ผู้เล่นเบสจำนวนมากมองหาเครื่องดนตรีที่ให้ทั้งพลังเสียง ความชัดของโน้ต และความรู้สึกในความรู้สึกในการเล่นที่ตอบสนองดีในหลายสไตล์ หนึ่งในรุ่นที่ถูกพูดถึงมากในกลุ่มผู้เล่นที่ตั้งใจเล่นจริงจังคือ เบสไฟฟ้า Ibanez SRD905F เพราะออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งเล่นสดและอัดเสียง ที่สำคัญคือปรับโทนเสียงได้หลากหลาย ตั้งแต่โทนเบสไฟฟ้าที่ชัดและทันสมัย ไปจนถึงโทนที่มีกลิ่นอายแบบ Upright Bass โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเบส
จุดเด่นของรุ่นนี้คือการผสานองค์ประกอบหลายอย่างให้ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งไม้ที่เลือกใช้ ระบบปิ๊กอัพที่มีทั้งแบบแม่เหล็กและ Piezo รวมถึงโครงสร้างคอและฟิงเกอร์บอร์ดที่เน้นให้เล่นลื่น และควบคุมเสียงได้ละเอียด ผลคือโน้ตแต่ละตัวออกมาชัด มีน้ำหนัก และมีมิติของเสียงมากกว่าที่พบในเบสทั่วไป
แนวคิดการออกแบบของ Ibanez Bass Workshop
Ibanez Bass Workshop คือกลุ่มรุ่นที่เน้นการทดลองและพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ ของเบส เพื่อให้ผู้เล่นมีเครื่องมือที่ยืดหยุ่นขึ้น ทั้งด้านโทนเสียงและเทคนิคการเล่น จึงมักมีฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยพบในรุ่นมาตรฐาน เช่น ฟิงเกอร์บอร์ดแบบ Fretless, ระบบปิ๊กอัพแบบผสม และสะพานสายที่ออกแบบเฉพาะเพื่อช่วยถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนของสายได้เต็มขึ้น
สำหรับ SRD905F แนวคิดสำคัญคือทำให้โทนของเบสไฟฟ้ามีบุคลิกแบบ Upright Bass ได้ง่ายขึ้น โดยใช้ Piezo ที่ติดตั้งในสะพานสาย (AeroSilk) เพื่อเก็บรายละเอียดการสั่นของสายแบบตรง ๆ จึงได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกเหมือนเสียงมี “อากาศ” แทรกอยู่ในโทนมากขึ้น
เบสไฟฟ้า Ibanez SRD905F กับโครงสร้างไม้ที่ออกแบบเพื่อโทนเสียง
ชนิดของไม้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบสแต่ละรุ่นมีบุคลิกเสียงต่างกัน รุ่นนี้เลือกใช้ไม้หลายชนิดเพื่อให้ได้ความสมดุลระหว่างความคม ความแน่น และความอุ่นของเสียง
คอเป็น Maple/Walnut แบบ 5 ชิ้น จุดเด่นคือแข็งแรง ทนทาน และมีโอกาสบิดตัวน้อยกว่าโครงสร้างคอชิ้นเดียว โดยทั่วไป Maple มักให้เสียงที่ชัดและตอบสนองไว ส่วน Walnut ช่วยเพิ่มความหนาและน้ำหนักของเสียง เมื่อนำมาประกบกันจึงได้โทนที่ทั้งคมและมีมวลเสียง
ส่วนบอดี้ (Body) ใช้ Exotic Maple เป็นไม้หน้าเพื่อเพิ่มความชัดและความสวยงามของลายไม้ ขณะที่ไม้หลักของบอดี้เป็น Okoume ซึ่งให้โทนที่อุ่นและกลม ทำให้เสียงโดยรวมไม่แข็งจนเกินไป
