Ibanez RG450DXB กีต้าร์สายร็อกที่เด่นด้านความเร็ว ความแม่นยำ และพลังเสียง

กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RG450DXB สีขาว มุมตรงเต็มตัว เห็นบอดี้ คอ เฟรต และหัวกีต้าร์ชัดบนพื้นขาว

     กีต้าร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องดนตรีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับดนตรีร็อกและเมทัล ซึ่งต้องการทั้งความเร็วในการเล่น การตอบสนองของเสียง และความแข็งแรงของตัวกีต้าร์ หนึ่งในรุ่นที่คนเล่นกีต้าร์สายร็อกพูดถึงอยู่เสมอคือ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RG450DXB รุ่นนี้ต่อยอดมาจากตระกูล RG ของ Ibanez ที่ขึ้นชื่อเรื่องคอเล่นง่าย น้ำหนักสมดุล และให้โทนเสียงชัด เหมาะกับการเล่นดนตรีสมัยใหม่


     กีต้าร์รุ่นนี้เหมาะทั้งกับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นด้วยเครื่องดนตรีคุณภาพดี และผู้เล่นที่ต้องการกีต้าร์ที่เล่นคล่อง ใช้งานได้หลายแนว ไม่ว่าจะเป็นร็อก ฮาร์ดร็อก เมทัล หรือฟิวชัน จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การออกแบบอย่างรอบคอบ ตั้งแต่คอไม้ บอดี้กีต้าร์ ไปจนถึงระบบปิ๊กอัพ


กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RG450DXB กับดีไซน์ RG Series ที่เน้นความเร็วในการเล่น

     ซีรีส์ RG ของ Ibanez เป็นทรงกีต้าร์ที่ได้รับความนิยมมานาน จุดเด่นคือรูปทรงบอดี้ที่โค้งรับกับท่าจับ ทำให้ถือได้ถนัดมือและขยับตัวได้สะดวกขณะเล่น


     บอดี้กีต้าร์ทำจากไม้ Meranti ซึ่งให้เสียงกลางชัด และช่วยรักษาสมดุลระหว่างเสียงทุ้มกับเสียงแหลมได้ดี จึงนำไปเล่นได้หลากหลายแนว


     รูปทรงของบอดี้มีน้ำหนักพอดี ไม่ถ่วงไหล่มากเกินไป จึงเหมาะทั้งกับการซ้อมนาน ๆ และการเล่นบนเวที อีกทั้งด้านหลังยังเว้าให้รับกับลำตัวมากขึ้น จึงช่วยให้ถือเล่นได้สบาย


     นอกจากเรื่องเสียงแล้ว รูปลักษณ์ของกีต้าร์รุ่นนี้ก็สะดุดตาไม่แพ้กัน ตัวกีต้าร์สีขาวตัดกับชิ้นส่วนสีดำ ทำให้ภาพรวมดูคม ดุ และเข้ากับบุคลิกของกีต้าร์สายร็อกได้อย่างชัดเจน


โครงสร้างคอ Wizard III ของ กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RG450DXB

     สิ่งที่หลายคนชื่นชอบในกีต้าร์ Ibanez คือคอที่บางและเล่นง่าย รุ่นนี้ใช้คอแบบ Wizard III Maple Neck ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเร็วโดยเฉพาะ

กีต้าร์ไฟฟ้า Ibanez RG450DXB สีขาว ถ่ายเต็มตัวแนวตั้ง เห็นลายอินเลย์บนฟิงเกอร์บอร์ดและชุดปิ๊กอัพชัดเจน

     ความหนาของคออยู่ที่ประมาณ 19 มม. ที่เฟรตแรก และ 21 มม. ที่เฟรตที่ 12 จึงให้ความรู้สึกบางกำลังดี ผู้เล่นจึงขยับนิ้วได้คล่อง โดยเฉพาะเมื่อเล่นเทคนิคที่ต้องใช้ความเร็ว เช่น Alternate Picking หรือ Sweep Picking


