เมื่อกล่าวถึงกีต้าร์ทรง Strat ที่นักดนตรีทั่วโลกยอมรับในเรื่องโทนเสียง ความเสถียรของฮาร์ดแวร์ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน ชื่อของ Jeff Beck มักถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ รุ่น Fender Jeff Beck Stratocaster กีต้าร์ไฟฟ้า จึงเป็นเครื่องดนตรีที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากทำความเข้าใจว่า กีต้าร์ระดับมืออาชีพแตกต่างจากรุ่นทั่วไปอย่างไร จุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ชื่อศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวัสดุ งานประกอบ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ทั้งบนเวทีและในห้องบันทึกเสียง
จุดเด่นทางโครงสร้างของ Fender Jeff Beck Stratocaster กีต้าร์ไฟฟ้า
บอดีของรุ่นนี้ทำจากไม้อัลเดอร์ (Alder) ซึ่งเป็นไม้ยอดนิยมสำหรับกีต้าร์ทรง Strat เพราะให้เสียงสมดุล ชัดเจน และตอบสนองต่อการดีดได้ดี จุดเด่นของไม้อัลเดอร์คือให้ย่านเสียงกลางเด่น จึงเล่นได้หลากหลายแนว ทั้งเสียงคลีนใสและเสียงแตกที่ยังคงมีมิติ เมื่อใช้ร่วมกับงานเคลือบเงาที่เก็บรายละเอียดอย่างประณีต จึงได้ทั้งความสวยงามและช่วยปกป้องผิวไม้ในระยะยาว
คอกีต้าร์เป็นทรง C Shape ให้ความรู้สึกจับสบายมือ เหมาะทั้งกับผู้เล่นที่เน้นตีคอร์ดและผู้เล่นที่ชอบโซโล่ ฟิงเกอร์บอร์ดมีรัศมี 9.5 นิ้ว (241 มม.) ซึ่งเป็นค่าที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ปรับตัวได้ง่าย เฟร็ตแบบ Medium Jumbo จำนวน 22 เฟร็ต ช่วยให้ดันสายและควบคุมโน้ตได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ต้องเล่นเมโลดียาว ๆ หรือโซโล่ที่ต้องควบคุมน้ำหนักนิ้วอย่างละเอียด
อีกจุดที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจาก Strat ทั่วไปคือ LSR Roller Nut ชิ้นส่วนนี้ช่วยลดแรงเสียดทานบริเวณนัต ทำให้สายเคลื่อนตัวได้ลื่นขึ้น เมื่อใช้คันโยกหรือเล่นเทคนิคสั่นสายบ่อย ๆ กีต้าร์จะรักษาการตั้งสายได้ดีขึ้น จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการความนิ่งของเสียงระหว่างการเล่นจริง
ระบบปิ๊กอัพและอิเล็กทรอนิกส์ของ Fender Jeff Beck Stratocaster กีต้าร์ไฟฟ้า
รุ่นนี้ใช้ปิ๊กอัพ 3 ตัวแบบ Hot Noiseless™ Single-Coil Strat® จุดเด่นคือช่วยลดเสียงจี่รบกวนที่มักพบในปิ๊กอัพ Single-Coil ทั่วไป แต่ยังคงคาแรคเตอร์เสียงใส ชัด และมีเอกลักษณ์แบบ Strat ไว้ได้ดี ผู้เล่นจึงได้ทั้งความเป็นธรรมชาติของเสียงและความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะเวลาอัดเสียงหรือเล่นกับระบบเสียงที่ขยายรายละเอียดมาก
สวิตช์เลือกปิ๊กอัพ 5 ทาง ช่วยให้เลือกโทนเสียงได้หลากหลาย ตั้งแต่เสียงคลีนใสสำหรับเล่นคอร์ด เสียงเด้งชัดสำหรับริฟฟ์ ไปจนถึงเสียงที่หนาขึ้นสำหรับโซโล่ เมื่อใช้งานร่วมกับปุ่มควบคุม Master Volume, Tone 1 (Neck Pickup) และ Tone 2 (Bridge/Middle Pickup) ผู้เล่นสามารถปรับสมดุลเสียงได้ละเอียดตามสไตล์เพลงและลักษณะการเล่นของตนเอง
สะพานสายแบบ 2-Point American Series Synchronized Tremolo พร้อม Stainless Steel Saddles ช่วยให้การใช้คันโยกลื่นและควบคุมได้ง่ายกว่าแบบดั้งเดิมบางรุ่น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความนิ่งของสายเมื่อใช้งานอย่างเหมาะสม ส่วนลูกบิด Deluxe Staggered Cast/Sealed Locking ช่วยล็อกสายให้แน่น เปลี่ยนสายได้สะดวก และช่วยให้การตั้งสายคงที่มากขึ้น
รายละเอียดวัสดุและงานประกอบระดับมืออาชีพของ Fender Jeff Beck Stratocaster กีต้าร์ไฟฟ้า
