กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 กับงานไม้พรีเมียมและระบบเสียงที่ตอบโจทย์สาย Fingerstyle

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 โชว์ด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกราฟิกชื่อรุ่นสำหรับใช้เป็นภาพหลักสินค้า

     กีต้าร์โปร่งไฟฟ้าสำหรับผู้เล่นที่จริงจังในปัจจุบัน ไม่ได้มีหน้าที่เพียงใช้ตีคอร์ดหรือเล่นเพลงโฟล์กแบบพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังต้องรองรับวิธีเล่นที่หลากหลายมากขึ้นด้วย เช่น การเล่นแบบ Fingerstyle การเคาะสร้างจังหวะบนตัวกีต้าร์ และการแตะสายเพื่อสร้างทำนองไปพร้อมกัน ซึ่ง กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 เป็นตัวอย่างของกีต้าร์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานลักษณะนี้โดยเฉพาะ จุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ได้มีเพียงชื่อ Signature ของ Jon Gomm เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานไม้ ระบบรับเสียง และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เล่นได้คล่องขึ้น ทั้งบนเวทีและในห้องบันทึกเสียง


แนวคิดการออกแบบกีต้าร์ Signature ที่ต่างจากรุ่นทั่วไป

     Ibanez JGM11 เป็นกีต้าร์ Signature ที่พัฒนาร่วมกับ Jon Gomm มือกีต้าร์สาย Fingerstyle ที่มีรูปแบบการเล่นเฉพาะตัวอย่างชัดเจน เขาไม่ได้เล่นเพียงการดีดทำนองหรือจับคอร์ดแบบทั่วไปเท่านั้น แต่ยังใช้การเคาะ Body การเปลี่ยนระดับเสียงของสายอย่างรวดเร็ว และการควบคุมความหนักเบาของเสียงภายในเพลงเดียวกันด้วย เพราะฉะนั้น ตัวกีต้าร์จึงต้องถูกออกแบบให้รองรับการเล่นที่ซับซ้อนได้จริง ไม่ใช่เพียงมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น


     ทรง Asymmetrical Jumbo ของรุ่นนี้ทำให้ Body มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงช่วยสร้างเสียงที่อิ่ม มีน้ำหนัก และให้ย่านเสียงต่ำที่ลึกพอสมควร ขณะเดียวกัน เสียงแหลมก็ยังออกมาได้ชัด ทำให้เล่นได้ทั้งการตีคอร์ดและการเล่นเก็บรายละเอียดทีละโน้ต ผู้เล่นที่ชอบแนว Acoustic สมัยใหม่จะรู้สึกได้ว่ากีต้าร์ทรงนี้ช่วยให้เสียงเต็มขึ้น โดยไม่ต้องออกแรงมากเกินไป

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 จัดวางคู่มุมหน้าและหลัง เห็นทรงบอดี้และลายไม้ชัดเจน

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 กับโครงสร้างไม้ระดับพรีเมียม

     จุดสำคัญของกีต้าร์รุ่นนี้คือการเลือกใช้ไม้ที่มีผลต่อโทนเสียงอย่างชัดเจน ด้านหน้าใช้ Thermo Aged Solid Sitka Spruce ซึ่งเป็นไม้หน้าแบบแผ่นตันที่ผ่านกระบวนการอบ เพื่อช่วยให้เนื้อไม้มีความคงตัวและตอบสนองได้ไวขึ้น หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ไม้ลักษณะนี้มักให้เสียงเปิด โปร่ง และทำให้แต่ละโน้ตฟังชัดเจนกว่ากีต้าร์ที่ใช้ไม้หน้าเกรดทั่วไป

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 มุมด้านหน้าเต็มตัว เห็นบอดี้ ช่องเสียง และอินเลย์บนฟิงเกอร์บอร์ด

     ส่วนด้านข้างและด้านหลังใช้ Solid African Mahogany ซึ่งเป็นไม้ที่ให้บุคลิกเสียงอบอุ่น ฟังแล้วมีเนื้อเสียงแน่น และช่วยเสริมย่านเสียงกลางให้เด่นขึ้น เวลาเล่นเดี่ยวจึงทำให้ทำนองไม่บางจนเกินไป และเมื่อเล่นร่วมกับการเคาะตัวกีต้าร์ก็ยังคงได้ความหนาของเสียงอยู่

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 มุมด้านหลังเต็มตัว เน้นลายไม้ด้านหลังและทรงบอดี้ขนาดใหญ่

     นอกจากนี้ โครงค้ำภายในหรือ Bracing แบบ Modified X-M ยังช่วยให้หน้ากีต้าร์สั่นตัวได้ดีในจุดที่ควรสั่น และคงความแข็งแรงในจุดที่ต้องรับแรงดึงจากสาย ผลที่ได้คือเสียงตอบสนองไวขึ้น ขณะเดียวกันตัวกีต้าร์ก็ยังคงทนต่อการใช้งานในระยะยาว


