ฝึกฟัง Bass Note เป็นวิธีที่ช่วยให้การแกะเพลงจากหูแม่นและเป็นระบบมากขึ้น เพราะเสียงเบสมักบอกทิศทางของ Harmony และ Chord Progression ได้ชัดกว่าการฟังคอร์ดทั้งก้อนตั้งแต่แรก หากคุณเคยฟังคอร์ดไม่ออก เดาไม่ถูกว่าคอร์ดเปลี่ยนตรงไหน หรือแกะเพลงแล้วหลงทาง การเริ่มจากเสียงต่ำสุดจะช่วยให้มองโครงสร้างเพลงได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาไปดูวิธีฟัง Bass Line การเชื่อมโยงกับ Functional Harmony และการใช้ Ear Training เพื่อแกะเพลงจริงให้เข้าใจมากขึ้น
ถ้าต้องการต่อยอดการฟังเสียงเบสไปสู่การแยกชนิดคอร์ด ควรอ่านเรื่อง ฝึกฟัง Chord Quality ควบคู่กัน เพราะจะช่วยให้แยก Major, Minor, Dominant และ Diminished ได้ชัดขึ้น
ฝึกฟัง Bass Note เพื่อจับ Chord Progression จากเสียงต่ำสุด
การแกะเพลงจากหูไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการฟังคอร์ดทั้งหมดพร้อมกันเสมอไป เพราะคอร์ดหนึ่งก้อนอาจมีทั้ง Root หรือเสียงหลักของคอร์ด, Third, Fifth, Tension และเสียงประสานอื่น ๆ ซ้อนอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะเพลงที่มีเปียโน กีต้าร์ เบส เสียงร้อง และเครื่องดนตรีหลายชิ้นเล่นพร้อมกัน
ถ้าเริ่มจาก Bass Note ก่อน หูจะมีจุดตั้งต้นที่ชัดกว่า เพราะเสียงต่ำสุดมักบอกได้ว่าคอร์ดกำลังวางอยู่บนฐานเสียงใดของเพลง แม้ Bass Note จะไม่ใช่ Root ของคอร์ดเสมอไป แต่ก็ช่วยลดจำนวนคอร์ดที่ต้องเดาได้มาก
ตัวอย่างเช่น ถ้าเพลงอยู่ในคีย์ C Major และเบสเคลื่อนเป็น
C → G → A → F
Chord Progression ที่เป็นไปได้อาจเกี่ยวข้องกับ
C → G → Am → F
หรือคอร์ดที่มีหน้าที่ใกล้เคียงกัน มากกว่าการเดาคอร์ดแบบไม่มีทิศทาง
นี่คือเหตุผลที่การฟังเสียงเบสเป็นทักษะสำคัญของคนแกะเพลง มือเบส มือกีต้าร์ นักเรียบเรียงเพลง และคนที่ต้องเล่นร่วมวงโดยไม่อยากพึ่งแผ่นคอร์ดตลอดเวลา
เริ่มจากเสียงต่ำสุดก่อนฟังคอร์ดทั้งก้อน
เวลาฟังเพลงหนึ่งท่อน ให้ลองลดความสนใจจากเสียงร้อง ทำนอง และเสียงคอร์ดด้านบนลงก่อน แล้วถามตัวเองว่า “เสียงต่ำสุดกำลังขยับไปทางไหน”
ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องรู้ทันทีว่าเป็นโน้ตอะไร ให้จับทิศทางของเสียงก่อน เช่น
- เสียงเบสอยู่ที่เดิม
- เสียงเบสเดินขึ้น
- เสียงเบสเดินลง
- เสียงเบสกระโดดเป็นช่วงกว้าง
- เสียงเบสเดินทีละขั้น
การฟังทิศทางก่อนชื่อโน้ตจริงช่วยลดความซับซ้อนของการแกะเพลง เพราะหูจะเริ่มเข้าใจรูปร่างของ Bass Line ก่อน จากนั้นจึงค่อยเชื่อมกลับไปหาโน้ตและคอร์ดที่ถูกต้อง
Bass Note ช่วยลดตัวเลือกของคอร์ดได้อย่างไร