     ฟิงเกอร์บอร์ดทำจากไม้ Jatoba ที่ให้ผิวสัมผัสแน่นและทนทาน เสริมด้วยลาย Sharktooth Inlay ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกีต้าร์ตระกูล RG ทำให้ตัวกีต้าร์ดูเด่นและมีเอกลักษณ์ชัดเจนและรุ่นนี้มี 24 เฟรต และใช้เฟรตขนาด Jumbo จึงช่วยให้ดันสายได้ง่ายขึ้นและเล่นโซโล่ได้สะดวก


ระบบปิ๊กอัพ Quantum ที่ตอบสนองทุกแนวดนตรี

     กีต้าร์รุ่นนี้มาพร้อมระบบปิ๊กอัพแบบ HSH ซึ่งประกอบด้วย

  • Quantum Humbucker ที่ตำแหน่งคอ
  • Quantum Single Coil ที่ตำแหน่งกลาง
  • Quantum Humbucker ที่ตำแหน่งบริดจ์

กีต้าร์สีขาวมุมเฉียงจากด้านหน้า เห็นบอดี้ ปิ๊กอัพ ปุ่มคอนโทรล และคันโยกเด่นชัดบนพื้นขาว

     การวางปิ๊กอัพแบบ HSH ช่วยให้เลือกโทนเสียงได้กว้าง ตั้งแต่เสียงคลีนใสสำหรับการเล่นคอร์ดหรือเก็บโน้ตทีละตัว ไปจนถึงเสียงแตกหนาแน่นสำหรับเล่นริฟฟ์และโซโล่


     ปิ๊กอัพ Humbucker ที่ตำแหน่งบริดจ์ให้เสียงแน่น มีแรงปะทะ และช่วยลดเสียงจี่รบกวน ส่วนปิ๊กอัพ Single Coil ตรงกลางจะช่วยเพิ่มรายละเอียดให้เสียงคลีนฟังโปร่งขึ้น


Edge-Zero II Tremolo ระบบบริดจ์สำหรับการเล่นลูกเล่นขั้นสูง

     อีกจุดสำคัญของรุ่นนี้คือบริดจ์ Edge-Zero II Tremolo ซึ่งออกแบบมาให้ใช้คันโยกได้แม่นยำและควบคุมได้ง่ายขึ้น


     ผู้เล่นสามารถใช้คันโยกเพื่อสร้างลูกเล่นอย่าง Dive Bomb หรือ Vibrato ได้ โดยยังช่วยให้การจูนเสียงคงที่ได้ค่อนข้างดี ระบบ Locking Nut ยังช่วยยึดสายไว้ให้แน่น ลดโอกาสที่สายจะเพี้ยนได้ง่ายเมื่อใช้คันโยกหนัก ๆ


     ระยะห่างของสายที่บริดจ์อยู่ที่ 10.8 มม. ซึ่งถือว่าเหมาะทั้งกับการเล่นริฟฟ์หนัก ๆ และการเล่นโซโล่ที่ต้องการความแม่นยำ


รายละเอียดวัสดุและมาตรฐานการผลิต

     กีต้าร์รุ่นนี้ผลิตตามมาตรฐานของ Ibanez ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องคุณภาพเสียงและความทนทาน สเกลของกีต้าร์ยาว 648 มม. หรือ 25.5 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของกีต้าร์ไฟฟ้า ช่วยให้เสียงคมชัดและให้แรงตึงของสายที่สมดุล


     ความกว้างของคอที่นัทอยู่ที่ 43 มม. และขยายเป็น 58 มม. ที่เฟรตที่ 24 ทำให้ช่วงบนของคอมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเล่นโน้ตที่ซับซ้อนมากขึ้น