งานคอและ Fingerboard ที่ช่วยให้เล่นง่ายขึ้น

     คอกีต้าร์ของรุ่นนี้ทำจาก African Mahogany และ Maple แบบประกบ 5 ชิ้น วิธีทำคอลักษณะนี้มีข้อดีคือช่วยเพิ่มความแข็งแรง และลดโอกาสการบิดงอได้ดีกว่าคอไม้ชิ้นเดียว ผู้เล่นที่ใช้งานบ่อยหรือเดินทางอยู่เสมอจะได้ประโยชน์จากความนิ่งของคอในระยะยาว

หลังคอไม้ประกบสองเส้นกลางคอ ผิวเคลือบเรียบลื่น เห็นแนวไม้ต่อเนื่องตลอดช่วงคอ

     Fingerboard ใช้ไม้ Macassar Ebony ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ผิวสัมผัสดูแน่นและลื่นมือ เวลาดีดสายหรือเลื่อนนิ้วจะรู้สึกว่าตอบสนองได้รวดเร็ว เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบเก็บรายละเอียดมาก เช่น การเล่นแบบ Fingerstyle หรือการแตะสายเป็นช่วง ๆ เพื่อสร้างทำนอง

ฟิงเกอร์บอร์ดไม้สีเข้มตกแต่งอินเลย์ลายดอกไม้ช่วงกลางคอ เห็นเฟร็ตและลายไม้ชัดเจน

     อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ Inlay ลาย “Passionflower” ซึ่งช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กีต้าร์ตัวนี้ดูต่างจากรุ่นมาตรฐาน แม้จะเป็นรายละเอียดด้านรูปลักษณ์ แต่ก็ทำให้ภาพรวมของกีต้าร์ดูมีบุคลิกชัดเจนขึ้นมาก


ระบบรับเสียงที่ออกแบบมาเพื่อเวทีและงานบันทึกเสียง

     กีต้าร์รุ่นนี้ติดตั้งระบบ Pickup Fishman Rare Earth Mic Blend ซึ่งเป็นระบบที่ผสมเสียงจากตัวรับสัญญาณกับเสียงจาก Microphone เข้าด้วยกัน ข้อดีคือเสียงที่ได้จะไม่แห้งหรือแข็งจนเกินไป แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของเสียงกีต้าร์โปร่งไว้ได้ค่อนข้างดี

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 ติดตั้งปิ๊กอัพในช่องเสียง พร้อมชุดควบคุมสำหรับใช้งานบนเวที

     นอกจากนี้ ยังมี Fishman PowerTap Earth Blend Preamp ที่ช่วยเก็บรายละเอียดจากการเคาะตัวกีต้าร์ได้ชัดขึ้น จุดนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่เล่นโดยใช้ทั้งทำนอง จังหวะ และลูกเคาะในเครื่องเดียว เพราะถ้าระบบรับเสียงไม่ดี เสียงเคาะมักจะหายไปหรือเบาเกินไปเมื่อออกแอมป์หรือส่งเข้า Mixer

ข้างลำตัวลายไม้โทนอุ่น พร้อมช่องเสียบสัญญาณสองจุดติดตั้งบริเวณขอบล่างของตัวเครื่อง

     ส่วนระบบ Dual Output เป็นอีกข้อได้เปรียบที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้แยกสัญญาณเสียงออกไปจัดการได้หลายรูปแบบ ผู้เล่นหรือช่างเสียงจึงปรับสมดุลของเสียงได้ละเอียดขึ้น ไม่ว่าจะเล่นสดหรือบันทึกเสียง ก็มีความยืดหยุ่นมากกว่ากีต้าร์โปร่งไฟฟ้าทั่วไป


Hardware ที่ช่วยให้ตั้งเสียงได้แม่นและใช้งานได้จริง

     ลูกบิด Gotoh SGS510Z ที่มากับรุ่นนี้มีอัตราทด 18:1 หมายความว่าการหมุนแต่ละครั้งปรับได้ละเอียด จึงช่วยให้ตั้งสายได้แม่นขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องจูนให้ตรงกับการเล่นจริงหรือการบันทึกเสียงที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง


     รุ่นนี้ยังติดตั้ง Keith Banjo Tuners หรือ D-Tuner มาให้ด้วย อุปกรณ์ชิ้นนี้ช่วยให้ผู้เล่นเปลี่ยนระดับเสียงของบางสายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับเพลงที่มีการเปลี่ยน Tuning กลางเพลง หรือเปลี่ยนก่อนเข้าท่อนสำคัญ ผู้เล่นสาย Fingerstyle จะเห็นประโยชน์ของจุดนี้ได้ชัดมาก

