เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201 กับมาตรฐานเสียงและสัมผัสที่ใกล้เคียงเปียโนจริงสำหรับผู้เริ่มต้นและสายจริงจัง

เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201 หลายสี พร้อมผ้าคลุม เก้าอี้ คู่มือไทย รับประกัน 3 ปีและติดตั้งฟรี

     การเลือกเปียโนไฟฟ้าสักรุ่นไม่ควรดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอกหรือจำนวนฟังก์ชันเท่านั้น เพราะสิ่งที่มีผลต่อการฝึกในระยะยาวจริง ๆ คือสัมผัสของคีย์ คุณภาพของเสียง และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่ง เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201 เป็นรุ่นที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากเริ่มเรียนเปียโน คนที่กลับมาฝึกอีกครั้งหลังจากห่างไปนาน รวมถึงผู้เล่นที่ต้องการเครื่องสำหรับซ้อมที่บ้านอย่างจริงจัง


ทำความเข้าใจระบบคีย์ Hammer III ใน เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201

     เมื่อเลือกเปียโนไฟฟ้า สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ คือระบบคีย์ เพราะเป็นส่วนที่มือสัมผัสโดยตรงตลอดเวลาที่เล่น รุ่นนี้ใช้ระบบ Responsive Hammer III ซึ่งออกแบบมาให้การตอบสนองของคีย์ใกล้เคียงเปียโนจริงมากขึ้น ทั้งในเรื่องน้ำหนัก การคืนตัวของคีย์ และความต่อเนื่องของการกด


     จุดเด่นของระบบนี้คือการถ่วงน้ำหนักแบบไล่ระดับ คีย์เสียงต่ำจะมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนคีย์เสียงสูงจะเบากว่า ลักษณะเช่นนี้ใกล้เคียงกับเปียโนอะคูสติก จึงช่วยให้ผู้เล่นฝึกการลงน้ำหนักนิ้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ และควบคุมระดับเสียงได้ละเอียดขึ้นตามแรงกดของนิ้ว


     นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับคีย์แบบ Triple Sensor ซึ่งช่วยให้การกดคีย์ซ้ำหรือการเล่นโน้ตต่อเนื่องทำได้แม่นยำขึ้น ผู้เล่นจึงรู้สึกว่าคีย์ตอบสนองมือได้ดี ไม่หน่วง และไม่เสียจังหวะง่ายเมื่อฝึกเพลงที่มีรายละเอียดมากขึ้น


     ผิวคีย์แบบ Ivory Touch ก็ช่วยให้การเล่นมั่นคงขึ้น เพราะผิวสัมผัสไม่ลื่นง่ายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง คนที่ฝึกนาน ๆ หรือมีเหงื่อที่มือจะรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัด จึงควบคุมน้ำหนักนิ้วและจังหวะการเล่นได้มั่นใจขึ้น


ระบบเสียง Progressive Harmonic Imaging (PHI) ที่ให้มิติใกล้เคียงแกรนด์เปียโน

     นอกจากเรื่องคีย์แล้ว เรื่องเสียงก็สำคัญไม่แพ้กัน รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Progressive Harmonic Imaging หรือ PHI ซึ่งช่วยถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงแต่ละคีย์ได้ดีขึ้น ทำให้เสียงที่ได้มีมิติ ฟังเป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกใกล้เคียงเปียโนจริงมากกว่าเปียโนไฟฟ้าทั่วไป


     อีกจุดที่น่าสนใจคือรุ่นนี้ใช้เสียงจากแกรนด์เปียโนของ Kawai อย่าง SK-EX และ EX มาเป็นพื้นฐาน จึงได้บุคลิกเสียงที่ชัด มีความลึก และฟังนุ่มหู เหมาะทั้งกับการฝึกพื้นฐานและการเล่นเพลงที่ต้องการอารมณ์ของเสียงมากขึ้น


