ถ้าคุณอยากได้กีต้าร์ตัวเดียวที่ใช้ได้ครบทั้งซ้อมที่บ้าน อัดเสียง และขึ้นเวที โดยยังคงโทนเสียงแบบกีต้าร์ไม้จริงไว้ได้ กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Cort Gold-A6 เป็นรุ่นที่น่าพิจารณา จุดเด่นอยู่ที่การคัดเลือกไม้แบบจริงจัง และการทำให้ไม้หน้ามีคาแรคเตอร์เสียงแนววินเทจตั้งแต่เริ่มเล่น คุณจึงได้เสียงโปร่งกว้าง อุ่น ฟังสบาย และยังเก็บรายละเอียดได้ดี เหมาะทั้งคนตีคอร์ดประกอบร้อง และคนที่ชอบเล่นฟิงเกอร์สไตล์
โครงสร้างไม้และแนวคิด Aged to Vintage ของ กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Cort Gold-A6
หัวใจของซีรีส์ Gold คือกระบวนการ Aged to Vintage (ATV) ซึ่งเป็นการอบไม้ในแนวเดียวกับ Torrefaction เพื่อปรับสภาพเนื้อไม้ให้มีลักษณะใกล้เคียงไม้เก่าที่ผ่านการเล่นมานาน ข้อดีคือกีต้าร์จะให้เสียงที่กังวานและชัดเจนได้เร็ว ตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มเล่น ได้โทนที่โปร่งและเต็มตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเล่น ไม่ต้องรอให้ไม้ค่อย ๆ เปิดเสียงเป็นเวลานานเหมือนกีต้าร์บางรุ่น
ไม้หน้าของรุ่นนี้ใช้ Sitka Spruce แบบ Solid (ไม้ทึบทั้งแผ่น) และผ่านการอบแบบ ATV ทำให้โทนเสียงโดยรวมสว่างกำลังดี แต่ไม่แหลมบาดหู เสียงกลางเด่นและอบอุ่น จึงเล่นประกอบร้องได้ฟังกลมกล่อม และยังช่วยให้เสียงโน้ตชัดเวลาเล่นทำนอง
ไม้ด้านหลังและด้านข้างเป็นมะฮอกกานีแบบ Solid ช่วยเติมความหนาและความนุ่มให้เสียง โดยเฉพาะตอนตีคอร์ดจะรู้สึกว่าเสียง “เต็ม” และ “แน่น” มากขึ้น อีกทั้งให้โทนอบอุ่น เหมาะกับเพลงที่ต้องการอารมณ์ละมุน
รูปทรงบอดีเป็น Grand Auditorium ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสมดุล ใช้ได้หลากงาน ไม่ใหญ่เท่าทรง Jumbo แต่ให้พลังเสียงมากกว่าทรงเล็กหลายแบบ จึงเล่นได้ทั้งตีคอร์ด ฟิงเกอร์สไตล์ และโซโล่
ภายในบอดีใช้โครง X-Bracing แบบ Scalloped ที่ขัดแต่งด้วยมือ กล่าวง่าย ๆ คือโครงค้ำด้านในถูกออกแบบให้หน้าไม้สั่นได้เป็นธรรมชาติขึ้น ผลคือเสียงกังวานขึ้น ไดนามิกดีขึ้น และตอบสนองต่อแรงดีดได้ไว
งานประกอบ รายละเอียดวัสดุ และอุปกรณ์เสียงของ กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Cort Gold-A6
คอทำจากไม้มะฮอกกานี และเสริมด้วยวอลนัตเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ช่วยให้คอมีความเสถียรเมื่อใช้งานระยะยาว ข้อต่อคอแบบ Double Lock ช่วยถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนจากสายไปยังบอดีได้ดีขึ้น ซึ่งมักทำให้เสียงยาวขึ้น และให้โทนโดยรวมนิ่งขึ้น