จุดแข็งของเครื่องดนตรีรุ่นนี้คือมาตรฐานการผลิต Made In USA ที่ให้ความละเอียดในการประกอบสูง ตั้งแต่การเก็บขอบเฟร็ต ความเรียบร้อยของฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทุกส่วนถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริง ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามภายนอกเท่านั้น
สายที่ติดตั้งมาจากโรงงานเป็น Fender® USA 250L Nickel Plated Steel เบอร์ .009-.042 ซึ่งเป็นขนาดที่เล่นง่ายสำหรับผู้เล่นจำนวนมาก ให้สัมผัสที่ไม่ตึงเกินไป เหมาะทั้งกับการเล่นคอร์ด การดันสาย และการโซโล่ในหลายแนวเพลง ฮาร์ดแวร์โครเมียมยังช่วยเพิ่มทั้งความแข็งแรงและความทนทานต่อการใช้งานระยะยาว
จากภาพสินค้าจะเห็นงานเคลือบสีที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ และการจัดวางชิ้นส่วนด้านหน้าและด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ ด้านหลังคอให้สัมผัสลื่นมือ ทำให้เลื่อนตำแหน่งมือซ้ายได้คล่องขึ้น รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกเวลาเล่นจริงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อซ้อมหรือเล่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
แนวทางการใช้งานในบริบทดนตรี
กีต้าร์ทรง Strat เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้งานได้กว้างมาก เพราะตอบสนองต่อแรงดีดและการควบคุมมือได้ละเอียด ผู้เล่นสามารถสร้างเสียงได้หลายบุคลิก ตั้งแต่เสียงใสสะอาดสำหรับ Pop และ Funk ไปจนถึงเสียงหนาขึ้นสำหรับ Blues และ Rock เมื่อใช้ร่วมกับแอมป์หรือเอฟเฟคที่เหมาะสม ก็จะยิ่งขับจุดเด่นของตัวกีต้าร์ออกมาได้ชัดขึ้น
สำหรับมือใหม่ การเข้าใจพื้นฐานของตำแหน่งปิ๊กอัพและการปรับโทน จะช่วยให้ใช้งานกีต้าร์ได้คุ้มขึ้นมาก เช่น ตำแหน่งคอให้เสียงนุ่ม ตำแหน่ง Bridge ให้เสียงคม และตำแหน่งผสมให้เสียงสมดุลขึ้น เหมาะกับการฝึกฟังความแตกต่างของโทนเสียงในแต่ละเพลง
รุ่นนี้ยังมาพร้อมเคสแข็ง Vintage-Style Tweed Case จาก Fender ซึ่งช่วยปกป้องตัวกีต้าร์ระหว่างการขนย้ายได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องพกเครื่องดนตรีไปซ้อม ไปเรียน หรือขึ้นเวทีบ่อย ๆ การมีเคสแข็งจากแบรนด์ตั้งแต่ต้นยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในภายหลังได้ด้วย
การเปรียบเทียบเชิงเทคนิคของ Fender Jeff Beck Stratocaster กีต้าร์ไฟฟ้า กับ Strat รุ่นมาตรฐาน
ถ้าเทียบกับ Strat รุ่นมาตรฐานทั่วไป ความแตกต่างที่เห็นชัดคือการเลือกใช้ปิ๊กอัพ Hot Noiseless™ ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีกว่า จึงเหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการสัญญาณเสียงสะอาดและคมชัด โดยเฉพาะในการบันทึกเสียงหรือการใช้งานร่วมกับเอฟเฟคหลายตัว
อีกจุดหนึ่งคือ LSR Roller Nut และระบบ Tremolo แบบ 2 จุด ซึ่งช่วยให้การใช้งานคันโยกลื่นขึ้นและควบคุมการตั้งสายได้มั่นคงขึ้น เมื่อรวมกับลูกบิดแบบ Locking จึงทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการเครื่องดนตรีพร้อมใช้งานอย่างจริงจัง โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติมมากนักตั้งแต่เริ่มต้น
แนวทางเลือกแอมป์และเอฟเฟคให้เข้ากับ Strat เสียงคลีนใส
- หากต้องการโทนคลีนใสที่เก็บรายละเอียดได้ดี ควรเริ่มจากแอมป์ที่มีเสียงพื้นฐานสะอาดและมีกำลังสำรองเพียงพอ เพื่อให้คาแรคเตอร์ของปิ๊กอัพออกมาได้เต็มที่
- วิธีตั้งเสียงแบบเริ่มต้นที่ทำตามได้ง่าย คือปรับ Gain ให้ต่ำก่อน แล้วค่อยตั้ง Volume ตามระดับการใช้งาน จากนั้นปรับ Bass, Mid และ Treble ไว้ระดับกลาง ๆ ก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มตามสภาพห้องและแนวเพลง
