เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย เจาะลึกโทนวินเทจยุค 70s และโครงสร้างที่นักดนตรีเลือกใช้

เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย รวม 4 สี พร้อมกระเป๋านุ่ม โทนวินเทจ Jazz Bass ยุค 70s

     เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย เป็นรุ่นที่หลายคนสนใจ เพราะให้โทนเสียงแบบ Jazz Bass ยุค 70s ที่ฟังแล้วอุ่น หนา และมีเอกลักษณ์ แต่ยังเล่นง่ายและปรับเสียงได้หลากหลายตามสไตล์เพลง จุดที่ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับมือใหม่ คือการควบคุมต่าง ๆ ไม่ซับซ้อน เริ่มจากตั้งค่าแบบเรียบ ๆ ก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มตามความชอบได้ทีละขั้น ไม่ว่าจะใช้ฝึกซ้อม อัดเสียง หรือเล่นสด ก็ใช้งานได้ดีในตัวเดียว


แนวคิดการออกแบบของ เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย

เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย สีขาว WB คอเมเปิลอินเลย์บล็อกดำ ปิ๊กการ์ดดำ โทนวินเทจ

     Sire Marcus Miller V7 Vintage 2nd Generation ถูกออกแบบด้วยแนวคิดที่เข้าใจง่าย คือ “ให้ได้เสียงคลาสสิก แต่ต้องเล่นสบาย และใช้งานได้จริงในยุคนี้” จึงคงบุคลิกของ Jazz Bass ไว้ให้ชัดเจน แล้วเสริมรายละเอียดด้านความสบายมือและการปรับโทนเสียงให้เหมาะกับสถานการณ์จริง


     รุ่น 5 สายจะมีสาย B เพิ่มเข้ามา เพื่อใช้เล่นโน้ตที่ต่ำกว่าปกติ ทำให้เล่นเพลงสมัยใหม่ได้ครบขึ้น เช่น ป๊อป ร็อก กอสเปล หรือฟิวชัน จุดสำคัญคือเสียงของสาย B ต้องชัดและนิ่ง ถ้าเสียงออกขุ่นหรือไม่คม มือใหม่มักรู้สึกว่าโน้ตไม่แน่นและควบคุมยาก รุ่นนี้จึงปรับพื้นเสียงมาให้ฟังโน้ตได้ชัด แยกเสียงง่าย และเล่นเข้ากับวงได้ดีโดยไม่ต้องตั้งค่าเยอะ


โทนเสียงวินเทจและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้จริง

     โทนเสียงของรุ่นนี้มาจากการทำงานร่วมกันของ 2 ส่วนหลัก คือ Pickup และ Preamp ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ “บุคลิกเสียง” และ “ความยืดหยุ่นในการปรับโทนเสียง”

  • Pickup: Marcus Vintage-J Revolution Set ให้เสียงวินเทจที่อุ่น มีเนื้อเสียงแน่น และตอบสนองแรงนิ้วได้ชัด
  • Preamp: Marcus Heritage-3 ช่วยให้ปรับโทนได้ละเอียด โดยเฉพาะการคุม Middle Frequency ซึ่งเป็นย่านสำคัญที่ช่วยให้เสียงเบส “ชัดขึ้น” โดยไม่ต้องเพิ่มความดังมาก
  • สลับ Active/Passive ได้ด้วย Mini Toggle ทำให้เลือกโทนเสียงได้ตามงาน

          - Passive: โทนธรรมชาติ ฟังนุ่ม และตรงไปตรงมา เหมาะกับแจ๊ส วินเทจ และเพลงที่อยากให้สัมผัสนิ้วเด่น

          - Active: เพิ่มความคม ความพุ่ง และความชัด เหมาะกับเล่นสดหรือซ้อมกับวงที่เสียงเครื่องดนตรีหนา

เบสไฟฟ้า Sire V7 Vintage 5 สาย สี Tobacco Sunburst คอเมเปิลอินเลย์บล็อกดำ ลุคคลาสสิกเล่นได้หลากแนว

     สำหรับมือใหม่ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มปรับส่วนไหน แนะนำให้ตั้งค่าเสียงแบบเรียบ (Flat) ไว้ก่อน จากนั้นค่อย ๆ ปรับทีละจุด พร้อมฟังความเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจลักษณะเสียงของเครื่องได้ชัดขึ้น และลดโอกาสปรับจนเสียงเพี้ยนหรือสับสน

