กีต้าร์โปร่ง Yamaha FG830 เป็นกีต้าร์ที่คนไทยนิยมมานาน เพราะให้เสียงดี โครงสร้างแข็งแรง และคุ้มค่ากับงบที่จ่าย รุ่นนี้เหมาะตั้งแต่มือใหม่ที่อยากได้กีต้าร์เล่นสบายมือ ไปจนถึงคนที่เล่นมาระยะหนึ่งและอยากได้เสียงอะคูสติกที่ “สมดุล” คือไม่แหลมบาดหูและไม่ทึบเกินไป ใช้ได้ทั้งซ้อมที่บ้าน เล่นกับเพื่อน หรืออัดเสียงอย่างง่ายในสตูดิโอขนาดเล็ก
โครงสร้างและแนวคิดการออกแบบของ กีต้าร์โปร่ง Yamaha FG830 ที่ควรรู้
ทรง Dreadnought ขนาด 41 นิ้ว เป็นทรงกีต้าร์โปร่งที่พบได้บ่อยและไว้ใจได้ จุดเด่นคือ “ลำตัวกีต้าร์” ค่อนข้างใหญ่ จึงให้เสียงดัง พุ่ง และย่านเสียงต่ำแน่น เหมาะกับการตีคอร์ดร้องเพลงแนวโฟล์ก ป๊อป รวมถึงการเล่นอะคูสติกสมัยใหม่ที่ต้องการเสียงเต็ม
Yamaha ใช้โครงสร้างแบบคลาสสิกที่ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งและความทนทาน ตัวเครื่องแข็งแรง ไม่เปราะบาง แต่ยังมีน้ำหนักที่พอดี จึงถือเล่นได้นานโดยไม่ล้าเกินไป จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ซ้อมเป็นเวลานานหรือเล่นต่อเนื่องหลายเพลง
ไม้ท็อปโซลิดสปรูซกับบทบาทต่อคุณภาพเสียง
ด้านหน้าของตัวเครื่องใช้ไม้ท็อปโซลิดสปรูซแท้ (Solid Spruce Top) ซึ่งเป็นวัสดุยอดนิยมในกีต้าร์โปร่งตั้งแต่ระดับมาตรฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพ จุดเด่นของไม้สปรูซคือรับแรงดีดได้ไว ทำให้เสียงใส โปร่ง และคุมความดัง-เบาได้ดี เวลาเล่นไปนาน ๆ หน้าไม้จะ “เปิดเสียง” มากขึ้น พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือโทนจะนุ่มขึ้นและมีมิติขึ้นเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
ด้านข้างและด้านหลังใช้ไม้โรสวูด (Rosewood) ซึ่งช่วยให้เสียงโดยรวม “อิ่ม” และมีความลึก ย่านเสียงต่ำกับย่านเสียงกลางจะฟังเต็มขึ้น แต่ยังไม่ทึบจนกลบรายละเอียด เหมาะทั้งการเกานุ่ม ๆ และการตีคอร์ดแรง ๆ โดยยังได้ความชัดของโน้ตและคอร์ด
ลองฟังโทนเสียงจริง 1:19 นาที
คลิป YouTube
เครดิต : Gear4music Guitars
วัสดุคอ ฟิงเกอร์บอร์ด และความรู้สึกในการเล่นของ กีต้าร์โปร่ง Yamaha FG830 สำหรับมือใหม่
คอทำจากไม้ Nato (Nato) จุดเด่นคือแข็งแรงและทนต่อสภาพอากาศได้ดี ช่วยลดโอกาสคอโก่งหรือบิดในระยะยาว ส่วนฟิงเกอร์บอร์ดเป็นไม้โรสวูด สัมผัสลื่นมือ เหมาะกับทั้งการกดคอร์ดและการเล่นทำนองไล่โน้ต (เช่น ฝึกสเกล)
