การควบคุมโทนเสียงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเล่นสดหรือบันทึกเสียง ถ้าเสียงหนาเกินไป บางเกินไป หรือระดับความดังขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดทั้งเพลง คนฟังก็อาจจับรายละเอียดไม่ชัดได้ แม้คุณจะเล่นได้ดี รีวิวนี้จึงจะค่อย ๆ อธิบายการใช้งานเอฟเฟคประเภท EQ และ Boost แบบเข้าใจง่าย ผ่านตัวอย่างอย่าง เอฟเฟคกีต้าร์ EarthQuaker Tone Job V2 ที่ช่วยปรับย่านเสียงได้ละเอียด โดยยังคงบุคลิกของกีต้าร์และแอมป์ไว้ เพื่อให้ได้โทนที่สมดุล ฟังสบาย และเข้ากับการเล่นมากขึ้น
โครงสร้างและแนวคิดของ เอฟเฟคกีต้าร์ EarthQuaker Tone Job V2
EarthQuaker Devices เป็นแบรนด์เอฟเฟคบูติกจากเมืองแอครอน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา แนวทางของแบรนด์คือทำเอฟเฟคที่ใช้งานได้จริง และช่วยให้ผู้เล่นค้นหาโทนเสียงของตัวเองได้ง่ายขึ้น รุ่นนี้อยู่ในกลุ่ม EQ และ Boost แบบ Analog จึงให้การตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ และรับน้ำหนักมือดีดได้ดี
ตัวเครื่องเป็นกล่องโลหะแข็งแรง งานพ่นสีและกราฟิกมีเอกลักษณ์ตามสไตล์ EarthQuaker ด้านหน้ามีปุ่มควบคุม 4 ปุ่ม ได้แก่ Level, Treble, Mid และ Bass จัดวางอ่านง่าย หมุนสะดวก เหมาะกับการปรับระหว่างซ้อมหรือระหว่างเล่นจริง
สวิตช์เท้าทำงานร่วมกับระบบ True Bypass หมายถึงเมื่อ “ปิด” เอฟเฟค สัญญาณกีต้าร์จะผ่านแบบตรง ๆ ช่วยลดโอกาสที่โทนจะหม่นลงหรือความดังลดลง เหมาะกับคนที่ใช้เอฟเฟคหลายก้อนและต้องการให้เสียงพื้นฐานยังคงเดิม
รายละเอียดสเปกสำคัญที่ควรรู้ก่อนใช้งาน
- ประเภทเอฟเฟค: EQ, Boost
- ระบบ: Analog
- อินพุต: 1 x 1/4" (Instrument)
- เอาต์พุต: 1 x 1/4"
- บายพาส: True Bypass
- ไฟเลี้ยง: 9V DC (ต้องใช้อะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์ซัพพลายแยก)
- การกินไฟ: 10mA
- ขนาดโดยประมาณ: สูง 2.25" (รวมปุ่ม) กว้าง 2.50" ลึก 4.75"
- น้ำหนัก: 0.6 Lbs.