ฟิงเกอร์บอร์ดใช้ Panga Panga ซึ่งเป็นไม้แข็ง ลายสวย และขึ้นชื่อเรื่องย่านต่ำ-กลางที่แน่น พร้อมการตอบสนองที่ไว เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการได้ยินรายละเอียดของการวางนิ้ว และต้องการควบคุมความดังเบา (Dynamics) ให้ชัดเจน
ระบบปิ๊กอัพ Nordstrand และ Piezo ที่สร้างมิติของเสียง
หัวใจของโทนเสียงรุ่นนี้คือ Nordstrand Big Break ซึ่งเป็นปิ๊กอัพทรง Soapbar ที่ภายในใช้แนวคิด Split-Coil ทำให้ได้เสียงหนาและมีพลัง แต่ยังคงความคมแบบ Single Coil และช่วยลดเสียงจี่รบกวนได้ดี
อีกส่วนที่ทำให้รุ่นนี้ต่างจากเบสทั่วไปคือ Piezo Pickup ที่ติดตั้งในสะพานสาย AeroSilk MR5 โดย Piezo จะรับแรงสั่นจากสายโดยตรง จึงให้รายละเอียดเสียงที่เป็นธรรมชาติขึ้น และทำให้โทนมีความคล้าย Upright Bass ได้ง่ายกว่าการใช้ปิ๊กอัพแม่เหล็กเพียงอย่างเดียว
เมื่อปรับสัดส่วนระหว่าง Magnetic Pickup กับ Piezo Pickup ผู้เล่นจะได้โทนเสียงหลากหลาย ตั้งแต่โทนที่ชัดสำหรับเพลงสมัยใหม่ ไปจนถึงโทนที่กลม อุ่น และมีมิติ เหมาะกับเพลงที่ต้องการไลน์เบสที่เนียนและนุ่มนวล
ระบบ EQ และการควบคุมเสียง
รุ่นนี้มี Ibanez 2-Band EQ สำหรับปรับ Bass และ Treble ช่วยให้ตั้งโทนให้เข้ากับแอมป์ ห้อง หรือแนวเพลงได้รวดเร็ว จุดที่ใช้งานจริงแล้วสะดวกคือมีวงจรควบคุมโทนของ Piezo แยกต่างหาก ทำให้ปรับความชัดหรือความนุ่มของ Piezo ได้ โดยไม่ทำให้บุคลิกของปิ๊กอัพแม่เหล็กเปลี่ยนไปมากเกินไป
สะพานสาย AeroSilk MR5 ยังออกแบบ Saddle ให้ทำงานกับ Piezo Pickup โดยตรง เพื่อช่วยถ่ายทอดแรงสั่นของสายไปยัง Pickup ได้ดีขึ้น ผลที่ได้คือโทนเสียงที่ต่อเนื่อง นิ่ง และควบคุมได้ง่ายกว่าในหลายสถานการณ์
แนวทางตั้งค่าโทนเสียงให้เหมาะกับงาน Live และ Studio
การตั้งโทนให้ควบคุมได้ง่าย แนะนำให้เริ่มแบบเป็นขั้น เพราะช่วยให้หาจุดที่ “พอดีหู” ได้เร็ว โดยเฉพาะผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มใช้งาน Piezo
- ตั้ง Volume รวมไว้ระดับกลางก่อน แล้วค่อยเพิ่มตามกำลังแอมป์หรือ Audio Interface เพื่อกันสัญญาณแตก และรักษา Headroom
- ถ้าต้องการเสียงโน้ตคมและแรง Attack ให้เน้น Magnetic Pickup แล้วเติม Piezo เล็กน้อยเพื่อเพิ่มความโปร่ง
- ถ้าต้องการโทนใกล้ Upright Bass ให้เพิ่ม Piezo มากขึ้น แล้วลด Treble เล็กน้อยเพื่อให้เสียงนุ่ม และไม่แหลมบาด
- เล่น Live แล้วเสียงบวมจากห้อง ให้ลด Bass ทีละนิด แล้วชดเชยด้วยย่านกลางเพื่อให้โน้ต “อ่านง่าย” ในวง
- อัด Studio แล้วอยากให้เบสอยู่ในมิกซ์ชัด ให้ตั้งโทนที่มี Mid Definition ก่อน แล้วค่อยปรุงด้วย EQ หรือ Compression ภายหลัง