สมมติว่าคุณได้ยิน Bass Note เป็น A ในเพลงคีย์ C Major คอร์ดที่เป็นไปได้อาจไม่ใช่แค่ Am เท่านั้น แต่อาจเป็น F/A หรือ Dm/A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเสียงด้านบนของคอร์ดและทำนองในจังหวะนั้น
ถึงอย่างนั้น การรู้ว่าเบสเป็น A ก็ช่วยจำกัดขอบเขตการวิเคราะห์ได้มาก เพราะคุณไม่ต้องเริ่มเดาคอร์ดทั้งหมดในคีย์ตั้งแต่ต้น แต่เริ่มพิจารณาจากคอร์ดที่สัมพันธ์กับโน้ต A ก่อน
นี่คือจุดที่ Ear Training เริ่มเชื่อมกับ Harmony อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การทายโน้ตแยกเดี่ยว แต่เป็นการฟังว่าโน้ตหนึ่งตัวกำลังทำหน้าที่อะไรในคอร์ดและในเพลง
ความสัมพันธ์ระหว่าง Bass Note, Root และ Inversion
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือการคิดว่า Bass Note ต้องเป็น Root ของคอร์ดเสมอ ในเพลงง่าย ๆ หลายเพลงอาจเป็นเช่นนั้นจริง แต่เพลงที่เรียบเรียงละเอียดขึ้นมักใช้ Slash Chord หรือ Inversion เพื่อทำให้ Bass Line เดินต่อเนื่องและฟังลื่นขึ้น
เมื่อ Bass Note เป็น Root ของคอร์ด
กรณีที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ Bass Note เป็น Root ของคอร์ด เช่น
C = C Major
F = F Major
G = G Major
Am = A Minor
ถ้ายังไม่มั่นใจว่า Root, 3rd และ 5th ทำงานร่วมกันอย่างไร ควรทบทวน เจาะลึกเรื่องคอร์ดกีต้าร์ ก่อน เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างคอร์ดจากโน้ตข้างในมากขึ้น
ถ้าเพลงอยู่ในคีย์ C Major และเบสเล่น C, F, G, C ตามลำดับ เราอาจเริ่มคาดเดาได้ว่าเพลงกำลังเคลื่อนจาก I ไป IV ไป V แล้วกลับมาที่ I
ตัวอย่าง
C → F → G → C
I → IV → V → I
Chord Progression ลักษณะนี้ฟังง่าย มีแรงดึงชัด และเหมาะสำหรับเริ่มฝึก เพราะ Bass Note กับชื่อคอร์ดตรงกันค่อนข้างมาก
เมื่อ Bass Note ไม่ใช่ Root ของคอร์ด
ในเพลงจริง เราอาจเจอคอร์ดลักษณะนี้
C/E
G/B
Am/C
F/A
ตัวอักษรหลังเครื่องหมาย Slash คือ Bass Note
ถ้าต้องการอ่านอ้างอิงเรื่อง Inversion เพิ่มเติม หัวข้อ Inverted Triads จาก University of Puget Sound อธิบายชัดเจนว่า Bass Note อาจเป็น Root, Third หรือ Fifth ของคอร์ดได้
เช่น C/E หมายถึงคอร์ด C Major แต่ให้ E อยู่เป็นเสียงเบส ดังนั้นถ้าคุณได้ยินเบสเป็น E แล้วรีบสรุปว่าเป็น Em ทันที ก็อาจแกะคอร์ดผิดได้
จุดนี้สำคัญมากสำหรับการแกะเพลงจากหู เพราะ Bass Note ช่วยให้เราเริ่มวิเคราะห์ได้ แต่ยังต้องฟังเสียงคอร์ดด้านบนร่วมด้วยเสมอ
วิธีตรวจว่า Bass Note เป็น Root หรือ Inversion