เฟรตบอร์ดและบริดจ์ใช้ไม้มาคัสซาร์อีโบนี (Macassar Ebony) ไม้ชนิดนี้มีความหนาแน่นสูง ผิวเรียบลื่น จึงกดสายและเลื่อนนิ้วได้คล่อง อีกทั้งช่วยให้เสียงโน้ตชัด ไม่ฟุ้งง่าย
ความกว้างนัต 45 มม. (1 3/4 นิ้ว) เป็นสเปกที่คนเล่นฟิงเกอร์สไตล์มักชอบ เพราะระยะห่างสายกำลังดี นิ้วไม่เบียดกันง่าย ส่วนสเกล 25.3 นิ้วช่วยให้แรงตึงสายสมดุล เล่นคอร์ดได้มั่นคง และควบคุมการดันสายได้ง่ายขึ้น
งานฮาร์ดแวร์ทำมาอย่างประณีต เช่น จูนเนอร์โทนทองสไตล์วินเทจ อินเลย์ Gold Custom MOP และโรเซตต์ Abalone ทำให้หน้าตาเครื่องดูหรู แต่ยังคงภาพรวมแบบเครื่องดนตรีที่เน้นใช้งานจริง
ด้านระบบเสียงเป็น Fishman Flex Blend System พร้อมไมโครโฟนภายในและจูนเนอร์ในตัว จุดเด่นคือคุณสามารถผสมเสียงระหว่าง Pickup (เสียงชัด คุมง่าย) กับไมโครโฟนในบอดี (เสียงธรรมชาติ อบอุ่น) เพื่อให้ได้โทนที่เหมาะกับงานของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเล่นสดหรืออัดเสียง
การเคลือบผิวและผลต่อโทนเสียง
รุ่นนี้เคลือบผิวด้วย UV ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเนื้อไม้ โดยยังคงให้กีต้าร์สั่นสะเทือนได้ดีตามธรรมชาติ ชั้นเคลือบช่วยลดโอกาสเกิดรอยและกันความชื้นในระดับหนึ่ง แต่ไม่ทำให้เสียงทึบหรืออุดอู้เกินไป ผลลัพธ์คือยังได้โทนเสียงที่โปร่งและกังวานตามสไตล์กีต้าร์ไม้ Solid
เหมาะกับใคร และใช้งานแบบไหนถึงจะคุ้ม
รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้กีต้าร์ตัวเดียวจบ ใช้ได้หลายสถานการณ์ เช่น ซ้อมที่บ้าน อัดเดโม ทำคอนเทนต์ หรือขึ้นเล่นงานเล็ก ๆ ไปจนถึงงานเวทีจริง โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับ “เสียงไม้” และอยากได้ระบบไฟฟ้าที่ปรับโทนได้ยืดหยุ่น
- คนที่เริ่มจริงจังกับการเล่นกีต้าร์: ได้ไม้ Solid และงานประกอบดี เสียงนิ่งและพัฒนาไปกับการฝึก
- นักร้องนักแต่งเพลง: เสียงกลางอุ่น ฟังร้องง่าย และต่อระบบเสียงได้สะดวก
- คนที่อัดเสียงหรือทำคอนเทนต์: ผสมเสียงจาก Pickup กับไมโครโฟนในบอดีเพื่อให้โทนเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ทำไมไม้ Solid ถึงต่างจากไม้ลามิเนต
ไม้ลามิเนตคือไม้ที่ประกบเป็นแผ่นหลายชั้น ข้อดีคือทนต่อความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้พอสมควร และทำให้ราคากีต้าร์เข้าถึงง่ายขึ้น แต่โดยทั่วไปไม้ Solid มักให้รายละเอียดของเสียงมากกว่า และตอบสนองต่อแรงดีดได้ชัดเจนกว่า อีกทั้งเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ไม้ Solid มักให้เสียงกังวานและกลมกล่อมขึ้น จึงเหมาะกับคนที่ตั้งใจเล่นระยะยาวและอยากให้โทนเสียงพัฒนาไปตามเวลา