คลิป YouTube
เครดิต : Music Arms


โครงสร้างคอและเฟรตบอร์ดที่ช่วยให้เล่นสบายมือ

     คอทรง C-Shape ทำจาก Hard Maple และเคลือบแบบ Gloss Finish ให้สัมผัสลื่น เหมาะกับการฝึกซ้อมต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนที่ยังต้องเลื่อนมือขึ้นลงคอเพื่อหาตำแหน่งโน้ตอยู่บ่อย ๆ


     จุดที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเล่นสบาย คือ Edgeless™ Design หรือการทำขอบเฟรตบอร์ดให้มนขึ้น (Rolled Fretboard Edges) เวลาเลื่อนมือจะไม่รู้สึกระคาย ช่วยให้ซ้อมได้นานขึ้น และวางนิ้วได้มั่นใจขึ้น


สเปกที่เกี่ยวกับความรู้สึกตอนเล่น ซึ่งมือใหม่ควรรู้ไว้:

  • Nut: Natural Bone 46 มม. ช่วยถ่ายทอดแรงสั่นของสาย ทำให้เสียงนิ่งและชัดขึ้น
  • Scale 34 นิ้ว เป็นมาตรฐานที่พบได้บ่อย เรียนตามแบบฝึกทั่วไปได้สะดวก
  • Fretboard: Hard Maple พร้อม Inlay Block สีดำ ช่วยให้มองตำแหน่งเฟรตได้ชัดขึ้น


วัสดุและฮาร์ดแวร์ที่ช่วยให้เสียงนิ่งและตั้งสายง่าย

     บอดี้ทำจาก Swamp Ash ซึ่งเป็นไม้ที่ให้เสียงชัดและมีมิติ เวลาเล่นแล้วโน้ตจะออกมาคม แยกกันได้ดี และไม่ฟังขุ่นง่าย จึงเหมาะกับโทนแบบ Jazz Bass รวมถึงเพลงที่ต้องการให้รายละเอียดของเสียงเบสชัดเจนขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลาต้องเล่นร่วมกับกลองและกีต้าร์ในวง

บอดี้ลายไม้ธรรมชาติ คอเมเปิลอินเลย์บล็อกดำ ฮาร์ดแวร์โครเมียม ลุคคลาสสิกเหมาะเล่นแนวแจ๊ส

     ฮาร์ดแวร์มีผลกับความเสถียรโดยตรง เช่น ตั้งสายแล้วคงสายได้ดี หรือเล่นแรงแล้วเสียงไม่แกว่ง รุ่นนี้จึงเลือกใช้อุปกรณ์ที่เน้นความทนทานและใช้งานจริง

  • Premium Open-Gear Tuning Machine หมุนละเอียด ตั้งสายง่าย และคงสายได้ดี
  • Bridge: Marcus Miller Vintage-S (Chrome) ช่วยให้โน้ตแน่นขึ้น และเพิ่ม Sustain (เสียงยาว) โดยเฉพาะสาย B
  • สาย DR Dragon Skin+DBQ5-45 ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ให้ความรู้สึกในการเล่นที่พอดีทั้งสามแบบ คือ เล่นด้วยนิ้ว เล่นสแลป และเล่นด้วยปิ๊ก ทำให้มือใหม่ลองฝึกได้หลายสไตล์ โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนสายใหม่


วิธีตั้งค่าเสียงให้เข้ากับแนวเพลงยอดนิยม

ข้อดีของรุ่นนี้คือปรับโทนแล้ว “ได้ยินผลชัด” มือใหม่ลองเริ่มจากแนวทางง่าย ๆ ตามนี้ได้เลย

  • อยากได้เสียงวินเทจ นุ่มเป็นธรรมชาติ: ใช้ Passive แล้วปรับความดังให้พอดี เสียงจะอุ่นและมีเนื้อ
  • เล่นกับวงแล้วเสียงจมหาย: ใช้ Active แล้วเพิ่ม Middle Frequency ทีละนิด เสียงจะเด่นขึ้นแบบไม่แหลมบาดหู
  • อยากให้โน้ตชัดขึ้น: ลองลดเสียงทุ้มลงเล็กน้อย ถ้าเสียงหนาเกินไป แล้วค่อยเพิ่มย่านกลางอีกนิด จะช่วยให้แต่ละโน้ตฟังชัดขึ้น และแยกเสียงได้ง่ายกว่าเดิม
  • เล่นสแลปให้คมขึ้น: เพิ่มย่านสูงเล็กน้อย และลดกลางบางช่วงเพื่อให้เสียง “ป๊อป” ชัดขึ้น
  • อัดเสียงให้แก้ได้ง่ายตอนมิกซ์: เริ่มจาก Flat ก่อน แล้วค่อยปรับตามเพลงทีละนิด


