ถ้าคุณกำลังมองหากลองไม้ Birch แท้ที่ให้เสียงชัด จูนง่าย และนำไปใช้ได้จริงทั้งซ้อม อัดเสียง และเล่นสด รุ่นนี้คือคำตอบที่ลงตัว เพราะ กลองชุด Ludwig Element Birch ออกแบบมาให้เหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มจริงจัง รวมถึงคนที่อยากยกระดับชุดกลองให้คุณภาพเสียงดีขึ้นอย่างรู้สึกได้
โครงสร้างและวัสดุของ กลองชุด Ludwig Element Birch
จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ “ตัวกลอง” ซึ่งทำจากไม้ Marbled Birch แบบ 7 ชั้น ไม้ Birch เป็นวัสดุที่มือกลองนิยมใช้ เพราะให้โทนเสียงคมชัด โฟกัสของเสียงดี และมีเสียงพุ่งตอนเริ่มตี (Attack) ที่เด่น ทำให้เสียงกลองแต่ละชิ้นแยกกันชัด ฟังง่าย และไม่ปนกันเมื่อเล่นรวมกับวง
โครงสร้างไม้แบบ 7 ชั้นช่วยให้ตัวกลองแข็งแรง แต่ยังสั่นได้พอดี จึงตอบสนองดีแม้ตีเบา และยังคงพลังเสียงไว้ได้เมื่อเล่นหนักขึ้น เหมาะกับการฝึกควบคุมความดัง–เบา และช่วยให้มือใหม่เข้าใจคาแรคเตอร์เสียงของกลองแต่ละใบได้เร็วขึ้น
ขอบกลอง (Bearing edge) มุม 45 องศา ใน กลองชุด Ludwig Element Birch ส่งผลต่อเสียงอย่างไร
รายละเอียดที่มีผลต่อเสียงอย่างชัดเจนคือขอบกลอง (Bearing edge) รุ่นนี้ใช้มุม 45 องศาด้านใน และมีมุมเอียงเล็กน้อยด้านนอก ขอบกลองที่ออกแบบดีจะช่วยให้หน้าหนังกลองสัมผัสกับตัวกลองอย่างพอดี ทำให้เสียงเปิด ชัด และตอบสนองไวขึ้น
ผลที่ได้คือโทนเสียงคมและนิ่ง คุมเสียงได้ง่าย เสียงพุ่งตอนเริ่มตีชัด เหมาะทั้งการซ้อมยาว ๆ และการเล่นสด โดยเฉพาะคนที่อยากได้โทน Birch แบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องแต่งเสียงมากก็ฟังดี
การจัดชุดและขนาดกลองของ กลองชุด Ludwig Element Birch ที่ตอบโจทย์การใช้งาน
Ludwig Element Birch มีให้เลือกทั้ง Drive Set และ Pop Set ซึ่งแต่ละชุดจะให้ความรู้สึกในการเล่นต่างกัน “ขนาดกระเดื่องและทอม” มีผลกับความลึก ความพุ่ง และความกระชับของจังหวะ ดังนั้นการเลือกชุดให้เหมาะกับพื้นที่และแนวเพลงจะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด
Drive Set กระเดื่อง 22 นิ้ว
- Bass Drum 18 x 22
- Tom 8 x 10
- Tom 9 x 12
- Floor Tom 16 x 16
- Snare 5 x 14
ชุดนี้เหมาะกับคนที่ชอบเสียงกระเดื่องลึกและหนักแน่น ให้พลังจังหวะเต็ม ๆ เหมาะกับเวทีขนาดกลางถึงใหญ่ และแนวเพลงที่ต้องการแรงปะทะของจังหวะ เช่น Rock หรือ Pop-Rock
