เอฟเฟคเสียงแตกเป็นอุปกรณ์สำคัญของกีต้าร์ไฟฟ้า เพราะช่วยปรับ “น้ำเสียง” ให้ดุดัน หนา หรือคมขึ้นได้ตามแนวเพลง หากคุณอยากเข้าใจโทนเมทัลแบบคลาสสิกโดยเริ่มจากพื้นฐานที่อ่านง่าย จุดเริ่มที่เหมาะคือ เอฟเฟคกีต้าร์ Boss HM-2W Waza Craft ซึ่งนำตำนาน HM-2 กลับมาพัฒนาใหม่ให้เสียงนิ่งขึ้น คุมโทนได้ง่ายขึ้น และตอบสนองต่อการเล่นได้ดีขึ้น พร้อมคงเอกลักษณ์เสียงแตกแบบ “เลื่อยยนต์” ที่ได้ยินแล้วจำได้ทันที
ที่มาของ Boss HM-2 และเสียงเลื่อยยนต์ที่คนเมทัลพูดถึง
Boss HM-2 รุ่นดั้งเดิมผลิตในช่วงปี 1983–1991 และถูกยกให้เป็นหนึ่งในเอฟเฟค Distortion ที่มีอิทธิพลต่อดนตรีเมทัล โดยเฉพาะแนว Swedish Death Metal เพราะให้เสียงแตกหนา หยาบ และคมจัด โทนนี้มักถูกเรียกว่า “Chainsaw Tone” หรือเสียงเลื่อยยนต์
เหตุผลที่ HM-2 เป็นที่จดจำ ไม่ได้มีแค่ความ “แตกแรง” แต่เป็นเพราะย่านเสียงกลางและแหลมถูกดันขึ้นมาชัด ทำให้เสียงกีต้าร์เด่นขึ้นแม้อยู่ในวงที่เสียงแน่น (มีทั้งกลองและเบสเต็มย่าน) แม้เวลาผ่านไปนาน HM-2 ก็ยังถูกนำไปใช้ในหลายแนว ตั้งแต่ Extreme Metal, Hardcore ไปจนถึง Shoegaze และ Alternative Rock เพราะต่อให้ปรับให้แตกน้อยลง ก็ยังได้คาแรคเตอร์เสียงที่ชัดและมีเสน่ห์
แนวคิดของ Waza Craft ใน เอฟเฟคกีต้าร์ Boss HM-2W Waza Craft
Waza Craft คือไลน์สินค้าระดับพรีเมียมของ Boss ที่เน้นงานวงจรอนาล็อกอย่างพิถีพิถัน ใช้ชิ้นส่วนคุณภาพ และประกอบในประเทศญี่ปุ่น แนวคิดหลักคือทำให้อุปกรณ์ “เสียงดี” และ “ใช้งานจริงได้สบาย” มากขึ้น โดยยังรักษาบุคลิกเสียงของรุ่นต้นฉบับไว้
สำหรับ HM-2W ผู้เล่นมักสังเกตได้ว่าเสียงมีรายละเอียดมากขึ้น และไดนามิกชัดขึ้น (คือความดัง-เบาที่เปลี่ยนไปตามน้ำหนักมือ) พูดให้เข้าใจง่ายคือ “ถ้าเล่นแรง เสียงจะดังและคมขึ้น แต่ถ้าเล่นเบาลง เสียงจะเบาและนุ่มลง” จึงเหมาะกับการเล่น Riff เร็ว ๆ เพราะยังได้ยินเสียงแต่ละโน้ตค่อนข้างชัด ไม่ปนกันจนฟังไม่ออกว่าเล่นโน้ตอะไร แต่ยังคงความหนาและความดุดันในแบบ HM-2 ไว้ครบ
โครงสร้างตัวเครื่องและส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทนทาน
ตัวเครื่องเป็นโครงโลหะสไตล์ Boss แข็งแรง เหมาะกับการเหยียบใช้งานบนเวที ปุ่มหมุนให้ความรู้สึกแน่นและปรับได้ละเอียด ช่วยให้ตั้งค่าเสียงได้คงที่ ไม่คลาดเคลื่อนง่าย
- อินพุต/เอาต์พุตเป็นแจ็ค 6.3 มม. มาตรฐาน ใช้ได้กับสายกีต้าร์ทั่วไป
- ฟุตสวิตช์เป็นแบบ Bypass ชนิด Buffered ช่วยรักษาความแรงของสัญญาณเมื่อใช้สายยาว หรือมีเอฟเฟคหลายก้อนต่อกัน
- วงจรเป็นอนาล็อก ทำให้เนื้อเสียงแตกฟังเป็นธรรมชาติ ไม่แห้งแข็งจนเกินไป
ปุ่มควบคุม: ทำความเข้าใจแบบมือใหม่ก็ปรับได้
HM-2W มีปุ่มหลัก 4 ส่วน ได้แก่ Level, Dist และ Color Mix แยก L กับ H ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ให้จำง่าย ๆ ว่า “Level คุมดัง, Dist คุมแตก, L คุมหนา, H คุมคม”
