เบส Ibanez EHB1506MS เป็นเบสยุคใหม่ที่ออกแบบโดยยึด “ความสบายตอนเล่นจริง” เป็นหลัก ไม่ได้เด่นเพียงรูปลักษณ์ แต่ใส่ใจท่านั่ง ท่ายืน วัสดุที่ส่งผลต่อโทนเสียง และระบบปรับเสียงที่ยืดหยุ่น มือใหม่จะเห็นภาพได้ชัดว่าแต่ละส่วนช่วยอะไร และควรเริ่มตั้งค่าอย่างไรเพื่อให้เล่นได้คล่องขึ้น ส่วนคนที่เล่นเป็นประจำก็ได้เครื่องดนตรีที่พร้อมทั้งซ้อม อัดเสียง และเล่นสดได้อย่างมั่นใจ
แนวคิดการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของ เบส Ibanez EHB1506MS
จุดเด่นของซีรีส์ EHB คือแนวคิด “เล่นนานแล้วไม่ล้า” โดยโครงสร้างแบบ Headless ช่วยลดน้ำหนักที่ปลายคอ ทำให้เครื่องดนตรีมีสมดุลมากขึ้น เวลาเล่นยืน เบสจะไม่ดึงคอลงจนต้องเกร็งไหล่ และเวลานั่งเล่น ตัวเบสจะวางอยู่กับตัวได้พอดี ไม่เลื่อนหรือหมุนง่าย จึงจัดท่าทางการเล่นได้ง่ายกว่าเดิม
บอดี้ถูกออกแบบให้เอียงเข้าหาตัวผู้เล่นเล็กน้อย เพื่อให้มุมของมือซ้ายและมือขวาอยู่ในท่าที่สบายขึ้น ขอบบอดี้ทำเป็นทรงโค้งมน จึงไม่กดทับแขนหรือชายโครงเมื่อซ้อมนาน ๆ นอกจากนี้ยังเจาะทำช่องภายในไว้บางส่วน เพื่อลดน้ำหนักของบอดี้ให้เบาลง แต่ยังคงโทนเสียงที่แน่นและมีมวลไว้ เหมาะทั้งการซ้อมต่อเนื่องและการขึ้นเวที
วัสดุไม้และโครงสร้างของ เบส Ibanez EHB1506MS ที่ส่งผลต่อโทนเสียง
ไม้หน้า Poplar Burl ให้ลายไม้สวยและมีเอกลักษณ์ ในด้านเสียงมักช่วยให้ย่านกลางนุ่มและมีรายละเอียด เมื่อจับคู่กับบอดี African Mahogany ที่คัดน้ำหนักให้เบา จะได้โทนเสียงที่อบอุ่น มีมวล และโน้ตมีแรงส่ง ทำให้ไลน์เดินเบสฟังชัด โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความดังมากเกินไป
คอแบบ 9 ชิ้นจากไม้ Panga Panga และ Walnut เสริมด้วยแท่ง Graphite ช่วยให้คอมีความนิ่ง ลดโอกาสคอโก่งจากอากาศร้อนหรือความชื้น และทำให้เสียงโน้ตสม่ำเสมอขึ้น มือใหม่จะสังเกตได้ว่า “ตั้งแล้วอยู่” ไม่ต้องคอยปรับบ่อย และเสียงในตำแหน่งเฟรตต่าง ๆ ใกล้เคียงกันมากขึ้น
ฟิงเกอร์บอร์ดและรายละเอียดที่ช่วยให้เล่นง่ายขึ้น
ฟิงเกอร์บอร์ด Panga Panga ให้สัมผัสลื่น จึงช่วยให้เปลี่ยนตำแหน่งนิ้วได้คล่องขึ้น เฟรต Stainless Steel มีความทนทานสูง เหมาะกับคนที่ซ้อมบ่อยหรือเล่นสดเป็นประจำ อินเลย์เรืองแสงด้านข้างช่วยให้กะตำแหน่งเฟรตได้แม้ในที่แสงน้อย เช่น เวทีหรือห้องซ้อมที่ไฟสลัว
บริเวณด้านหลังใกล้ฮอร์นล่างมีการเว้าเพื่อให้เอื้อมถึงเฟรตบนได้สะดวก มือใหม่ที่เริ่มเล่นไลน์สูง ๆ จะรู้สึกว่าเข้าถึงช่วงท้ายคอได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องบิดข้อมือมาก
ระบบปิ๊กอัพและอิเล็กทรอนิกส์ของ เบส Ibanez EHB1506MS
ปิ๊กอัพ Nordstrand™ Custom Big Split ถูกออกแบบให้ได้โทนที่ “หนาและชัด” พร้อมลดเสียงฮัม ทำให้สัญญาณสะอาด เหมาะกับการอัดเสียงและการเล่นสด คาแรคเตอร์โดยรวมอยู่กึ่งกลางระหว่างโทนแบบ P และ J กล่าวคือได้แรงของย่านต่ำและย่านกลาง แต่ยังคงความคมของโน้ตเมื่อเล่นเร็ว