การทำงานของ EQ และ Boost ใน เอฟเฟคกีต้าร์ EarthQuaker Tone Job V2
อธิบายแบบเข้าใจง่าย: EQ คือการเพิ่มหรือลดย่านเสียงบางช่วง เพื่อให้เสียง “พอดี” กับห้องและกับวง ส่วน Boost คือการเพิ่มความดังแบบสะอาด เพื่อให้เสียงกีต้าร์เด่นขึ้นตอนโซโล่ หรือใช้ดันแอมป์ให้ตอบสนองไวขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความแตกเสมอไป
ปุ่มหลักแต่ละตัวทำอะไรบ้าง
- Bass: เพิ่ม/ลดความหนาและแรงปะทะของย่านต่ำ หากมากเกินไปเสียงจะบวมและไปทับย่านของเบสในวง
- Mid: เพิ่ม/ลดความชัดและการทะลุมิกซ์ (ช่วยให้เสียงกีต้าร์มีตัวตนและไม่จม)
- Treble: เพิ่ม/ลดความใสและรายละเอียดปลายเสียง หากมากเกินไปอาจฟังแหลมบาดหู
- Level: คุมความดังรวม ใช้ตั้งให้ดังเท่าตอนปิดเอฟเฟค หรือ Boost เพิ่มเพื่อให้โซโล่เด่นขึ้น
เคล็ดลับสำหรับมือใหม่คือ “ปรับทีละนิด” แล้วฟังผลจริง เพราะการขยับ EQ เล็กน้อยก็ทำให้ความรู้สึกของเสียงเปลี่ยนชัด โดยเฉพาะเวลามีทั้งกลองและเบสเล่นพร้อมกัน
วัสดุ งานประกอบ และความทนทานสำหรับการใช้งานจริง
ตัวเครื่องโลหะช่วยให้ทนต่อการเหยียบและการขนย้าย ปุ่มหมุนให้แรงต้านกำลังดี จึงตั้งค่าได้แม่นขึ้น สวิตช์เท้าเป็นแบบโลหะที่รองรับการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องเปิด–ปิดเอฟเฟคบ่อย
จุดที่มือใหม่มักได้ประโยชน์เวลาใช้งานจริง
- ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่ วางบนบอร์ดได้ง่าย
- น้ำหนักไม่มาก ไม่ทำให้บอร์ดหนักเกินจำเป็น
- กินไฟต่ำ จัดการไฟเลี้ยงได้สะดวกเมื่อใช้ร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลายหลายช่อง
การประยุกต์ใช้กับกีต้าร์และแอมป์หลากหลายประเภท
ถ้าใช้กีต้าร์แบบ Single Coil แล้วรู้สึกว่าเสียงบาง ให้ลองเพิ่ม Mid เล็กน้อย จะช่วยให้เสียงหนาขึ้นและเด่นขึ้นในวง หากใช้ Humbucker แล้วรู้สึกว่าเสียงหนาเกินไป ให้ลองลด Bass เล็กน้อยเพื่อให้กระชับ และเพิ่ม Treble เล็กน้อยเพื่อให้รายละเอียดชัดขึ้น
สำหรับ Transistor Amp เอฟเฟค EQ ภายนอกช่วยปรับสมดุลได้เร็ว โดยไม่ต้องหมุน EQ บนแอมป์จนสุดทาง ส่วน Tube Amp เมื่อ Boost ด้วย Level อย่างพอดี มักช่วยให้แอมป์ตอบสนองไวขึ้นและได้ไดนามิกที่สนุกขึ้น
ในการบันทึกเสียง เอฟเฟค EQ และ Boost ช่วยแก้ปัญหาเสียงทึบหรือเสียงบางก่อนเข้าระบบอัด ทำให้ได้สัญญาณที่พร้อมใช้งานมากขึ้น และลดเวลาปรับ EQ ในคอมพิวเตอร์ภายหลัง
แนวทางตั้งค่าเริ่มต้นให้ได้โทนบาลานซ์แบบไม่เสียคาแรกเตอร์
- เริ่มจาก Bass, Mid, Treble ที่ตำแหน่งกลาง (ประมาณ 12 นาฬิกา) เพื่อให้เป็นโทนกลาง ๆ ก่อน