นัทกว้าง 43 มม. เป็นขนาดมาตรฐานที่มือส่วนใหญ่จับแล้วพอดี ไม่แคบจนกดคอร์ดแล้วรู้สึกอึดอัด และไม่กว้างจนต้องยืดนิ้วมากเกินไป ส่วนสเกลยาว 25.6 นิ้ว ช่วยให้แรงตึงของสายอยู่ในระดับเหมาะสม เสียงจึงชัด ควบคุมโทนได้ง่าย เหมาะทั้งการฝึกพื้นฐานและการเล่นใช้งานจริง
ระบบนัท แซดเดิล และฮาร์ดแวร์
นัทและแซดเดิลเป็นวัสดุยูเรีย (Urea) ซึ่งช่วยให้การถ่ายทอดแรงสั่นจากสายค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำให้เสียงแต่ละสายฟังสมดุลขึ้น ลูกบิดโลหะโครเมียมแบบมีฝาครอบให้ความแน่นหนา หมุนได้ละเอียด จึงตั้งสายได้ค่อนข้างแม่นและนิ่ง เหมาะกับมือใหม่ที่ยังฝึกการตั้งสายอยู่
การใช้งานจริงและแนวทางการเลือกเครื่องดนตรีให้เหมาะกับผู้เล่น
รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องดนตรี “ตัวเดียวจบ” ใช้ได้หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ซ้อมทุกวัน เล่นผ่อนคลาย ไปจนถึงอัดเสียงแบบพื้นฐานในสตูดิโอที่บ้าน โทนเสียงมีความสมดุล ไม่แหลมหรือทึบเกินไป จึงใช้ไมโครโฟนหรืออุปกรณ์อัดเสียงทั่วไปแล้วได้เสียงที่ฟังเป็นธรรมชาติ และนำไปปรับแต่งต่อได้ไม่ยาก
สายจากโรงงานเป็น D’Addario เบอร์ 11 ให้แรงตึงกำลังดี ไม่หนักมือเกินไป แต่ยังได้ความชัดของเสียง เหมาะกับคนที่อยากเล่นสบายมือและยังคงพลังเสียงไว้ หากอยากปรับ “ลักษณะเสียง” ให้เข้ากับแนวที่เล่น ก็เปลี่ยนเบอร์สายหรือชนิดสายได้ตามสไตล์ของตัวเอง
ความคุ้มค่าและการดูแลรักษาเครื่องดนตรี
งานเคลือบเงา (Gloss) ช่วยปกป้องผิวไม้และทำให้ตัวเครื่องดูสวยสะอาดตา วิธีดูแลง่าย ๆ คือเก็บในกระเป๋าที่แถมมาเมื่อไม่ได้เล่น และหลีกเลี่ยงความชื้นจัดกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนเร็ว เช่น วางใต้แอร์ที่เป่าตรง ๆ หรือไว้ในรถที่ร้อนจัด เพื่อให้ไม้คงสภาพและใช้งานได้นาน
การซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วยให้มั่นใจเรื่องของแท้และการรับประกัน ซึ่งสำคัญสำหรับคนที่ตั้งใจใช้เครื่องดนตรีระยะยาว เพราะหากมีปัญหาจะติดต่อบริการหลังการขายได้ง่ายกว่า และสบายใจกว่าเรื่องอะไหล่ในอนาคต
การตั้งค่าเครื่องดนตรีให้เล่นสบายมือและเสียงนิ่งของ กีต้าร์โปร่ง Yamaha FG830 อย่างเป็นขั้นตอน
การตั้งค่า (Setup) ที่ดีช่วยให้กดคอร์ดง่าย ลดอาการเจ็บนิ้ว และทำให้เสียงแต่ละสายออกมาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกีต้าร์ทรง Dreadnought ที่ให้พลังเสียงสูง หากตั้งไม่พอดีอาจเกิดเสียงสั่นที่เฟร็ต หรือเล่นแล้วรู้สึกหนักมือเกินไป