ภาคปรับเสียง Vari-Mid 3-Band EQ ช่วยให้คุณปรับ Bass/Mid/Treble ได้ และจุดเด่นคือ “ย่าน Mid ปรับความถี่ได้” หมายถึงคุณเลือกได้ว่าอยากให้เสียงกลางเด่นในช่วงไหน เช่น ช่วงที่ช่วยให้ไลน์เบสเด่นชัดท่ามกลางเสียงกลอง หรือช่วงที่ทำให้เสียงนุ่มลงเพื่อเข้ากับเพลงช้า นอกจากนี้ยังมีสวิตช์ Bypass EQ เพื่อสลับไปโหมด Passive ได้ทันที เหมาะกับคนที่ต้องการโทนที่ตรงไปตรงมา และควบคุมไดนามิกด้วยน้ำหนักมือเป็นหลัก
สะพานสายและฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบเพื่อความมั่นใจบนเวที
สะพานโมโนเรล MR5HS เป็นสะพานแบบแยกชิ้นต่อสาย ช่วยให้แรงสั่นสะเทือนส่งลงบอดีได้ดี และทำให้โน้ตนิ่งขึ้น จุดที่ใช้งานจริงคือสามารถปรับระยะห่างสายได้ประมาณ ±1.5 มม. เพื่อให้เข้ามือแต่ละคน เช่น คนที่เล่น Slap อาจอยากได้พื้นที่เพิ่ม ส่วนคนที่เล่น Fingerstyle เร็ว ๆ อาจชอบให้สายชิดขึ้นเล็กน้อย
หมุดสายสะพาย Schaller S-Locks และแจ็คล็อค Neutrik ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสายสะพายหลุด หรือแจ็คหลวม โดยเฉพาะงานเล่นสดที่ต้องขยับตัวบ่อย เป็นรายละเอียดที่ช่วยให้เล่นได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์จุกจิก
ประสบการณ์การเล่นและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
สเกลแบบ Multiscale (35 นิ้ว ถึง 32.5 นิ้ว) ทำให้ความยาวสายในแต่ละสายไม่เท่ากัน โดยสายต่ำจะยาวกว่า จึงตึงและนิ่งขึ้น เสียงต่ำเลยคมและไม่ย้วยง่าย ขณะเดียวกันสายสูงจะสั้นกว่า จึงกดง่าย ไม่ต้องออกแรงกดมากเกินไป ผลคือเล่นได้หลายแนว ตั้งแต่ไลน์เดินเบสพื้นฐาน ไปจนถึงไลน์ที่ซับซ้อนที่ต้องการความชัดของโน้ตทุกตัว
มี Finger Ramp แบบถอดได้ให้ใช้งาน หากคุณอยากให้ตำแหน่งนิ้วมือขวาคงที่ขึ้นก็ใส่ไว้ได้ แต่ถ้าชอบพื้นที่เล่นโล่ง ๆ ก็ถอดออกได้ทันที โดยไม่กระทบการเล่นหลัก
เช็คลิสต์การเซ็ตอัพ เบส Ibanez EHB1506MS ให้เล่นสบายและจูนเสถียร
- ตั้งสายตามสเปก แล้วลองเทียบความตึงของแต่ละสายให้สมดุลกับ Multiscale เพื่อให้สายต่ำแน่นและสายสูงเล่นสบาย
- เช็คการจูนให้ละเอียดก่อนซ้อมยาวหรือก่อนขึ้นเวที และลองจูนซ้ำหลังเล่นไปสักพัก เพื่อดูว่าเครื่องนิ่งเพียงใด
- ปรับ แอคชั่น (Action) หรือความสูงของสาย ให้เหมาะกับสไตล์การเล่น: Fingerstyle เน้นความลื่น Pick เน้นความชัด และ Slap ควรเผื่อระยะไม่ให้สายกระแทกเฟรตมากเกินไป
- เช็ค Intonation (ความตรงของเสียง) ทีละสาย โดยเทียบโน้ตเปิดสายกับโน้ตที่เฟรต 12 เพื่อให้เสียงตรงเมื่ออัดเสียงหรือเล่นไลน์สูง
- ปรับระยะห่างของสายที่บริดจ์ให้พอดีกับมือ แล้วลองเล่นท่าที่ใช้จริง เช่น Slap/Pop หรือเล่นสเกลขึ้นลง เพื่อให้แน่ใจว่านิ้วเคลื่อนไหวได้คล่อง ไม่ติดขัด
- สลับโหมด EQ กับ Bypass แล้วฟังผ่านแอมป์ที่ใช้จริง จะช่วยให้เลือกโทนที่เหมาะกับห้องซ้อมและเวทีได้เร็วขึ้น
- ตรวจแบตเตอรี่ของภาคปรับเสียงก่อนงานสำคัญ และเตรียมสำรองไว้เสมอ เพื่อกันสัญญาณดรอปกลางเพลง
- ล็อคสายสะพายให้แน่น และทดลองขยับตัวเหมือนอยู่บนเวที เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องไม่หมุนหรือหลุด
- เสียบสายแจ็คให้เข้าล็อคทุกครั้ง โดยเฉพาะงานเล่นสด เพื่อลดโอกาสสัญญาณหลุดจากการสะดุดสาย