- ตั้ง Level ให้ดังเท่าตอนปิดเอฟเฟค (Unity Gain) แล้วค่อยเพิ่มถ้าต้องการ Boost
- ถ้าเสียงทึบ/อั้น: ลด Bass ทีละนิด แล้วเพิ่ม Treble เล็กน้อยเพื่อเปิดปลายเสียง
- ถ้าเสียงบาง/แหลมบาดหู: ลด Treble แล้วเพิ่ม Mid เพื่อเติมเนื้อเสียงโดยไม่ต้องเร่งวอลุ่ม
- ถ้าต้องการโซโล่ให้ชัด: เน้นเพิ่ม Mid มากกว่าการเพิ่ม Bass เพื่อให้เสียงทะลุมิกซ์โดยไม่บวม
- เวลาเปลี่ยนกีต้าร์หรือปิ๊กอัพ: ปรับทีละปุ่มแบบเล็ก ๆ และฟังผลจริงก่อนหมุนเพิ่ม
เครดิต : Prymaxe
เทคนิคใช้งานร่วมกับเอฟเฟคอื่นให้ได้ผลชัดบนเวทีและในห้องซ้อม
- วางก่อน Overdrive/Distortion: ช่วย “ปั้น” ย่านความถี่ก่อนแตก ทำให้เสียงแตกมีโฟกัส และคุมย่านต่ำไม่ให้ฟุ้ง
- วางหลัง Overdrive/Distortion: เหมาะกับการเพิ่ม Mid ให้โซโล่ชัดขึ้น หรือเก็บ Treble หากเสียงแหลมจัด
- ใช้กับ Compressor: ถ้าคอมเพรสทำให้เสียงแบน ให้ลองเพิ่ม Mid เล็กน้อย และตั้ง Level ให้พอดี เพื่อให้ชัดขึ้นแต่ยังคุมไดนามิกได้
- ใช้กับ Delay/Reverb: ลด Bass เล็กน้อยก่อนเข้าหางเสียง ช่วยให้หางไม่บวม และมิกซ์โดยรวมสะอาดขึ้น
- ใช้เป็นตัวช่วยแก้สภาพห้อง: เล่นแล้วเสียงจมให้เพิ่ม Mid; ถ้าเสียงบวมเพราะตู้ชิดผนังให้ลด Bass แทนการหรี่ความดัง
- ถ้าใช้หลายก้อนในบอร์ด: ทำจุดอ้างอิงด้วย Unity Gain ให้แต่ละก้อน เพื่อลดปัญหาเสียงกระชากเวลาสลับเอฟเฟค
แนวคิดการจัดวางในบอร์ดเอฟเฟค
เอฟเฟคแบบ EQ/Boost วางได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการ “ควบคุม”
- วางต้นสาย: เหมาะกับการปรับโทนพื้นฐานของกีต้าร์ก่อนเข้าเอฟเฟคแตก
- วางหลังเอฟเฟคแตก: เหมาะกับการจูนย่านความถี่หลังแตก เพื่อให้โซโล่ชัดขึ้น หรือเก็บความแหลมให้พอดี
ถ้าอยากเห็นผลชัด แนะนำให้จัดวางแล้วอัดคลิปสั้น ๆ เปรียบเทียบ จะช่วยให้เลือกตำแหน่งที่เข้ากับสไตล์การเล่นของตัวเองได้เร็ว
เปรียบเทียบกับ EQ บนแอมป์
แอมป์ส่วนใหญ่มักมี EQ ในตัวอยู่แล้ว แต่อีคิวบนแอมป์มักใช้ “ปรับภาพรวม” ขณะที่เอฟเฟค EQ ภายนอกช่วยให้ปรับได้ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนสถานที่เล่นบ่อย หรือใช้กีต้าร์หลายตัวในเซ็ตเดียว คุณสามารถตั้งแอมป์ให้คงที่ แล้วใช้เอฟเฟคปรับชดเชยความต่างของกีต้าร์แต่ละตัวได้รวดเร็วขึ้น
สรุปท้ายรีวิว: เอฟเฟค EQ และ Boost เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้เสียงกีต้าร์ “เข้าที่” ได้ไว ทั้งในห้องซ้อม สตูดิโอ และบนเวที รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโทนโปร่งใส ปรับย่านเสียงได้ละเอียด และใช้งานได้ง่ายแม้เป็นมือใหม่.
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น