- ตั้งสายให้ตรงคีย์ก่อนเช็คทุกอย่างเสมอ เพราะแรงตึงสายมีผลต่อคอและ Action
- เช็ค Neck Relief แบบง่าย ๆ โดยกดสายที่เฟร็ตต้นคอและเฟร็ตช่วงกลาง แล้วดูช่องว่างบริเวณเฟร็ตกลาง ๆ ว่าไม่มากหรือน้อยเกินไป
- ฟังอาการ Fret Buzz ด้วยการดีดทีละสายไล่ทุกเฟร็ต ถ้าพบเฉพาะบางจุด มักเกี่ยวกับความสูง Action หรือสภาพเฟร็ต
- ตรวจความสูงสายที่นัทและแซดเดิล ถ้าสูงเกินไปจะกดคอร์ดเหนื่อย ถ้าต่ำเกินไปจะสั่นง่าย
- เช็ค Intonation โดยเทียบเสียงสายเปล่ากับเสียงที่เฟร็ต 12 เพื่อให้คอร์ดและทำนองไม่เพี้ยน
- หากต้องปรับเหล็กดามคอ ให้ปรับทีละน้อย แล้วรอให้ไม้ปรับตัว อย่าหมุนรวดเดียวหลายรอบ
ลำดับการดูแลหลังใช้งาน เพื่อถนอมฮาร์ดแวร์และผิวเคลือบเงา
- เช็ดเหงื่อและคราบนิ้วบริเวณสาย ฟิงเกอร์บอร์ด และจุดที่มือสัมผัสบ่อยด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
- คลายสายเล็กน้อยได้เมื่อเก็บยาวหลายสัปดาห์ แต่ไม่ควรคลายจนหย่อนมาก เพราะอาจกระทบความเสถียรของคอ
- หมุนลูกบิดด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกระชากสายแรง ๆ เพื่อถนอมเฟืองลูกบิดและลดโอกาสสายขาด
การเลือกเบอร์สายและโทนเสียงให้เข้ากับสไตล์การเล่น
โรงงานเลือกใช้สาย D’Addario เบอร์ 11 เพื่อความสมดุลระหว่าง “เล่นง่าย” กับ “พลังเสียง” แต่ผู้เล่นสามารถปรับโทนและสัมผัสมือได้ด้วยการเปลี่ยนชนิดสายให้เหมาะกับแนวทางของตัวเอง
- เบอร์ 10: แรงตึงน้อย กดง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือคนที่ซ้อมวันละนาน ๆ
- เบอร์ 11: สมดุล เหมาะกับการตีคอร์ดและเล่นผสมเกา ให้โทนใสและพลังที่กำลังดี
- เบอร์ 12: เสียงแน่นและดังขึ้น เหมาะกับการตีคอร์ดแรง ๆ หรือเล่นในวงอะคูสติก แต่ต้องใช้แรงกดมากขึ้น
- สายแบบ Coated: ยืดอายุ ลดคราบสนิม เหมาะกับคนเหงื่อออกง่ายหรือเล่นกลางแจ้งบ่อย
- ช่วงเวลาการเปลี่ยนสาย: หากเล่นบ่อยทุกวัน อาจเปลี่ยนทุก 4–8 สัปดาห์ หรือเร็วขึ้นเมื่อเสียงเริ่มทึบ ตั้งสายไม่คงที่ หรือผิวสายสากมือ
ดูแลไม้โซลิดและโรสวูดให้เสียงคงที่ในสภาพอากาศเมืองไทย
ไม้ท็อปโซลิดสปรูซและไม้โรสวูดให้เสียงดี แต่ควรดูแลเรื่องความชื้นและอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เสียงนิ่งและลดความเสี่ยงการบิดงอ