- เลือกใช้หรือถอด Finger Ramp ตามความถนัดของมือขวา หากใช้แล้วรู้สึกคุมจังหวะได้ดีขึ้นก็ใช้ต่อได้เลย
วิธีดูแลวัสดุและผิวไม้ให้สวยนาน
- เช็ดหน้าไม้ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หลังเล่น เพื่อลดคราบเหงื่อและรอยนิ้ว
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดและความชื้นจัด เพราะส่งผลต่อการเซ็ตอัพและความนิ่งของคอได้
- ทำความสะอาดฟิงเกอร์บอร์ดเป็นระยะด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะกับงานเครื่องดนตรี และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่แรงเกินไป
- ตรวจสภาพเฟรตและคราบสกปรกเป็นครั้งคราว เพื่อให้การสไลด์และการกดโน้ตยังลื่นไหล
- เช็ดฮาร์ดแวร์สีดำให้แห้งเสมอ ไม่ปล่อยให้คราบเหงื่อค้าง ช่วยลดการหมองและคงความสวยของงานประกอบ
- เก็บในเคสหรือกระเป๋าที่บุรองดีเมื่อเดินทาง ลดแรงกระแทก และช่วยรักษาความนิ่งของคอ
ตัวอย่างการตั้งเสียงด้วย Vari-mid 3-Band EQ สำหรับการใช้งานจริง
- ถ้าจะอัดเสียงและอยากได้โทนที่ “ตรง” ลองใช้ Bypass EQ ก่อน แล้วค่อยไปจัดย่านในมิกซ์ จะควบคุมรายละเอียดได้ง่าย
- เล่นในวงรวมแล้วเบสถูกกลบ ลองขยับย่าน Mid ให้เด่นขึ้นทีละนิด จะช่วยให้ไลน์เดินเบสได้ยินชัด โดยไม่ต้องเพิ่มความดังมาก
- โทน Slap ควรเพิ่มความใสอย่างพอดี และคุมความหนาของย่านต่ำให้แน่น เพื่อให้เสียงเด้งแต่ไม่บาง
- แนวร็อกหรือเมทัลที่ใช้ Pick เน้นความกระชับของย่านต่ำและความชัดของย่านกลางบน จะทำให้เบสพุ่งผ่านกลองได้ดี
- ถ้าห้องซ้อมเสียงอื้อ อย่าเร่ง Bass หนัก ๆ ให้ลองลดบางย่านที่ทำให้เสียงบวม แล้วใช้การปรับ Mid แบบละเอียดแทน
- เวทีที่เสียงสะท้อนมาก ควรปรับจาก “เสียงที่ได้ยินจริง” เป็นหลัก และค่อย ๆ ขยับทีละนิด จะควบคุมโทนได้ง่ายกว่าเซ็ตค่าตายตัว
- เล่นไลน์ที่ใช้สายต่ำมาก ๆ ให้คุมความนิ่งของเสียงต่ำก่อน แล้วค่อยเพิ่มความใสของสายสูง เพื่อให้ทุกโน้ตยังแยกชัด
- หากมีเสียงซ่าหรือเสียงรบกวน ให้ตรวจสายแจ็คและจุดเชื่อมต่อก่อน แล้วค่อยปรับโทน เพื่อหลีกเลี่ยงการบูสต์ย่านที่ทำให้เสียงซ่าชัดขึ้น
เหมาะกับใคร และควรพิจารณาอะไรบ้าง
รุ่นนี้เหมาะกับมือเบสที่ต้องการเครื่องดนตรีระดับจริงจัง ทั้งคนที่เล่นหลายแนว คนที่ซ้อมนาน ๆ และคนที่ขึ้นเวทีบ่อย เพราะได้ทั้งความสบายในการเล่น ความนิ่งของเสียง และความยืดหยุ่นในการปรับโทน
ถ้าคุณคุ้นกับเบสทรงดั้งเดิม อาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับ Headless และ Multiscale เล็กน้อย แต่เมื่อชินแล้วจะได้ข้อดีเรื่องสมดุล ความคล่องตัว และการควบคุมโน้ตที่รู้สึกได้ชัด
สรุปภาพรวมของเบสซีรีส์ EHB
จุดแข็งของรุ่นนี้คือการรวมองค์ประกอบที่ช่วยให้ “เล่นง่ายขึ้นและคุมเสียงได้ดีขึ้น” ตั้งแต่โครงสร้างที่คำนึงถึงสรีรศาสตร์ วัสดุไม้คุณภาพ ระบบปิ๊กอัพที่ให้เสียงหนาแต่คม ไปจนถึงภาคปรับเสียงที่ยืดหยุ่น หากคุณกำลังมองหาเบสสำหรับใช้งานจริงทั้งซ้อม อัดเสียง และเล่นสด รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น