- ถ้าต้องการใช้เสียงแตก ควรใช้เอฟเฟค Overdrive เป็นตัวสร้างคาแรคเตอร์หลัก แล้วใช้แอมป์เป็นฐานเสียงสะอาด วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมปลายเสียงได้ง่ายขึ้น
- เอฟเฟคที่ตอบสนองตามน้ำหนักนิ้วได้ดี จะช่วยให้การเล่นมีมิติมากขึ้น เพราะเสียงจะเปลี่ยนตามแรงดีดอย่างเป็นธรรมชาติ
- สำหรับแนว Pop, Funk หรือ Blues การใช้ Compressor ในระดับพอดีจะช่วยให้โน้ตสม่ำเสมอขึ้น แต่ไม่ควรตั้งแรงเกินไปจนเสียงแข็งหรืออั้น
- Delay และ Reverb ควรใช้ในระดับพอเหมาะ เพื่อให้เสียงยังชัด โดยเฉพาะเวลาเล่นคอร์ดหรือริฟฟ์ที่ต้องการความคมของจังหวะ
- เวลาเล่นกับวง ควรลองฟังเสียงรวมของทั้งวงก่อน เพราะโทนที่ฟังดีตอนเล่นคนเดียวอาจไปทับความถี่ของเบสหรือคีย์บอร์ดได้
การตั้งค่าเบื้องต้นก่อนใช้งานจริงเพื่อให้เล่นสบายและเสียงนิ่ง
- ตรวจสอบความสูงสาย (Action) ให้เหมาะกับสไตล์การเล่น ถ้าเล่นโซโล่และดันสายบ่อย อาจตั้งให้ไม่ต่ำเกินไปเพื่อลดอาการสายครูดเฟร็ต
- เช็คความโค้งคอ (Neck Relief) เบื้องต้น เพื่อให้แรงกดมือซ้ายสมดุลและเล่นคอร์ดในช่วงต้นคอได้สบายขึ้น
- ตั้ง Intonation โดยเทียบเสียงเปิดสายกับเสียงที่เฟร็ต 12 เพื่อให้โน้ตตรงคีย์ตลอดคอ
- เมื่อเปลี่ยนเบอร์สายหรือเปลี่ยนยี่ห้อสาย ควรเช็คการตั้งสายใหม่ เพราะแรงดึงสายที่ต่างกันมีผลต่อความรู้สึกในการเล่นและความนิ่งของคอ
- หากใช้คันโยกเป็นประจำ ควรตรวจจุดสัมผัสสำคัญและดูการคืนตัวของสะพานสายหลังใช้งาน เพื่อให้กีต้าร์จูนกลับมาได้แม่นยำขึ้น
- ผู้เล่นที่เน้นเสียงคลีนชัด ควรลองปรับความสูงปิ๊กอัพทีละน้อย แล้วฟังความต่างของความดังและความใสในแต่ละตำแหน่งสวิตช์
- ก่อนอัดเสียง ควรทดลองสวิตช์ 5 ทางหลายตำแหน่งและอัดตัวอย่างสั้น ๆ เปรียบเทียบ เพื่อช่วยให้เลือกโทนที่เข้ากับเพลงได้เร็วขึ้น
การดูแลวัสดุและฮาร์ดแวร์ให้พร้อมใช้งานระยะยาว
- หลังเล่นทุกครั้ง ควรใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดสาย เฟร็ตบอร์ด และฮาร์ดแวร์ เพื่อลดคราบเหงื่อและคราบสกปรกที่สะสม
- ผิวเคลือบเงาควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาสำหรับเครื่องดนตรี เพื่อรักษาความเงางามและลดความเสี่ยงต่อการทำลายชั้นเคลือบ
- ควรหลีกเลี่ยงการวางกีต้าร์ไว้ในที่ร้อนจัด หรือโดนแดดโดยตรง เพราะอุณหภูมิและความชื้นมีผลต่อไม้และการตั้งสาย
- ลูกบิด Locking Tuner ควรตรวจความแน่นเป็นระยะ เพื่อให้การตั้งสายยังคงเสถียร โดยไม่ต้องขันแน่นเกินความจำเป็น
- สะพานสายและ Saddles ควรเช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ เพราะฝุ่นและคราบเหงื่อส่งผลต่อการสั่นของสายและความแม่นยำในการจูน
- การเก็บในเคสแข็งช่วยลดแรงกระแทก ฝุ่น และความผันผวนของอุณหภูมิ เหมาะกับผู้ที่ต้องพกกีต้าร์เดินทางบ่อย
- หากไม่ได้ใช้งานนาน ควรนำออกมาตรวจสภาพเป็นระยะ เช่น เช็คการจูน เช็คสภาพสาย และดูสภาพห้องเก็บ เพื่อป้องกันปัญหาสะสม
สรุปภาพรวม
รุ่นนี้เป็นกีต้าร์ที่ให้ความสมดุลระหว่างโทนเสียงแบบ Strat ที่หลายคนคุ้นเคย กับรายละเอียดด้านฮาร์ดแวร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง จุดเด่นอย่างปิ๊กอัพที่ช่วยลดเสียงรบกวน ระบบ Tremolo ที่ควบคุมง่าย และฮาร์ดแวร์ที่ช่วยให้การตั้งสายมีความเสถียร ทำให้เหมาะทั้งกับผู้เล่นที่จริงจังและผู้ที่ต้องการยกระดับเครื่องดนตรีของตนเองในระยะยาว
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น