Pop Set กระเดื่อง 20 นิ้ว
- Bass Drum 15 x 20
- Tom 7.5 x 10
- Tom 8 x 12
- Floor Tom 14 x 14
- Snare 5 x 14
ชุด Pop Set ให้เสียงกระชับ คล่องตัว เหมาะกับสตูดิโอ เวทีที่พื้นที่จำกัด และคนที่ต้องขนย้ายบ่อย จุดเด่นคือได้โทน Birch ที่ชัดเหมือนเดิม แต่ควบคุมเสียงได้ง่ายขึ้นในพื้นที่เล็ก
งานเคลือบและสีของตัวกลอง
รุ่นนี้มาพร้อมผิวเคลือบแบบ High-Gloss Lacquer ซึ่งให้ความเงางามและช่วยปกป้องเนื้อไม้ในระยะยาว มีให้เลือกหลายสี เช่น Deep BrownBurst, Sunburst, Rooftop Natural และ Satin Black แต่ละสีให้บุคลิกต่างกัน เหมาะทั้งสายเวทีและสายสตูดิโอ
ถ้าคุณชอบชุดกลองที่ดูเรียบร้อยและทำความสะอาดง่าย งานเคลือบแบบนี้ช่วยให้ดูใหม่ได้นาน เพียงเช็ดฝุ่นและคราบเหงื่อเบา ๆ หลังใช้งาน
ประสบการณ์การใช้งานจริงสำหรับมือใหม่และการเล่นกับวง
ด้วยคาแรคเตอร์ของไม้ Birch รุ่นนี้ให้เสียงบาลานซ์ดี ไม่กลบเครื่องดนตรีอื่น เหมาะกับการใช้ไมค์และออกระบบเสียงหน้าเวที (PA) โดยเฉพาะเวลาเล่นกับกีต้าร์ เบส และคีย์บอร์ดที่มีเสียงหนา กลองจะยังคงชัดและพุ่งโดยไม่ต้องเร่งความดังมากเกินไป
เสียงทอมแยกโน้ตง่าย ส่วนสแนร์ควบคุมความดัง–เบาได้ดี เหมาะทั้งการเล่นโน้ตเบาแทรก (Ghost Note) และการลงจังหวะหลักแบบหนักแน่น (Backbeat) จึงช่วยให้มือใหม่ฝึกไดนามิกได้เป็นธรรมชาติ และคนที่เล่นเป็นอยู่แล้วก็ทำรายละเอียดได้สนุกขึ้น
หมายเหตุสำคัญคือรุ่นนี้จำหน่ายแบบไม่มีฮาร์ดแวร์ ข้อดีคือคุณเลือกขาตั้ง แป้นกระเดื่อง และอุปกรณ์ที่เข้ามือได้ตามสไตล์ ไม่ต้องฝืนใช้ของที่ไม่ถนัด
เหมาะกับใคร และควรนำไปใช้งานแบบไหน
รุ่นนี้เหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มจริงจัง ไปจนถึงระดับกึ่งมืออาชีพ ที่อยากได้กลองไม้ Birch แท้ในงบที่คุ้มค่า ใช้ได้ทั้งซ้อม เล่นสด และอัดเสียง โดยเฉพาะคนที่ต้องการโทนเสียงชัด ตอบสนองไว และใช้งานได้ยาว ๆ
การเลือกหนังกลองให้เข้ากับ กลองชุด Ludwig Element Birch เพื่อดึงโทน Birch ให้ชัดขึ้น
การเลือกหนังกลองที่เหมาะจะช่วยดึงเสียงของไม้ Birch ให้ออกมาชัดขึ้น ทั้งความคม ความพุ่ง และความกระชับ โดยไม่ต้องแต่งเสียงมากเกินจำเป็น
- หนังกลองใสแบบชั้นเดียว (Clear 1-Ply) ให้เสียงเปิด โปร่ง เหมาะกับการซ้อมและงานที่ต้องการความใส
- หนังกลองเคลือบ (Coated 1-Ply) เพิ่มความอุ่น ลดโอเวอร์โทน เหมาะกับเพลง Pop หรือการอัดเสียงที่ต้องการควบคุมรายละเอียด