หลังจากหา Bass Note ได้แล้ว อย่าเพิ่งสรุปทันทีว่าโน้ตนั้นคือ Root ของคอร์ด ให้ฟังเสียงด้านบนของคอร์ดและทำนองร่วมด้วย
ลองถามตัวเอง 3 ข้อ
- เสียงเบสให้ความรู้สึกเหมือนจุดพักหลักของคอร์ดหรือไม่
- ทำนองด้านบนเข้ากับคอร์ดที่มี Bass Note เป็น Root จริงหรือไม่
- ถ้าเปลี่ยนเบสกลับไปที่ Root ของคอร์ด เสียงเพลงยังให้ความหมายเดิมหรือเปลี่ยนอารมณ์ไป
ตัวอย่างเช่น ถ้าเบสเล่น E แต่เสียงด้านบนมีลักษณะใกล้กับ C Major มากกว่า E Minor โอกาสสูงว่าเสียงนั้นอาจเป็น C/E ไม่ใช่ Em
ถ้าเล่นกีต้าร์ การรู้ว่าโน้ตในคอร์ดกีต้าร์แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร จะช่วยให้แยกได้ง่ายขึ้นว่า Bass Note กำลังอยู่บน Root, Third หรือ Fifth ของคอร์ด
ถ้าต้องการมองให้ชัดว่าโน้ตที่ได้ยินเป็น Root, Third หรือ Fifth ของคอร์ด ลองต่อยอดด้วย อ่านโน้ตบรรทัด 5 เส้นกับคอร์ดกีต้าร์ เพื่อเชื่อมการฟังกับการมอง Chord Tone บนโน้ตจริง
เชื่อม Bass Note กับ Functional Harmony
เมื่อเริ่มจับ Bass Note ได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการมองคอร์ดตามหน้าที่ ไม่ใช่มองเป็นเพียงชื่อคอร์ด เพราะ Chord Progression ไม่ได้เป็นแค่ชุดคอร์ดที่เรียงต่อกัน แต่เป็นการเคลื่อนของแรงดึง ความตึง และการคลี่คลายภายในเพลง
ถ้าต้องการเข้าใจภาพรวมของหน้าที่คอร์ดให้ลึกขึ้น ควรอ่านเรื่อง Functional Harmony ในเพลงป๊อป ควบคู่กัน เพราะจะช่วยให้เห็นว่าคอร์ดแต่ละตัวทำหน้าที่เป็นจุดพัก แรงดึง หรือจุดคลี่คลายในเพลงอย่างไร
ฟังหน้าที่ของคอร์ดในคีย์
ในคีย์ C Major สามารถมองหน้าที่พื้นฐานของคอร์ดได้แบบนี้
I = C
ii = Dm
iii = Em
IV = F
V = G
vi = Am
vii° = Bdim
ถ้า Bass Note เคลื่อนจาก C ไป G แล้วไป A และ F หูที่คุ้นกับ Functional Harmony จะเริ่มคาดเดาได้ว่าเพลงอาจกำลังเคลื่อนในกลุ่ม
I → V → vi → IV
หรือ
C → G → Am → F
การเคลื่อนแบบนี้ให้ความรู้สึกเริ่มจากจุดที่มั่นคง เคลื่อนไปหาแรงดึง เปลี่ยนอารมณ์ไปทางหม่นเล็กน้อย แล้วค่อยเปิดเสียงให้สว่างขึ้นด้วย IV
การฟังแบบนี้ช่วยให้เราไม่ได้จำคอร์ดเป็นชื่ออย่างเดียว แต่เข้าใจว่าคอร์ดแต่ละตัวกำลังทำหน้าที่อะไรในเพลง
ฟังแรงดึงระหว่าง Tonic, Subdominant และ Dominant
ถ้าอธิบายแบบกระชับ คอร์ดในเพลงมักมีแรงดึงหลัก ๆ 3 กลุ่ม
- Tonic ให้ความรู้สึกพัก เช่น I หรือ vi
- Subdominant ให้ความรู้สึกเปิดทาง เช่น IV หรือ ii
- Dominant ให้ความรู้สึกอยากกลับบ้าน เช่น V หรือ vii°