     รุ่นนี้ยังมีระบบ Damper Resonance และ String Resonance ซึ่งช่วยจำลองความก้องและการสั่นสะเทือนของสายเมื่อใช้ Pedal เสียงที่ได้จึงไม่แบนจนเกินไป แต่มีความต่อเนื่องและให้บรรยากาศใกล้เคียงการเล่นเปียโนจริงมากขึ้น


     ลำโพงขนาด 12 ซม. จำนวน 2 ตัว พร้อมกำลังขับรวม 40 วัตต์ ให้เสียงที่ชัดพอสำหรับการซ้อมในบ้านหรือการเล่นเพื่อความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวัน โดยยังไม่จำเป็นต้องต่อลำโพงเสริมในทันที


ประสบการณ์การใช้งานจริงของ เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201

     เมื่อเริ่มเล่นจริง สิ่งที่สัมผัสได้ชัดคือความสมดุลของทั้งเสียงและน้ำหนักคีย์ คีย์ไม่ได้หนักเกินไปจนผู้เริ่มต้นเมื่อยมือเร็ว และก็ไม่ได้เบาจนขาดความรู้สึกแบบเปียโนจริง จึงเหมาะกับการฝึกอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ด้านหลังตัวเครื่องสีขาวพร้อมแท่นวางโน้ตแบบพับได้ เห็นผู้เล่นนั่งซ้อมบนเก้าอี้เข้าชุด

     ฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นมีมาให้ครบ ทั้ง Dual สำหรับเล่นสองเสียงพร้อมกัน Four Hands สำหรับการเล่นคู่ Transpose สำหรับย้ายคีย์เพลง และ Tuning สำหรับปรับเสียงให้เหมาะกับการใช้งานจริง แต่ละฟังก์ชันไม่ใช่เพียงตัวเลขในสเปก เพราะสามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในการเรียน การสอน และการซ้อมทั่วไป


     สำหรับคนที่ต้องซ้อมตอนกลางคืนหรืออยู่ในพื้นที่ที่ต้องรักษาความเงียบ ระบบ Spatial Headphone Sound ช่วยให้เสียงในหูฟังฟังสบายขึ้น เสียงไม่แบนหรืออั้นจนเกินไป จึงช่วยให้ซ้อมได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกล้าหูง่าย


     การเชื่อมต่อกับแอป PianoRemote และ PiaBookPlayer ก็ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะคนที่คุ้นกับการใช้งานผ่านโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ผู้ใช้สามารถปรับค่าต่าง ๆ ดูข้อมูลเสียง หรือเข้าถึงสื่อสำหรับการฝึกได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกดที่ตัวเครื่องอยู่ตลอดเวลา


บทเรียนในตัวและการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ

     จุดที่ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับการฝึกจริง ไม่ได้มีเพียงเรื่องเสียงหรือสัมผัสของคีย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุดบทเรียนในตัวที่ให้มาค่อนข้างครบ มีทั้งแบบฝึกจาก Burgmüller, Czerny, Beyer และชุดเพลงสำหรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับต้นไปจนถึงระดับกลาง


     ข้อดีของการมีบทเรียนในตัวคือผู้เริ่มต้นสามารถเปิดฝึกเองได้ทีละขั้น แม้ยังไม่ได้เรียนกับครูอย่างเต็มรูปแบบก็ยังใช้เป็นแนวทางได้ และสำหรับคนที่เคยเรียนมาก่อน ระบบนี้ก็ช่วยให้กลับมาทบทวนพื้นฐานได้สะดวก


     ฟังก์ชัน Concert Magic ก็ช่วยให้ผู้เล่นเริ่มคุ้นกับจังหวะและโครงสร้างของเพลงได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มทำความคุ้นเคยกับดนตรีโดยไม่รู้สึกว่าการฝึกยากเกินไปตั้งแต่วันแรก


     ในแง่การใช้งานจริง รุ่นนี้จึงไม่ได้เหมาะเพียงกับคนที่อยากมีเปียโนไว้ประดับบ้าน แต่เหมาะกับคนที่ตั้งใจจะใช้ฝึกฝีมืออย่างต่อเนื่องด้วย