- หนังกลองสองชั้น (2-Ply) คุมเสียงง่าย ทนการตีหนัก เหมาะกับงานเวทีและแนว Rock ที่ต้องการความหนาแน่น
- แหวนลดเสียง (Muffling Ring) ช่วยลดเสียงก้องหรือเสียงหอน โดยเฉพาะในห้องเล็กที่ผนังสะท้อนเสียงมาก
- หนังกลองสแนร์แบบเคลือบช่วยให้ Ghost Note ชัด และคุมไดนามิกได้ละเอียดขึ้น
- หนังกลอง Resonant แบบบางให้ Sustain ยาวกว่า ส่วนแบบหนาช่วยคุม Ring และทำให้เสียงกระชับขึ้น
- กระเดื่องควรมีแผ่นกันสึก (Kick Patch) เพื่อเพิ่มความทน และช่วยให้เสียงกระเดื่องคมขึ้นเวลาตีหนัก
- อากาศร้อนหรือชื้นมีผลกับความตึงของหนังกลอง ควรเช็คเสียงก่อนเล่นทุกครั้ง โดยเฉพาะวันที่ความชื้นสูง
เทคนิคการจูนเสียงให้ได้โทนชัดโดยไม่ล้า
การจูนที่ดีทำให้เล่นง่ายขึ้นทันที เพราะช่วยให้เสียงนิ่ง คุมความดัง–เบาได้ง่าย และลดความเมื่อยจากการต้อง “ตีแรงเพื่อให้ได้เสียง”
- เริ่มจากขันด้วยมือให้ตึงเท่า ๆ กันทุกจุดก่อน แล้วค่อยใช้กุญแจจูนปรับละเอียด
- ขันสลับรูปดาว (Cross Pattern) เพื่อให้แรงตึงสมดุล ลดโอกาสหนังกลองย่นหรือเสียงเพี้ยน
- ตีใกล้ ๆ น็อต (Lug) ทีละจุด แล้วปรับให้ Pitch ใกล้กัน เพื่อให้โทนรวมออกมาเนียน
- ถ้าอยากให้ทอมพุ่งและชัด ลองตั้งหนังกลองล่าง (Reso) ให้ตึงกว่าหน้าตีเล็กน้อย
- Drive Set มักเหมาะกับการจูนทอมให้ต่ำลงเล็กน้อย เพื่อได้มวลเสียงลึกและหนักแน่น
- Pop Set สามารถจูนสูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เสียงกระชับและตอบสนองไวในสตูดิโอ
- กลองสแนร์ควรปรับหน้าหนังกลองด้านบนให้ตึง เพื่อให้เสียงคมและชัด ส่วนหนังกลองด้านล่างให้ตึงกว่าด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้เส้นสแนร์ตอบสนองไวและสั่นได้พอดี
- กระเดื่องจูนระดับกลางเพื่อให้ได้ความพุ่ง (Punch) แล้วคุมเสียงยาว (Sustain) ด้วยผ้านิ่มหรือหมอนขนาดพอดี อย่าอัดแน่นจนเสียงทึบ
- ลองเดินออกไปฟังในระยะคนดูด้วย เพราะเสียงตรงเก้าอี้มือกลองกับเสียงหน้าเวทีมักต่างกัน
- ถ้าจูนได้โทนที่ชอบแล้ว ลองจดไว้หรือถ่ายรูปตำแหน่งน็อต จะช่วยให้จูนกลับได้เร็วเวลาย้ายสถานที่
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้เล่นได้คุ้มขึ้นในระยะยาว
เพราะชุดนี้จำหน่ายแบบไม่มีฮาร์ดแวร์ คุณจึงเลือกอุปกรณ์เสริมให้เข้ามือได้เต็มที่ ตั้งแต่ซ้อมในห้องไปจนถึงงานเวทีจริง