- Level: ปรับความดังรวมของเอฟเฟค (เหมือนวอลุ่มหลังเปิดก้อน)
- Dist: ปรับระดับความแตกและความอัดของเสียง (ยิ่งมากยิ่งหนาและดุดัน)
- Color Mix (L): เพิ่มน้ำหนักและความหนาของเสียง (โทนด้านล่าง/ความอิ่ม)
- Color Mix (H): เพิ่มความคมและความชัดของปลายเสียง (โทนด้านบน/ความใส)
ยังมีสวิตช์โหมด S และ C ให้เลือกบุคลิกเสียง โดยคิดแบบง่าย ๆ ได้ว่า
- โหมด S: โทนใกล้ต้นฉบับ ให้ความรู้สึกคลาสสิก
- โหมด C: เพิ่มความชัดและการตอบสนองให้เหมาะกับการใช้งานยุคใหม่
เอฟเฟคกีต้าร์ Boss HM-2W Waza Craft กับการใช้งานจริง
จุดเด่นของ HM-2W คือปรับใช้งานได้หลากหลาย หากตั้งค่าให้แตกไม่มาก จะได้เสียงแตกแนวร็อกที่ยังชัดและมีคาแรคเตอร์ แต่ถ้าเร่งปุ่มตามแนวทางของรุ่นดั้งเดิม ก็จะได้โทน “เลื่อยยนต์” ที่แฟนเมทัลคุ้นเคย
แนวทางใช้งานที่พบบ่อย เช่น
- ใช้เป็นเสียงแตกหลัก: เปิดเอฟเฟคนี้ไว้ตลอดเพลง เพื่อให้โทนเสียงแตกสม่ำเสมอทั้งเพลง
- ใช้เพิ่มความดุดันเป็นช่วง ๆ: เปิดเฉพาะท่อน Riff หนักหรือท่อน Hook เพื่อให้เสียงเด่นขึ้นทันที
- ใช้ร่วมกับเอฟเฟคอื่น: จับคู่กับ Overdrive/Preamp เพื่อเพิ่มความกระชับของ Riff หรือเพิ่มมิติของเสียงแตก
แหล่งจ่ายไฟและการพกพา
เอฟเฟคนี้รองรับทั้งแบตเตอรี่ 9V และอะแดปเตอร์ (แยกจำหน่าย) ใช้กระแสประมาณ 30 mA ซึ่งถือว่าไม่สูงมาก ใช้กับ Power Supply ทั่วไปได้สบาย
- ขนาดตัวเครื่อง: 73 x 59 x 129 มม.
- น้ำหนักรวมแบตเตอรี่: ประมาณ 440 กรัม
- ผลิตในญี่ปุ่น
เหมาะกับนักดนตรีแบบไหน
HM-2W เหมาะกับคนที่อยากได้เสียงแตกที่มีเอกลักษณ์ ฟังแล้วจำได้ ไม่ใช่โทนแตกแบบเรียบ ๆ ที่คล้ายกันไปหมด โดยเฉพาะผู้เล่นกีต้าร์ไฟฟ้าแนวเมทัล ฮาร์ดคอร์ และร็อกทางเลือก
- มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นโทนเสียงเมทัล: ปุ่ม L/H ช่วยให้เรียนรู้การคุมโทนได้ง่ายขึ้น
- มือเล่นที่อยากได้คาแรคเตอร์เฉพาะ: โทน Chainsaw Tone เป็นลายเซ็นที่หาได้ยาก
- คนทำเพลงหรืออัดเสียง: รายละเอียดและไดนามิกดี เหมาะกับงานบันทึกเสียง
แนวทางตั้งค่าโทนให้เข้ากับแนวเพลง (ใช้งานได้จริง)
ถ้าอยากเริ่มปรับแบบคุมง่าย แนะนำให้ตั้งค่าพื้นฐานก่อน แล้วค่อยไล่ปรับตามกีต้าร์ แอมป์ และแนวเพลงที่เล่น เป้าหมายคือ “ให้เสียงชัดพอดี” ไม่บาดหู และไม่ทึบจน Riff หาย
- ตั้ง Level ให้ความดังตอนเปิดเอฟเฟค “พอ ๆ กับเสียง Clean” ก่อน เพื่อไม่ให้ดังโดดหรือเบาหาย
- ค่อย ๆ ปรับ Dist ทีละนิดก็พอ เพราะรุ่นนี้ให้เสียงหนาเป็นพื้นอยู่แล้ว หากเร่งมากเกินไป เสียงจะแน่นและอัดขึ้น จนย่านเสียงกลางเด่นมากขึ้น
- ใช้ Color Mix L และ H เป็นตัวคุมโทนหลัก แทนการเร่ง Dist อย่างเดียว