ดีไซน์และวัสดุที่ตอบโจทย์การใช้งานในบ้าน

     ตัวเครื่องออกแบบมาในลักษณะเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบ สุภาพ และเข้ากับบ้านได้ง่าย ไม่ว่าจะวางในห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือมุมฝึกส่วนตัวก็ไม่ดูขัดตา

เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201 สีดำ มุมตรงเต็มตัว พร้อมฝาปิดคีย์ แท่นวางโน้ต และแป้นเหยียบ 3 ชิ้น

     ฝาปิดคีย์แบบเลื่อนช่วยให้เปิดและปิดได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยกันฝุ่นได้ดีเมื่อไม่ได้ใช้งาน ส่วนแท่นวางโน้ตก็ปรับมุมได้ จึงใช้งานจริงสะดวกกว่าแบบที่ตั้งตายตัว


     น้ำหนักประมาณ 43 กิโลกรัมทำให้ตัวเครื่องมั่นคงพอสมควร เวลากดคีย์หรือใช้ Pedal แล้วไม่โยกง่าย จึงช่วยให้ความรู้สึกเวลาเล่นแน่นและมั่นใจขึ้น


     รุ่นนี้มีสีให้เลือกทั้ง Premium Satin Black, Premium Satin White และ Premium Rosewood จึงเหมาะกับบ้านหลายสไตล์ ไม่ว่าจะชอบโทนเข้ม โทนอ่อน หรือบรรยากาศอบอุ่นแบบลายไม้


ฟังก์ชันเสริมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่า

     แม้จะเป็นรุ่นที่วางตำแหน่งให้เข้าถึงง่ายในตระกูล CN แต่ฟังก์ชันที่ให้มาก็ถือว่าครบสำหรับการใช้งานจริง ทั้งในแง่การฝึกและการใช้งานระยะยาว

  • บันทึกเพลงได้สูงสุดประมาณ 10,000 โน้ต ช่วยให้จดจำไอเดียหรือย้อนกลับมาฟังการเล่นของตัวเองได้สะดวก
  • มี Reverb ให้เลือก 6 แบบ ช่วยปรับบรรยากาศของเสียงให้เหมาะกับเพลงแต่ละแนว
  • มี Brilliance สำหรับปรับความใสของเสียงให้เข้ากับความชอบของผู้เล่น
  • รองรับการปรับแต่งเสียงผ่าน Virtual Technician ได้ละเอียดหลายจุด เหมาะกับคนที่เริ่มจริงจังกับบุคลิกของเสียงเปียโน
  • รองรับ Bluetooth และ MIDI จึงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้สะดวก ทั้งเพื่อการฝึก การบันทึก และการใช้งานร่วมกับแอปดนตรี

แผงควบคุมข้างคีย์ของ เปียโนไฟฟ้า Kawai CN201 ใช้งานสะดวก มีปุ่มฟังก์ชันและหน้าจอขนาดกะทัดรัด

     เมื่อรวมกับอุปกรณ์เสริมที่มักมีให้พร้อมใช้งาน เช่น เก้าอี้ ผ้าคลุม อะแดปเตอร์ และคู่มือภาษาไทย ก็ยิ่งช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานเพิ่มหลายอย่าง


เหมาะกับใคร และควรเลือกหรือไม่

     ถ้ามองหาเปียโนไฟฟ้าที่ให้ทั้งสัมผัสใกล้เคียงเปียโนจริง เสียงดีพอสำหรับการฝึก และฟังก์ชันครบโดยไม่ซับซ้อนเกินไป รุ่นนี้ถือว่าเหมาะมากกับผู้เริ่มต้นและผู้เล่นระดับกลาง


     ผู้ปกครองที่กำลังหาเปียโนให้ลูกเริ่มเรียนก็สามารถพิจารณารุ่นนี้ได้ เพราะระบบคีย์มีคุณภาพพอให้เด็กฝึกน้ำหนักนิ้วได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันคนที่เคยเล่นมาแล้วและต้องการเครื่องสำหรับซ้อมที่บ้านก็ใช้งานได้สบาย