- รักษาความชื้นในห้องประมาณ 45–55% ถ้าห้องแห้งมากให้ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หรือใส่ตัวเพิ่มความชื้นในกระเป๋า
- หลีกเลี่ยงการวางใกล้แอร์โดยตรง แดดจัด หรือในรถที่ร้อน เพราะความร้อนทำให้ไม้ขยายตัวเร็วและเสี่ยงเกิดรอย
- เช็ดทำความสะอาดหลังเล่นทุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณฟิงเกอร์บอร์ดโรสวูด เพื่อไม่ให้คราบเหงื่อสะสม
- หากต้องบำรุงฟิงเกอร์บอร์ด ให้ใช้น้ำมันบำรุงไม้ที่เหมาะสมในปริมาณน้อย และทำเป็นครั้งคราว ไม่ควรทาบ่อยจนเยิ้ม
- เก็บในกระเป๋าที่แถมมาเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อกันฝุ่น ลดการกระแทก และช่วยให้สภาพแวดล้อมรอบตัวเครื่องคงที่มากขึ้น
เช็คลิสต์ก่อนซื้อ กีต้าร์โปร่ง Yamaha FG830 และตอนรับกีต้าร์ใหม่ให้มั่นใจ
เพื่อให้ได้เครื่องดนตรีที่เข้ามือและไม่มีจุดกวนใจตั้งแต่วันแรก แนะนำให้เช็คตามลำดับนี้ (ทำได้เองแม้เป็นมือใหม่)
- มองแนวคอจากหัวกีต้าร์ลงไปที่บอดี้ ควรดูตรง ไม่บิดซ้าย-ขวาแบบเห็นได้ชัด
- ไล่กดสายทีละเฟร็ตแล้วดีดฟัง เสียงควรออกครบ ไม่ควรมีเสียงสั่นแปลก ๆ ที่ดังเฉพาะบางเฟร็ต
- ลองตีคอร์ดพื้นฐาน (เช่น C, G, Am, D) ถ้ากดแล้วเจ็บมือมากผิดปกติ อาจเป็นเพราะความสูงสายยังไม่พอดี
- เช็คการตั้งเสียงแบบง่าย ๆ: ตั้งสายให้ตรง แล้วเทียบเสียงที่เฟร็ต 12 กับเสียงสายเปล่า ถ้าเพี้ยนมากควรให้ร้านช่วยตั้ง
- หมุนลูกบิดขึ้น-ลงเล็กน้อย ลองตั้งสายซ้ำ 2–3 รอบ ลูกบิดควรหมุนเนียน ไม่ฝืด และไม่หลวม
- ดูงานเคลือบเงาให้ทั่ว ทั้งหน้า หลัง และขอบ ไม่ควรมีรอยแตก รอยบวม หรือคราบที่เช็ดไม่ออก
- ตรวจสะพานสาย (Bridge) และบริเวณที่ยึดสาย ไม่ควรมีช่องว่างหรือรอยยกจากพื้นไม้
สิ่งที่ควรถามร้านเพื่อได้การตั้งค่าที่เหมาะกับมือใหม่
- ขอให้ช่วยปรับความสูงของสายให้กดคอร์ดได้ง่าย แต่ไม่เกิดเสียงสั่นหรือเสียงซ่าเวลาดีด โดยปรับให้เหมาะกับแรงนิ้วของคุณ
- ขอให้ตั้งสายให้ตรงก่อน แล้วช่วยตรวจว่าเสียงที่เฟร็ต 12 ตรงกับเสียงมาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้เล่นแล้วไม่เพี้ยน ก่อนจัดส่ง
- ถามวิธีดูแลเรื่องความชื้นให้เหมาะกับที่คุณเก็บกีต้าร์ (เช่น ห้องแอร์เปิดทั้งวัน)
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้เล่นง่ายขึ้นโดยไม่ต้องซื้อแพง
ถ้าอยากให้การซ้อมลื่นขึ้น อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นก็ช่วยได้มาก โดยเลือกแบบใช้งานจริงก่อนเรื่องความสวย