สำหรับผู้อ่านที่ต้องการอ้างอิงเชิงทฤษฎีเพิ่มเติม สามารถดูหัวข้อ Harmonic Function จาก University of Puget Sound เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของ Tonic, Dominant และ Pre-dominant ในระบบ Harmony ได้ลึกขึ้น
เมื่อฟัง Bass Line ควบคู่กับความรู้สึกเหล่านี้ คุณจะเริ่มจับได้ว่าเพลงกำลังพัก กำลังพาออกจากจุดเดิม หรือกำลังดึงกลับสู่จุดหลักของคีย์
นี่เป็นทักษะสำคัญสำหรับคนที่ต้องแกะคอร์ดให้เร็ว เพราะบางครั้งคุณอาจยังไม่รู้ชื่อคอร์ดทันที แต่รู้ก่อนว่าหน้าที่ของคอร์ดกำลังพาเพลงไปทางไหน
วิธีฝึก: ฝึกฟัง Bass Note แบบเป็นขั้นตอน
การฝึกควรทำเป็นลำดับ ไม่ควรเริ่มจากเพลงยากหรือพยายามบอกชื่อคอร์ดทันที เพราะจะทำให้หูรับข้อมูลมากเกินไปและเดาผิดง่าย
ขั้นที่ 1 ฟังเฉพาะเสียงต่ำสุดของเพลง
เลือกเพลงที่มีเครื่องดนตรีไม่ซับซ้อน เช่น เพลงป๊อป เพลงโฟล์ก หรือเพลงที่มีเสียงเบสชัด
ฟังหนึ่งท่อนสั้น ๆ ประมาณ 4-8 ห้อง แล้วจดจ่อเฉพาะเสียงต่ำสุดก่อน ยังไม่ต้องสนใจชื่อคอร์ดในรอบแรก
สิ่งที่ควรจับให้ได้ก่อนคือ
- เบสเปลี่ยนตรงไหน
- เบสเดินขึ้นหรือลง
- เบสอยู่โน้ตเดิมนานแค่ไหน
- เบสสัมพันธ์กับจังหวะหลักของเพลงอย่างไร
หากเพลงมีเสียง Kick Drum หรือกระเดื่องชัดมาก ให้ระวังอย่าสับสนระหว่างเสียงกระเดื่องกับเสียงเบสจริง เพราะสองเสียงนี้มักอยู่ในย่านต่ำใกล้กัน
ขั้นที่ 2 ร้องหรือฮัมตาม Bass Line
เมื่อเริ่มได้ยิน Bass Line แล้ว ให้ร้องตามโดยไม่ต้องกังวลว่าร้องเป็นชื่อโน้ตถูกหรือไม่
อาจใช้เสียงง่าย ๆ เช่น
ดุม → ดุม → ดุม → ดุม
หรือฮัมตามทิศทางของเสียงต่ำสุด
การร้องตามช่วยให้หูและร่างกายจำทิศทางเสียงได้ดีขึ้น เพราะคุณไม่ได้แค่ฟัง แต่กำลังเปลี่ยนเสียงที่ได้ยินให้กลายเป็นเสียงของตัวเอง
ขั้นที่ 3 หาโน้ตบนเครื่องดนตรี
หลังจากฮัมตามได้แล้ว ให้หยิบกีต้าร์ เบส หรือคีย์บอร์ดขึ้นมา แล้วลองหาโน้ตที่ตรงกับเสียงที่ร้อง
ถ้าใช้กีต้าร์ ให้เริ่มจากสายต่ำก่อน เพราะตำแหน่งนั้นใกล้กับบทบาทของ Bass Note มากกว่า
ถ้ายังไม่แม่นเรื่องตำแหน่งโน้ต การทบทวนตารางตัวโน้ต บรรทัด 5 เส้น และวิธีอ่านโน้ตดนตรีสากลจะช่วยให้เชื่อมเสียงที่ได้ยินกับชื่อโน้ตจริงได้เร็วขึ้น
ขั้นที่ 4 แปลง Bass Note เป็นคอร์ดที่เป็นไปได้
เมื่อหา Bass Note ได้แล้ว ให้ลองคิดคอร์ดที่เป็นไปได้ 2-3 ตัวเลือก แทนการสรุปทันที
ตัวอย่าง ถ้า Bass Note เป็น G ในคีย์ C Major อาจเป็น
G
Em/G
C/G
หรือคอร์ดอื่นที่ใช้ G เป็นเสียงเบส
จากนั้นให้ฟังเสียงด้านบนของคอร์ดเพื่อตรวจว่าเป็น Major, Minor, Slash Chord หรือคอร์ดที่มี Tension เพิ่มเข้ามา