     อีกกลุ่มที่เหมาะคือคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านที่ต้องคำนึงถึงเสียงรบกวน เพราะสามารถใช้หูฟังซ้อมได้ และยังได้มิติเสียงที่ดีพอจะทำให้การฝึกไม่สะดุด


     เมื่อมองโดยรวม รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปียโนเครื่องเดียวสำหรับใช้งานได้นาน ใช้ฝึกจริงได้ และให้ประสบการณ์ที่ไม่ห่างจากเปียโนอะคูสติกมากเกินไป


การจัดวางและการดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งาน

  • ด้วยขนาดกว้างประมาณ 136 ซม. ลึก 40.5 ซม. และน้ำหนัก 43 กก. รุ่นนี้เหมาะกับการวางชิดผนังในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือมุมซ้อมเฉพาะ โดยควรเผื่อพื้นที่รอบเครื่องพอสมควรเพื่อให้นั่งเล่นได้สบาย
  • ฝาปิดคีย์แบบเลื่อนช่วยลดฝุ่นในชีวิตประจำวันได้ดี เหมาะกับบ้านที่ต้องการให้เครื่องดูเรียบร้อย และช่วยรักษาสภาพผิวคีย์ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ชุด 3 Pedal ที่มีทั้ง Damper, Soft และ Sostenuto เหมาะกับการฝึกเทคนิคตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับจริงจัง เพราะผู้เล่นจะได้คุ้นเคยกับการใช้ Pedal ครบทุกรูปแบบ
แป้นเหยียบสามชิ้นโทนโครเมียมติดตั้งใต้ตัวเครื่อง เหมาะสำหรับซ้อมเทคนิคเท้าและการควบคุมน้ำหนัก

  • หากต้องการดูแลตัวเครื่องให้สวยนาน ควรใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่มเช็ดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการวางใกล้แดดจัดหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง เพราะอาจกระทบต่อสภาพภายนอกของเครื่องในระยะยาว
  • อุปกรณ์เสริมอย่างผ้าคลุม เก้าอี้ อะแดปเตอร์ และคู่มือภาษาไทย ช่วยให้เริ่มต้นใช้งานได้ง่ายขึ้นตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานเพิ่มหลายชิ้น


จุดที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเปียโนไฟฟ้าสำหรับการฝึกซ้อมจริงจัง

  • หากเป้าหมายคือการฝึกนิ้วและฝึกน้ำหนักมือ ควรให้ความสำคัญกับระบบคีย์มากกว่าจำนวนเสียง เพราะคีย์ที่ดีส่งผลต่อพื้นฐานการเล่นโดยตรง
  • ถ้าต้องซ้อมในช่วงกลางคืนหรืออยู่ในบ้านที่ต้องการความเงียบ ระบบหูฟังที่ให้มิติเสียงดีจะช่วยให้ซ้อมได้นานขึ้นและไม่รู้สึกอึดอัด
  • สำหรับบ้านที่มีผู้เรียนมากกว่าหนึ่งคน ฟังก์ชัน Four Hands มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้ครูและผู้เรียน หรือผู้เล่นสองคนนั่งซ้อมพร้อมกันได้สะดวก
  • ในแง่การต่อยอด รุ่นนี้รองรับ Bluetooth และ MIDI จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หรือแอปดนตรีในอนาคต
  • ผู้ที่ชอบปรับบุคลิกเสียงตามสไตล์การเล่นของตัวเอง จะได้ประโยชน์จาก Virtual Technician เพราะสามารถปรับรายละเอียดเสียงได้ลึกพอสมควร
  • เมื่อพิจารณาทั้งสัมผัสคีย์ คุณภาพเสียง ฟังก์ชันสำหรับการฝึก และอุปกรณ์ที่มีให้พร้อมใช้งาน รุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการฝึกที่บ้านในระยะยาว


สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


รีวิวโดย gooddymusic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น