- จูนเนอร์แบบหนีบ: ตั้งเสียงได้เงียบ เหมาะกับการซ้อมที่บ้าน และช่วยให้ฝึกหูได้เร็วขึ้น
- ปิคหลายความหนา: ปิคบางจะตีคอร์ดนิ่ม ปิคหนาจะให้เสียงชัด ลอง 2–3 เบอร์แล้วเลือกที่เข้ามือ
- คาโป้: ช่วยเปลี่ยนคีย์ง่าย เล่นเพลงได้หลากขึ้น โดยไม่ต้องจับคอร์ดยากทันที
- สายสะพาย: ลดอาการเกร็งเวลาเล่นยืน และช่วยจัดท่าทางให้มือซ้ายอยู่ตำแหน่งที่สบาย
- ที่วางกีต้าร์: ลดความเสี่ยงล้มชน และทำให้หยิบมาซ้อมได้บ่อยขึ้น
- ผ้าไมโครไฟเบอร์: เช็ดคราบเหงื่อและคราบนิ้วได้ดี ช่วยรักษาผิวเคลือบเงาให้ดูใหม่
แผนซ้อม 7 วันสำหรับมือใหม่ให้จับคอร์ดคล่องและจังหวะนิ่ง
หัวใจของการเล่นกีต้าร์โปร่งคือ “คอร์ดนิ่ง + จังหวะนิ่ง” แผนนี้ใช้เวลาวันละไม่นาน แต่ถ้าทำสม่ำเสมอจะเห็นผลชัด
- วันที่ 1: ฝึกตั้งสายให้ตรงทุกครั้งก่อนซ้อม และฝึกจับคอร์ด C กับ Am ช้า ๆ ให้เสียงออกครบทุกสาย
- วันที่ 2: เพิ่มคอร์ด G และฝึกเปลี่ยน C→G แบบนับ 1–2–3–4 ให้มือขวาดีดเบา ๆ สม่ำเสมอ
- วันที่ 3: เพิ่มคอร์ด D และฝึกเปลี่ยน G→D→Em (ถ้าจับ Em ได้) เน้นความถูกต้องมากกว่าความเร็ว
- วันที่ 4: ฝึกจังหวะแบบ Downstroke ด้วยเมโทรนอม 60–70 BPM เพื่อให้มือขวานิ่ง
- วันที่ 5: เพิ่มรูปแบบ Down–Up แบบง่าย ๆ และฝึกไม่หยุดมือขวาแม้มือซ้ายจะเปลี่ยนคอร์ดยังไม่ทัน
- วันที่ 6: ฝึกการดีดเบา-ดัง เพื่อคุมอารมณ์เพลง เช่น ท่อนร้องเบา ท่อนฮุกดังขึ้นเล็กน้อย
- วันที่ 7: เลือก 1 เพลงที่มีคอร์ด 3–4 คอร์ด แล้วเล่นช้า ๆ ให้จบเพลง เน้นความต่อเนื่องและการตั้งสายก่อน-หลังเล่น
บทสรุปสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องดนตรีมาตรฐาน
ถ้าคุณอยากได้กีต้าร์โปร่งที่เสียงดี โครงสร้างแข็งแรง และงานผลิตไว้ใจได้ รุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งการฝึกพื้นฐานและการเล่นใช้งานจริงด้วยทรง Dreadnought 41 นิ้วที่ให้เสียงพุ่งและย่านเสียงต่ำแน่น หน้าไม้ Solid Spruce Top ช่วยให้เสียงใสตอบสนองดี ข้าง-หลัง Rosewood เพิ่มความอิ่มและมิติของเสียง รวมถึงสเปกคอและฟิงเกอร์บอร์ดที่เล่นคุ้นมือ ถ้าคุณอยากดูสเปกเต็ม สีที่มีให้เลือก และเงื่อนไขรับประกัน แนะนำกดลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดและเปรียบเทียบราคาได้ทันที
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น