เช็คลิสต์ก่อนอัดเสียงหรือขึ้นเวทีให้เล่น 5 สายได้มั่นใจ

     มือใหม่หลายคนกังวลเรื่องความนิ่งของเสียงและความเพี้ยน ซึ่งมักแก้ได้ด้วยการเช็คพื้นฐานให้ครบก่อนเริ่มเล่นจริง

  • เช็คสาย B ให้ชัด: ลองเล่นโน้ตยาว ๆ ฟังว่าเสียงนิ่งหรือสั่นผิดปกติ
  • ลองสลับ Active/Passive ก่อนเริ่มงาน: เพื่อให้คุ้นมือ ไม่พลาดตอนต้องเปลี่ยนโทนเร็ว
  • ตั้ง Intonation: เช็คโน้ตที่เฟรต 12 ให้ตรง ช่วยให้เล่นตำแหน่งสูงแล้วไม่เพี้ยน
  • ตั้ง Action ให้เหมาะกับมือ: ไม่ต่ำเกินไปจะลดการกระทบเฟรต และทำให้เล่นสบายขึ้น
  • เช็คสายแจ็คและจุดต่อสัญญาณ: ลดโอกาสเกิดเสียงจี่ หรือเสียงขาดหายเมื่อเล่นผ่านแอมป์หรือมิกเซอร์


ดูแลวัสดุไม้และฮาร์ดแวร์ให้สภาพดีในระยะยาว

     การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เสียงคงที่ และทำให้เครื่องเล่นสบายไปได้นาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ซ้อมบ่อย

  • เช็ดคราบเหงื่อหลังเล่นทุกครั้ง: ลดคราบสะสม และช่วยให้ผิวเครื่องดูสะอาด
  • คอและเฟรตบอร์ด Maple: ใช้ผ้านุ่มเช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงน้ำยาที่แรงเกิน เพราะอาจทำให้ผิวเคลือบเสีย
  • ฮาร์ดแวร์ Chrome: เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะหลังเล่นในที่ชื้นหรืออุณหภูมิเปลี่ยนเร็ว
  • เก็บในกระเป๋าหรือเคส: ลดแรงกระแทก และช่วยคุมอุณหภูมิไม่ให้แกว่งมาก
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดและความร้อนสูง: ช่วยให้คอไม่โก่งง่าย และตั้งสายได้เสถียรกว่า


การใช้งานจริงและกลุ่มผู้เล่นที่เหมาะสม

     Sire Marcus Miller V7 Vintage 2nd Generation Ash 5-String เหมาะกับคนที่ต้องการเบสตัวเดียวใช้งานครบ ตั้งแต่ซ้อม อัดเสียง ไปจนถึงเล่นสด เพราะให้เสียงพื้นฐานที่บาลานซ์ดี ต่อเข้าระบบเสียงแล้วทำงานง่าย และปรับโทนได้กว้างโดยไม่ซับซ้อน


     สำหรับคนที่อยากได้โทน Jazz Bass แบบวินเทจ แต่ยังต้องการความทันสมัยด้านการคุมเสียง รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ทั้งในแง่วัสดุ งานประกอบ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน


สีและภาพลักษณ์ของตัวเครื่อง

     สีที่มีให้เลือก ได้แก่ NT (Natural), TS (Tobacco Sunburst), WB (White Blonde), BMR (Bright Metallic Red) เหมาะทั้งคนที่ชอบลายไม้แบบคลาสสิก และคนที่อยากให้เครื่องดูโดดเด่นบนเวที ผิวเคลือบช่วยให้เห็นลายไม้ชัด และทำให้ภาพรวมดูพรีเมียมขึ้น


     โดยรวมแล้ว Sire Marcus Miller V7 Vintage 2nd Generation Ash 5-String เป็นเครื่องดนตรีที่ผสานโทนวินเทจยุค 70s กับความสะดวกในการปรับเสียงของเครื่องยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เหมาะกับคนที่อยากเริ่มจริงจังกับเบส 5 สาย และต้องการเครื่องที่ใช้งานได้ยาว ๆ

บอดี้สีแดงเมทัลลิก ปิ๊กการ์ดลายกระ คอเมเปิลอินเลย์บล็อกดำ โดดเด่นเวลาเล่นบนเวที

สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่


🛒สั่งซื้อได้ที่นี่


รีวิวโดย gooddymusic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น