให้ขันสกรูแคลว์เข้าทีละนิดจนบริดจ์กลับมาขนาน
  • เปลี่ยนขนาดสายหรือเปลี่ยนการจูนแล้วควรเช็คใหม่: เพราะบริดจ์อาจเอียงและทำให้ Intonation เพี้ยน
  • ตั้ง Intonation แบบเป็นขั้นตอน: จูนสายให้ตรง → เทียบเสียงสายเปล่ากับเสียงกดเฟรต 12 → ปรับ Saddle จนโน้ตตรง (ทำทีละสาย)
  • ล็อคนัตตามลำดับที่ถูกต้อง: จูนให้ตรงก่อน → ขันล็อคนัตพอแน่น → จูนละเอียดด้วย Fine Tuner บนบริดจ์
  • รักษาจุดหมุนให้สะอาด: บริเวณมีดบริดจ์และจุดหมุนควรสะอาดและไม่แห้งเกินไป เพื่อให้สายกลับมาตรงหลังใช้คันโยก
  • ตั้งความสูงสาย (แอคชั่น (Action)) จากการเล่นจริง: ให้ไม่ติดเฟรตตอนตีแรง แต่ยังโซโล่ลื่น โดยเฉพาะเมื่อใช้ Jumbo frets
  • ถ้าคันโยกรู้สึกแข็งหรือย้วย: ปรับแรงสปริงและมุมคันโยกให้เข้ามือ จะคุมไวบราโตและ Dive Bomb ได้แม่นขึ้น


เลือกแอมป์และเอฟเฟคให้เข้ากับ Fishman Fluence Modern

  • ถ้าชอบเสียงแตกแน่นแบบโมเดิร์น: เลือกแอมป์หรือ Plugin ที่ย่านกลางชัด แล้วค่อยเพิ่ม Gain ทีละขั้น เพื่อให้ยังได้รายละเอียดโน้ต
  • ถ้าต้องการเสียงคลีนใสสำหรับคอร์ด: ลด Gain เพิ่ม Headroom และใช้ Compressor แบบเบา ๆ ช่วยให้คอร์ดนิ่งและฟังมีมิติ
  • ตั้ง EQ แบบใช้งานจริง:

          - ตัดย่านต่ำที่ฟุ้งเล็กน้อยเพื่อให้ริฟฟ์กระชับ

          - ดันย่านกลางพอให้โน้ต “ทะลุ” เวลาเล่นรวมวง

          - คุมย่านแหลมไม่ให้แสบหูเมื่อเร่งเสียงแตก

  • เอฟเฟคที่เข้าคู่กับปิ๊กอัพ Active:

          - Noise gate ช่วยคุมซ่าเวลาเปิด Gain สูง

          - Delay และ Reverb แบบสั้น ช่วยให้โซโล่ลื่นแต่ไม่เละ

          - Overdrive แบบบูสต์หน้าแอมป์ ช่วยให้ปิ๊กกิ้งคมขึ้น

  • ตั้งวอลุ่มบนตัวกีต้าร์เป็น “จุดอ้างอิง”: ปรับให้บาลานซ์กับแอมป์ก่อน แล้วใช้มือคุมไดนามิกเวลาต้องการเบา-ดัง
  • ถ้าเล่น Live: ควรลองซาวด์ด้วยความดังจริง เพราะย่านเบสและย่านแหลมให้ความรู้สึกต่างจากตอนซ้อมในห้อง



การดูแลรักษาและการใช้งานระยะยาว

     กีต้าร์ที่ใช้ระบบล็อคคู่และปิ๊กอัพแบบ Active จะใช้งานได้นานขึ้นถ้าดูแลให้ถูกวิธี โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรยุ่งยาก เพียงทำพื้นฐานให้สม่ำเสมอ

  • เก็บในที่อุณหภูมิไม่ร้อนจัดและความชื้นเหมาะสม เพื่อลดโอกาสคอเพี้ยน
  • เช็ดสายและคอหลังเล่นทุกครั้ง ช่วยลดคราบเหงื่อและการเกิดสนิม
  • ทำความสะอาดฟิงเกอร์บอร์ด Ebony เป็นระยะ (หลีกเลี่ยงน้ำยาที่แรงเกินไป)
  • ตรวจความตรงคอและค่า แอคชั่น (Action) เมื่อเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนฤดู
  • ถ้าต้องเปลี่ยนสายทั้งชุด แนะนำทำทีละสาย เพื่อคุมสมดุลของบริดจ์ได้ง่าย


     สรุปแล้ว รุ่นนี้เด่นเรื่องเล่นคล่อง เสียงชัด และคุมเสียงแตกได้ดี เหมาะกับคนที่อยากจริงจังกับเทคนิค แต่ยังต้องการเครื่องดนตรีที่ใช้งานไม่ยุ่งยาก เมื่อเข้าใจโครงสร้างและการเซ็ตอัพพื้นฐาน คุณจะใช้ศักยภาพของรุ่นนี้ได้เต็มที่ทั้งซ้อม เล่นสด และบันทึกเสียง

กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RGR6BSP มุมเฉียง เห็นปิ๊กอัพสีฟ้าและบริดจ์คันโยกเด่น โทนดุดันสไตล์โมเดิร์น

สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


รีวิวโดย gooddymusic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น