ด้านหลังบอดี้สีขาวกับคอไม้ถ่ายมุมเฉียง เห็นแผ่นปิดช่องสปริงและจุดยึดคอชัดเจน

     สายที่ติดมาจากโรงงานคือ D’Addario EXL120 ซึ่งเป็นสายยอดนิยมของมือกีต้าร์หลายคน ขนาดสาย .009-.042 ช่วยให้เล่นง่ายและดันสายได้โดยไม่ฝืดเกินไป


การตั้งสายและการดูแลเบื้องต้นให้กีต้าร์พร้อมใช้งานเสมอ

  • การตั้งสายมาตรฐาน 1E, 2B, 3G, 4D, 5A, 6E ควรตรวจด้วยเครื่องตั้งสายทุกครั้งก่อนเล่นจริง เพื่อให้เสียงตรงและเล่นร่วมกับผู้อื่นได้ง่าย
  • สาย D’Addario EXL120 ขนาดสาย .009-.042 ให้ความรู้สึกเล่นง่าย ดันสายสะดวก และเหมาะกับคนที่ชอบการตอบสนองที่ไว
  • หากใช้คันโยกบ่อย ควรสังเกตว่าบริดจ์กลับเข้าตำแหน่งเดิมได้ดีหรือไม่ และตรวจความแน่นของตัวล็อกสายอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้การจูนคงที่
  • หลังเล่นเสร็จควรใช้ผ้าแห้งเช็ดสาย ฟิงเกอร์บอร์ด และชิ้นส่วนโลหะ เพื่อลดคราบเหงื่อและช่วยยืดอายุการใช้งานของกีต้าร์
  • การเก็บกีต้าร์ไว้ในที่ที่อุณหภูมิคงที่และไม่ชื้นเกินไป จะช่วยรักษาสภาพคอไม้และชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานได้นานขึ้น


จุดที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อกีต้าร์รุ่นนี้

  • คนที่ชอบคอกีต้าร์ทรงบางมักจะถูกใจกับคอแบบ Wizard III เพราะจับง่าย เล่นคอร์ดได้เร็ว และขยับมือไปมาหลายตำแหน่งได้คล่อง
  • คนที่ชอบโซโล่หรือเล่นเทคนิคสายร็อกจะได้ประโยชน์จาก 24 เฟรต เพราะสามารถเล่นโน้ตเสียงสูงได้ครบมากขึ้น
  • บริดจ์แบบ Tremolo เหมาะกับคนที่อยากได้ลูกเล่นเสียงเพิ่ม แต่ก็ควรรู้วิธีตั้งสายและการดูแลเบื้องต้นไว้ด้วย
  • โทนเสียงจากปิ๊กอัพ HSH เหมาะกับคนที่อยากได้กีต้าร์เพียงตัวเดียวแล้วใช้เล่นได้หลายแนว ตั้งแต่เสียงคลีนใสไปจนถึงเสียงแตกหนัก
  • สีขาวตัดกับชิ้นส่วนสีดำทำให้กีต้าร์รุ่นนี้ดูเด่นบนเวที เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องเสียงและรูปลักษณ์


เหมาะกับใคร

     กีต้าร์รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นหลายกลุ่ม เช่น

  • คนที่ชอบเล่นดนตรีร็อกหรือเมทัล
  • คนที่ต้องการคอกีต้าร์บางและเล่นง่าย
  • คนที่ต้องการบริดจ์แบบ Tremolo สำหรับสร้างลูกเล่นเสียง
  • คนที่อยากได้กีต้าร์คุณภาพดีสำหรับใช้งานอย่างจริงจัง


     ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง ระบบเสียงที่ยืดหยุ่น และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น กีต้าร์รุ่นนี้จึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้กีต้าร์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้หลากหลาย เพราะกีต้าร์ที่ดีไม่ใช่เพียงให้เสียงดีเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยให้ผู้เล่นดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และรุ่นนี้ก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นั้นอย่างชัดเจน


คลิป YouTube
เครดิต : Nut Supalak

สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


รีวิวโดย gooddymusic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น