ตั้งค่า Fishman Flex Blend ให้เข้ากับงานเวทีและงานอัดเสียง
ให้คิดง่าย ๆ ว่า Pickup ให้ความชัดและคุมง่าย ส่วนไมโครโฟนในบอดีให้ความเป็นธรรมชาติและบรรยากาศ จากนั้นค่อยปรับสัดส่วนตามสถานที่
- เล่นบนเวทีที่เสียงดัง หรือมีโอกาสเสียงหอน: ใช้ Pickup เป็นหลัก แล้วเพิ่มไมโครโฟนทีละนิดจนได้ความอุ่นพอดี
- เล่นอะคูสติกในร้านหรือห้องซ้อมเงียบ: เพิ่มสัดส่วนไมโครโฟนเพื่อให้เสียงฟังเป็นธรรมชาติ เหมือนกีต้าร์จริงในห้อง
- อัดเสียงแบบไลน์อิน: ใช้ Pickup เป็นฐานเพื่อความคมชัด แล้วเติมไมโครโฟนเพื่อเพิ่มมิติและความกังวาน
- ก่อนขึ้นเล่นทุกครั้ง: ใช้จูนเนอร์ในตัวตั้งสายให้ตรง โดยเฉพาะวันที่อากาศชื้นหรืออุณหภูมิเปลี่ยน
วิธีดูแลไม้ Solid และผิวเคลือบ UV ให้เสียงคงที่
ไม้ Solid ให้เสียงดี แต่ไวต่อสภาพแวดล้อม การดูแลพื้นฐานช่วยให้คอไม่เพี้ยน และเสียงคงที่ในระยะยาว
- เก็บในเคสเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความชื้นและฝุ่น
- หลีกเลี่ยงการวางใกล้เครื่องปรับอากาศหรือแดดจัด เพราะไม้ขยาย-หดตัวเร็วเกินไป
- เช็ดคราบเหงื่อและคราบมือหลังเล่นทุกครั้ง ด้วยผ้านุ่มแห้ง
- ตรวจสภาพสายเป็นประจำ หากสายเริ่มด้าน เสียงไม่ใส หรือจูนไม่นิ่ง ให้เปลี่ยนตามรอบการใช้งาน
- หากอยู่ในที่อากาศแห้งมาก อาจใช้ตัวควบคุมความชื้นในเคสเพื่อช่วยดูแลไม้
เมื่อรวมการอบไม้แบบ ATV รูปทรง Grand Auditorium วัสดุไม้ Solid และระบบเสียง Fishman เข้าด้วยกัน รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องดนตรีสำหรับ “ใช้งานจริง” มากกว่ากีต้าร์ที่เน้นสวยอย่างเดียว
ถ้าคุณอยากแยกความต่างระหว่างกีต้าร์ระดับนี้กับรุ่นเริ่มต้น ลองดู 3 เรื่องหลัก คือคุณภาพไม้ (Solid), โครงสร้างภายใน (Bracing), และระบบเสียงที่ปรับได้จริง เพราะทั้งหมดส่งผลต่อทั้งโทนเสียง ความสะดวกในการใช้งาน และความคุ้มค่าในระยะยาว
สรุปสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ
- ได้โทนเสียงเปิดกว้างแบบวินเทจตั้งแต่เริ่มเล่น จากการอบไม้แบบ ATV
- ทรง Grand Auditorium เล่นได้หลากสไตล์ ทั้งตีคอร์ดและฟิงเกอร์สไตล์
- วัสดุหลักเป็นไม้ Solid และงานประกอบเน้นความเสถียร เหมาะกับการใช้งานยาว ๆ
- ระบบเสียง Fishman ปรับโทนได้ยืดหยุ่น ใช้ได้ทั้งเวทีและงานอัดเสียง
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Lazada และ Shopee ได้เลยที่นี่
🛒สั่งซื้อได้ที่นี่
รีวิวโดย gooddymusic






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น