เทคนิคการเล่นและศักยภาพของฟิงเกอร์บอร์ด Fretless
ฟิงเกอร์บอร์ดแบบ Fretless คือฟิงเกอร์บอร์ดที่ไม่มีเฟรตโลหะ ข้อดีคือควบคุม Pitch ได้ละเอียด ทำ Slide ได้เนียน และให้เสียงที่ต่อเนื่องแบบเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นต้องอาศัยการฟังและการวางนิ้วที่แม่นยำมากขึ้นกว่าการเล่นแบบมีเฟรต
โทนของ Fretless Bass มักโดดเด่นในแนว Jazz, Fusion หรือ Progressive Music เพราะให้ความต่อเนื่องของโน้ต และทำลูกเล่นอย่าง Vibrato หรือ Slide ได้สวย
รุ่นนี้ยังขยายช่วงไปถึง 30 เฟรต ช่วยให้เล่นโน้ตสูงได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้เล่นที่อยากเล่นเมโลดี้หรือโซโล่บนเบส และเข้ากับแนวคิดของรุ่นที่ต้องการบุคลิกแบบ Upright Bass ในบางช่วงของเพลง
เคล็ดลับดูแล Fretless และการเลือกสาย Flatwound ให้เข้ากับโทน
รายละเอียดอย่าง “ชนิดของสาย” และ “การดูแลหลังเล่น” ส่งผลต่อโทนและความนิ่งของเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับ Fretless
- สาย Flatwound ให้ผิวลื่น ลดเสียงเสียดสีของนิ้ว และให้โทนกลม นุ่ม เหมาะกับงานที่ต้องการไลน์เบสเนียน ๆ
- ถ้าอยากควบคุม Buzz ให้ง่ายขึ้น ให้ตั้ง แอคชั่น (Action) ให้อยู่ระดับพอดีมือ ไม่เตี้ยเกินไป และค่อย ๆ ปรับทีละนิด
- หลังเล่นให้เช็ดสายและฟิงเกอร์บอร์ดด้วยผ้าแห้ง เพื่อลดคราบเหงื่อและฝุ่นที่ทำให้เสียงหม่น
- ฝึก Intonation โดยเทียบเสียงกับ Tuner หรือ Reference Tone จะช่วยให้วางนิ้วแม่นขึ้นเร็ว
- เวลาเล่นในที่แสงน้อย ให้ใช้ Side Dot แบบเรืองแสงเป็นจุดอ้างอิง แล้วควบคุมความถูกต้องด้วยการฟังเป็นหลัก
เบสไฟฟ้า Ibanez SRD905F สำหรับนักดนตรีระดับจริงจัง
ด้วยโครงสร้างไม้คุณภาพสูง ระบบ Pickup ที่ยืดหยุ่น และการออกแบบ Fretless ที่เน้นการควบคุมเสียงอย่างละเอียด รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นที่อยากได้เบส “ตัวเดียวทำงานได้หลายแบบ” ทั้งเล่นสด อัดเสียง หรือทำโทนเฉพาะตัว
สเกล 34 นิ้ว และระยะห่างสาย 16.5 มม. ให้ความสมดุลระหว่างความคล่องตัวกับพลังเสียง สาย D’Addario Flatwound จากโรงงานช่วยให้โทนออกนุ่มลึกและเข้ากับ Fretless ได้ดี อีกทั้ง Side Dot แบบเรืองแสงช่วยให้มองตำแหน่งได้ง่ายขึ้นเวลาเล่นบนเวที
โดยรวม SRD905F เป็นตัวอย่างของเบสสมัยใหม่ที่พัฒนาไปไกลกว่าแนวเดิม ทั้งวัสดุ การออกแบบ และระบบเสียง หากคุณชอบโทนที่มีมิติ อยากได้ความเป็นธรรมชาติของ Piezo และอยากลองเสน่ห์ของ Fretless ในเครื่องเดียว รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น