วิธีนี้ช่วยให้แกะเพลงได้แม่นขึ้น เพราะคุณไม่ได้เดาจากเสียงเบสเพียงตัวเดียว แต่ใช้ Bass Note เป็นจุดเริ่มต้นในการวิเคราะห์ Harmony ทั้งก้อน
ขั้นที่ 5 เขียน Chord Progression แบบเลขโรมัน
หลังจากได้คอร์ดแล้ว ให้ลองเขียนเป็นเลขโรมัน เช่น
C → G → Am → F
I → V → vi → IV
การเขียนแบบนี้ช่วยให้มองเห็นรูปแบบได้ชัดขึ้น และทำให้นำความรู้ไปใช้กับเพลงคีย์อื่นได้ง่ายกว่าเดิม
ถ้าวันหนึ่งเจอเพลงในคีย์ G Major แล้วได้ Chord Progression เป็น
G → D → Em → C
คุณจะรู้ทันทีว่านี่คือโครงสร้างเดียวกัน คือ
I → V → vi → IV
นี่คือจุดที่การฟัง Bass Note เริ่มเปลี่ยนจากการแกะเพลงรายเพลง ไปสู่ความเข้าใจโครงสร้าง Harmony ที่นำไปใช้ซ้ำได้ในหลายเพลง
แบบฝึก 10 นาที: ฝึกฟัง Bass Note จากเพลงจริง
แบบฝึกนี้เหมาะสำหรับฝึกทุกวันโดยไม่ต้องใช้เวลานาน
นาทีที่ 1-2 ฟังท่อนเดิมซ้ำโดยไม่เล่นเครื่องดนตรี
เลือกท่อนเพลงสั้น ๆ เช่น Verse หรือ Chorus แล้วฟังซ้ำ 2-3 รอบ
เป้าหมายคือจับให้ได้ว่า Bass Note เปลี่ยนกี่ครั้ง ไม่ใช่ต้องรู้ชื่อโน้ตทันที
นาทีที่ 3-4 ฮัม Bass Line ตาม
ฮัมตามเสียงต่ำสุดให้ได้ใกล้เคียงที่สุด ถ้าฮัมไม่ได้ แปลว่าหูยังจับ Bass Line ไม่ชัด ให้ย้อนกลับไปฟังใหม่อีกครั้ง
นาทีที่ 5-6 หาโน้ตบนเครื่องดนตรี
ลองหาโน้ตที่ตรงกับเสียงที่ฮัม โดยเริ่มจากโน้ตแรกของท่อนก่อน อย่าเพิ่งแกะทั้งเพลงในครั้งเดียว
ถ้าหาโน้ตแรกได้ถูกต้อง การหาโน้ตต่อไปจะง่ายขึ้นมาก เพราะคุณจะเริ่มฟังเป็นระยะห่าง หรือ Interval ระหว่างโน้ตแต่ละตัว
นาทีที่ 7-8 เดาคอร์ดที่เป็นไปได้
นำ Bass Note ที่ได้มาคิดเป็นคอร์ดที่เป็นไปได้ แล้วลองเล่นบนกีต้าร์หรือคีย์บอร์ด
ให้ตรวจว่าเสียงคอร์ดเข้ากับทำนองและอารมณ์เพลงหรือไม่
ถ้าคอร์ดถูกชื่อแต่เสียงยังไม่เข้ากับเพลง อาจเป็นเพราะ Voicing, Inversion หรือ Tension ยังไม่ตรงกับต้นฉบับ
นาทีที่ 9-10 สรุปเป็น Chord Progression
เขียนคอร์ดที่ได้ออกมาเป็นลำดับ แล้วลองเล่นตามเพลงจริง
ถ้าเล่นตามแล้วรู้สึกว่าแรงดึงของเพลงใกล้เคียงต้นฉบับ แสดงว่าคุณเริ่มจับโครงสร้างได้ถูกทาง
ถ้าเสียงยังหลุด ให้กลับไปตรวจ Bass Note ก่อน ไม่ต้องรีบเปลี่ยนคอร์ดทั้งหมด เพราะจุดผิดมักอยู่ที่โน้ตเบสตัวใดตัวหนึ่งมากกว่าคอร์ดทั้งชุด
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง: ฝึกฟัง Bass Note ให้ไม่หลงทาง
เดาว่า Bass Note เป็น Root ทุกครั้ง
นี่คือข้อผิดพลาดสำคัญที่สุด เพราะเพลงจริงใช้ Inversion และ Slash Chord บ่อยมาก โดยเฉพาะเพลงที่ต้องการให้ Bass Line เดินต่อเนื่องและฟังลื่น