หัวกีต้าร์ด้านหลังติดตั้งลูกบิดโลหะครบชุด พร้อมตัวปรับเสียงเสริมสำหรับเปลี่ยนเสียงสายได้รวดเร็ว

     ส่วน Nut และ Saddle ที่ทำจาก Bone ก็มีผลต่อเสียงโดยตรง เพราะวัสดุชนิดนี้ช่วยส่งแรงสั่นสะเทือนจากสายไปยังตัวกีต้าร์ได้ดี ทำให้เสียงต้นโน้ตชัด และหางเสียงทอดได้นานขึ้น


การใช้งานจริง เหมาะกับใคร

     กีต้าร์รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ต้องการเครื่องดนตรีเพียงตัวเดียว แต่ใช้งานได้ในหลายสถานการณ์

  • เหมาะกับผู้เล่น Fingerstyle ระดับกลางถึงระดับจริงจังที่ต้องการกีต้าร์ตอบสนองไว
  • เหมาะกับผู้ที่เล่นสดและต้องการเสียงออกแอมป์ที่ใกล้เคียงกับเสียงกีต้าร์จริง
  • เหมาะกับผู้ที่ชอบทดลอง Tuning หลายแบบ และอยากได้ D-Tuner มาช่วยให้เปลี่ยนเสียงสายได้รวดเร็ว
  • เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับงานไม้ และต้องการกีต้าร์ที่เสียงพัฒนาได้ตามระยะเวลาการใช้งาน


     แม้รุ่นนี้จะเกิดจากแนวคิดของศิลปินสาย Fingerstyle แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นเพลงแนวอื่นจะใช้ไม่ได้ หากเล่น Acoustic Pop เพลงบรรเลง เพลงร้องคู่กีต้าร์ หรือแม้แต่แนวร่วมสมัยที่ต้องการเสียงโปร่งแต่มีรายละเอียด รุ่นนี้ก็ยังตอบโจทย์ได้ดี


จุดเด่นของ กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 ที่ทำให้แตกต่างจากกีต้าร์ทั่วไป

  • ใช้ไม้หน้า ไม้ข้าง และไม้หลังแบบแผ่นตัน จึงให้โทนเสียงที่ลึกและมีมิติมากขึ้น
  • ระบบรับเสียงของ Fishman ช่วยให้เสียงออกแอมป์ฟังเป็นธรรมชาติ และเก็บรายละเอียดได้ดี
  • รองรับการเล่นแบบเคาะตัวกีต้าร์ การเล่นเก็บทำนอง และการเปลี่ยนเสียงสายได้คล่องตัว
  • มี D-Tuner ช่วยลดเวลาในการเปลี่ยน Tuning ระหว่างการเล่นจริง
  • รายละเอียดงานประกอบและ Hardware อยู่ในระดับที่เหมาะกับผู้เล่นจริงจัง


สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือก กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11

  • Body ทรง Jumbo ให้เสียงเต็มและอิ่ม แต่ขนาดตัวกีต้าร์ค่อนข้างใหญ่ ผู้เล่นที่รูปร่างเล็กควรลองจับจริงก่อน เพื่อดูว่าถนัดหรือไม่
  • ความกว้างคอที่ Nut 45 มม. เหมาะกับการแยกสายและการเล่นนิ้ว แต่ผู้ที่คุ้นกับคอแคบอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก
  • ระยะสายหรือ Scale 655 มม. ช่วยให้เสียงคมและมีแรงตึงที่ชัด แต่ผู้เริ่มต้นบางคนอาจรู้สึกว่าสายตึงกว่ากีต้าร์ที่เล่นง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
  • การตั้งสายจากโรงงานไม่ใช่มาตรฐาน E A D G B E แบบกีต้าร์ทั่วไป จึงเหมาะกับผู้เล่นที่พร้อมทดลอง หรือมีความเข้าใจเรื่อง Tuning อยู่บ้าง
  • ถ้าเป้าหมายหลักคือซื้อกีต้าร์ไว้ตีคอร์ดร้องเพลงเป็นหลัก รุ่นที่เรียบง่ายกว่านี้อาจใช้งานสะดวกกว่า แต่ถ้าต้องการกีต้าร์ที่เปิดทางให้พัฒนาทักษะได้มาก รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก


รายละเอียดวัสดุที่ส่งผลต่อโทนเสียงโดยตรง

  • Thermo Aged Solid Sitka Spruce ด้านหน้าช่วยให้เสียงตอบสนองไว โน้ตชัด และให้ความรู้สึกโปร่งเมื่อเล่นเก็บรายละเอียด
  • Solid African Mahogany ด้านข้างและด้านหลังช่วยเพิ่มความอุ่นและน้ำหนักของเสียงกลาง ทำให้เสียงโดยรวมไม่บางเกินไป
  • Macassar Ebony ที่ใช้กับ Fingerboard และ Bridge ช่วยให้การตอบสนองของเสียงกระชับและคมขึ้น
  • Bone ที่ใช้ทำ Nut และ Saddle ช่วยให้การส่งแรงสั่นสะเทือนมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงมีผลต่อทั้งความชัดและความยาวของหางเสียง
  • งานขอบตัวกีต้าร์และรายละเอียดตกแต่งต่าง ๆ ช่วยเสริมภาพรวมให้ดูเป็นกีต้าร์ระดับพรีเมียม ไม่ได้เด่นเพียงเรื่องสเปกบนกระดาษ


การดูแลรักษาให้พร้อมใช้งานในระยะยาว

  • กีต้าร์ที่ใช้ไม้แผ่นตันควรเก็บไว้ในที่ที่อุณหภูมิและความชื้นค่อนข้างคงที่ เพื่อช่วยลดโอกาสที่ไม้จะหดหรือขยายตัวมากเกินไป
  • หลังเล่นเสร็จควรเช็ดสาย คอ และหน้ากีต้าร์ทุกครั้ง เพื่อลดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกที่สะสม
  • หากไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรตรวจดูแบตเตอรี่ 9V ของระบบ Preamp อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟอ่อนเวลาใช้งานจริง
  • ลูกบิดและ D-Tuner ควรใช้อย่างนุ่มนวล ไม่หมุนฝืน เพราะอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำมักทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้อย่างพอดี
  • ถ้าต้องพกพาเดินทางบ่อย ควรใช้เคสที่รองรับ Body ทรง Jumbo ได้พอดี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแรงกระแทก


เมื่อต่อใช้งานกับเวทีหรือห้องบันทึกเสียงจะได้ประโยชน์อย่างไร

  • ระบบ Mic Blend ช่วยให้เสียงที่ออกจากแอมป์หรือ Mixer ยังคงความเป็นกีต้าร์โปร่งได้ดี ไม่แข็งหรือแบนจนเกินไป
  • การแยกสัญญาณผ่าน Dual Output ช่วยให้ช่างเสียงปรับเสียงหลักและเสียงเคาะได้ละเอียดขึ้น
  • เมื่อนำไปบันทึกเสียงร่วมกับ Microphone ภายนอก ตัวกีต้าร์ยังคงให้รายละเอียดของเสียงกลางและปลายเสียงที่ชัด จึงจับบุคลิกของเสียงได้ง่าย
  • D-Tuner ช่วยให้เปลี่ยน Tuning ได้รวดเร็วขึ้นจริงบนเวที โดยเฉพาะเพลงที่ต้องสลับเสียงสายหลายแบบ
  • สำหรับผู้เล่นที่ชอบใช้ Body ของกีต้าร์สร้างจังหวะ ระบบของรุ่นนี้ช่วยให้เสียงเคาะออกมาได้ชัดกว่ากีต้าร์โปร่งไฟฟ้าหลายรุ่นในตลาด


กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Ibanez JGM11 กับประสบการณ์เสียงที่เหนือกว่า

     สิ่งที่ทำให้กีต้าร์รุ่นนี้น่าสนใจไม่ได้มีเพียงรายการสเปก แต่คือความรู้สึกตอนเล่นจริง เสียงตอบสนองค่อนข้างไว เล่นเบาก็ยังได้รายละเอียด เล่นแรงก็ยังควบคุมเสียงได้ไม่ยาก ผู้เล่นจึงถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้ง่ายขึ้น


     ไม่ว่าจะใช้เล่นแบบเก็บทำนองทีละโน้ต เล่นเคาะสร้างจังหวะ หรือเล่นผสมหลายเทคนิคในเพลงเดียว กีต้าร์ตัวนี้ก็ยังให้เสียงที่สมดุลและชัดเจน จุดนี้เองที่ทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องดนตรีที่เติบโตไปพร้อมกับทักษะของตัวเอง


คลิป YouTube
เครดิต : Ibanez Guitars

     หากกำลังมองหากีต้าร์โปร่งไฟฟ้าที่ไม่ได้เด่นแค่ภาพลักษณ์ แต่ให้คุณภาพของงานไม้ ระบบเสียง และความสามารถในการรองรับเทคนิคการเล่นที่กว้าง รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่ามองอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยากได้กีต้าร์เพียงตัวเดียวที่พร้อมทั้งใช้ซ้อม เล่นสด และใช้งานจริงในระยะยาว


สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


รีวิวโดย gooddymusic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น