- ขาตั้งฉาบแบบ Boom ช่วยปรับตำแหน่งได้กว้าง จัดมุมตีได้สบายขึ้น
- ขาตั้งไฮแฮตที่สปริงลื่น ช่วยคุมไดนามิกได้ดี เหมาะกับแนว Funk หรือ Pop
- กระเดื่องที่ปรับน้ำหนักบีตเตอร์ได้ ช่วยให้เล่นเร็วขึ้น และคุมความหนัก–เบาได้ง่าย
- เก้าอี้กลองฐานกว้างและปรับสูง–ต่ำได้ ลดอาการล้าหลังซ้อมนาน ๆ และช่วยให้ท่านั่งนิ่งขึ้น
- พรมกันลื่น (Drum Rug) ช่วยให้ชุดกลองนิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาตั้งบนเวทีหรือพื้นเรียบลื่น
- กระเป๋าหรือเคสกันกระแทก ช่วยขนย้ายได้ปลอดภัย เหมาะกับคนที่รับงานนอกสถานที่
- กุญแจจูนแบบมี Torque ช่วยให้ขันแรงตึงได้ใกล้เคียงกัน ลดความต่างโดยไม่รู้ตัว
- ชุดอะไหล่เล็ก ๆ เช่น Felts, Sleeves, Wingnuts ควรมีติดไว้เสมอ เพราะชิ้นเล็กหายบนเวทีอาจทำให้เล่นต่อยากทันที
การวางไมค์กลองเบื้องต้นสำหรับห้องซ้อมและสตูดิโอเล็ก
ถ้าอยากอัดเสียงให้ชัดและบาลานซ์ดี การวางไมค์ให้เหมาะกับพื้นที่จะช่วยให้เสียงออกมาดี โดยไม่ต้องแก้เยอะตอนมิกซ์
- เริ่มจากไมค์เก็บภาพรวมด้านบน (Overhead) 1–2 ตัวก่อน แล้วค่อยเติมไมค์ใกล้ ๆ ชิ้นกลอง (Close mic) เฉพาะจุดที่อยากให้ชัด
- Snare mic วางเอียงเข้าหากลางหน้ากลองเล็กน้อย จะได้เสียง Attack ที่คมโดยไม่แหลมเกิน
- Tom mic ควรเว้นระยะพอให้ลมจากหน้ากลองไม่ปะทะตรง ๆ เพื่อลดเสียงลมและคุมโอเวอร์โทน
- Kick mic ถ้าอยากได้ความพุ่ง ให้วางใกล้จุดตีมากขึ้น แต่ถ้าอยากได้มวลเสียง ให้ถอยออกมานิดหนึ่ง
- เช็คเฟส (Phase) ระหว่าง Overhead กับ Snare/Kick ทุกครั้ง เพราะถ้าคลาดกันเสียงอาจบางลงหรือหนาขึ้นผิดปกติ
- ถ้าห้องสะท้อนเยอะ ใช้แผ่นซับเสียงหรือผ้าหนา ๆ ช่วยลดเสียงห้อง (Room Tone) ที่รบกวนรายละเอียดของกลอง
- ตั้งระดับสัญญาณ (Gain) ไม่ให้สูงเกินไปเพื่อกันเสียงแตก และเหลือพื้นที่ให้ไดนามิกของกลองทำงานเต็มที่
- ถ้าหาตำแหน่งไมค์ที่ลงตัวแล้ว ลองจดหรือถ่ายรูปเก็บไว้ จะช่วยให้อัดครั้งต่อไปเร็วขึ้นและคุมคุณภาพได้สม่ำเสมอ
บทสรุปสำหรับนักดนตรีที่มองหากลองไม้ Birch คุณภาพ
หากคุณอยากได้กลองไม้ Birch ที่เสียงคม ชัด เล่นง่าย และใช้งานได้จริงทั้งซ้อม อัดเสียง และเล่นสด รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะโทนเสียงชัดเจน จูนคุมง่าย และต่อยอดอุปกรณ์เสริมได้ตามสไตล์ของตัวเอง
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น