วิธีแก้คือให้ฟังเสียงด้านบนของคอร์ดทุกครั้ง และอย่าสรุปคอร์ดจาก Bass Note เพียงตัวเดียว
ฟังเสียงเบสไม่แยกจาก Groove
บางครั้งเบสไม่ได้เล่นแค่โน้ตยาว แต่เล่นเป็นรูปแบบที่สัมพันธ์กับ Groove ของกลอง ทำให้ผู้ฝึกอาจจับจังหวะได้ แต่ยังจับชื่อโน้ตไม่ได้
วิธีแก้คือแยกการฟังเป็นสองรอบ
- รอบแรก ฟัง Rhythm ของเบส
- รอบสอง ฟัง Pitch หรือระดับเสียงของเบส
เมื่อแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน การแกะ Bass Line จะง่ายขึ้นมาก
รีบแกะทั้งเพลงตั้งแต่ต้น
การแกะทั้งเพลงในครั้งเดียวทำให้หูเหนื่อยและจับผิดง่าย ควรเริ่มจาก 4 ห้อง หรือ 1 Phrase ก่อน
เมื่อแกะท่อนสั้น ๆ ได้แม่นแล้ว ค่อยขยายไปทั้ง Verse หรือ Chorus
วิธีนี้จะทำให้การฝึกมีคุณภาพมากกว่าการไล่ฟังทั้งเพลงแบบไม่มีระบบ
นำ Bass Note ไปใช้กับการโซโล่และการเรียบเรียงเพลง
เมื่อได้ยิน Bass Note ชัดขึ้น การเล่นโซโล่จะมีทิศทางมากขึ้น เพราะคุณรู้ว่าคอร์ดกำลังพาเพลงไปทางไหน และสามารถเลือก Target Note ให้สัมพันธ์กับคอร์ดได้แม่นกว่าเดิม
ตัวอย่างเช่น ถ้าเบสกำลังเคลื่อนจาก G ไป C ในคีย์ C Major คุณจะได้ยินแรงดึงจาก Dominant กลับสู่ Tonic การเลือกโน้ต B หรือ D บนคอร์ด G แล้วคลี่ลงมาหา C หรือ E บนคอร์ด C จะทำให้โซโล่มีจุดคลี่คลายที่ชัดขึ้น
สำหรับการเรียบเรียงเพลง Bass Note ยังช่วยควบคุมพื้นที่เสียงของทั้งวง ถ้าเบสเดินแน่นมาก มือกีต้าร์หรือคีย์บอร์ดอาจต้องเลือก Voicing ที่ไม่ชนย่านต่ำ เพื่อให้เพลงไม่รกและยังรักษา Groove ได้ชัด
มือกลองเองก็ได้ประโยชน์จากการฟัง Bass Line เพราะสามารถวาง Kick Drum ให้สัมพันธ์กับจังหวะสำคัญของเบสได้ดีขึ้น ส่วนมือเบสจะเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เล่นแค่โน้ตต่ำ แต่กำลังเป็นตัวเชื่อมระหว่าง Harmony, Rhythm และทิศทางของเพลงทั้งหมด
ฝึกให้หูเชื่อม Bass Line กับ Harmony ได้จริง
การฟัง Bass Note ให้เก่งไม่ใช่การจำชื่อโน้ตให้เร็วที่สุด แต่คือการเข้าใจว่าเสียงต่ำสุดกำลังพาเพลงไปทางไหน เมื่อฝึกจนเริ่มจับ Bass Line ได้ คุณจะฟังคอร์ดได้แม่นขึ้น แกะ Chord Progression ได้เร็วขึ้น และเข้าใจหน้าที่ของคอร์ดในเพลงจริงมากกว่าเดิม
ให้เริ่มจากเพลงง่าย ฟังท่อนสั้น ร้องตาม หาโน้ตบนเครื่องดนตรี แล้วค่อยแปลงเป็นคอร์ดและเลขโรมัน เมื่อทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ หูจะเริ่มจำรูปแบบของ Harmony ได้เอง และสามารถนำไปใช้ต่อได้ทั้งการแกะเพลง การซ้อม การโซโล่ การเรียบเรียงเพลง และการเล่นร่วมวง





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น