- ถ้าเสียงบาดเกินไป ให้ลด H ก่อน แล้วค่อยเพิ่ม L เพื่อคงความหนาไว้
- ถ้าเสียงทึบเกินไป ให้ลด L แล้วเพิ่ม H ทีละนิด เพื่อให้ปลายเสียงชัดขึ้น
ตัวอย่างเซ็ตติ้ง 3 แบบที่พบบ่อย
- ริฟฟ์หนาแบบเดธเมทัล: Dist สูง, L สูง, H สูง แล้วคุมความดังด้วย Level (เหมาะกับการเล่นลงต่ำ)
- ร็อก/อัลเทอร์เนทีฟที่ยังคม: Dist กลาง, L กลาง, H กลาง-สูง ให้คอร์ดแตกชัดแต่ไม่ฟุ้ง
- โทนกึ่งฟุ้งสำหรับชูเกซ: Dist กลาง-สูง, L กลาง, H กลาง ลดความคมเล็กน้อยแล้วปล่อยให้ไหลกับ Reverb/Delay
ลองฟังเสียงจริงจากเซ็ตติ้งตัวอย่างด้านบนได้ที่คลิปนี้
คลิป YouTube
เครดิต : BOSSchannel
การวางลำดับเอฟเฟคในบอร์ดให้เสียงไม่เละ
การจัดลำดับเอฟเฟคช่วยให้ Riff ชัดขึ้น และคุมเสียงซ่าได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้เสียงแตกแบบเกนสูง การวางที่เหมาะสมจะช่วยให้เสียงไม่ทับกันจนฟังไม่ออก
- วาง Tuner/Buffer ไว้ก่อน เพื่อให้สัญญาณนิ่งเมื่อใช้สายยาวหรือมีหลายก้อน
- ถ้าใช้ Overdrive เพื่อเพิ่มความกระชับ ให้ลองวาง Overdrive ก่อน Distortion
- Noise Gate มักวางไว้หลังเอฟเฟคเสียงแตก เพื่อช่วยลดเสียงซ่าหรือเสียงรบกวนตอนหยุดเล่น โดยควรตั้งค่าให้พอดี เพื่อไม่ให้ตัดหางเสียงจนฟังแล้วแข็งเกินไป
- EQ ถ้ามีแบบแยกก้อน แนะนำวางหลังเอฟเฟคแตก เพื่อเกลาย่านคม และคุมย่านต่ำไม่ให้บวม
- Delay/Reverb วางท้าย ๆ เพื่อให้หางเสียงไม่ถูกบีบจนสั้นเกินไป
เคล็ดลับอัดเสียงและมิกซ์กีต้าร์เมื่อใช้เสียงแตกเกนสูง
เวลาบันทึกเสียง จุดสำคัญคือคุมความคมไม่ให้ทิ่มหู และจัดพื้นที่ให้เบสกับกลองยังชัดในมิกซ์รวม เพราะถ้าเสียงกีต้าร์หนาเกินไป ทั้งวงจะฟัง “อึดอัด”
- อัดแบบ Double-Track คืออัดกีต้าร์ท่อนเดิมซ้ำอีกครั้ง แล้วค่อย Pan ให้แยกไปทางซ้ายและขวา วิธีนี้ช่วยให้เสียงกีต้าร์ฟังหนาขึ้น และฟังเป็นธรรมชาติกว่าการก็อปปี้แทร็กเดิม
- ถ้าเสียงคมเกินไป ให้ลด H ที่เอฟเฟคก่อน แล้วค่อยแตะ EQ ในงานมิกซ์อย่างพอดี
- ถ้าเสียงทึบหรือบวม ให้ตัดย่านต่ำที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ไปชนกับเบส (ค่าที่เหมาะขึ้นอยู่กับกีต้าร์/แอมป์)
- เลือกตำแหน่งไมโครโฟนหน้าตู้ให้เหมาะ: ขยับออกจากกลางกรวยเล็กน้อย มักช่วยให้เสียงนุ่มและคุมความแหลมง่าย
- เวลามิกซ์รวม ให้ลองฟังพร้อมเสียงกลองจริงเสมอ เพราะโทนที่ฟังเดี่ยว ๆ อาจหนาเกินไปเมื่อเข้าวง
บทสรุปของเอฟเฟคระดับตำนาน
HM-2W คือการนำตำนานกลับมาในเวอร์ชันที่ใช้งานง่ายขึ้น เสียงแตกมีคาแรคเตอร์ชัด ปรับโทนได้ละเอียดด้วย Color Mix แยก L/H และคุณภาพการผลิตแบบญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน หากคุณกำลังมองหาเอฟเฟค Distortion ที่ให้ทั้งโทนคลาสสิกและความพร้อมสำหรับการเล่นยุคใหม่ รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น